5 คุณสมบัติของ All Flash Array ที่ต้องพิจารณาก่อนนำไปใช้งานในระดับองค์กร

emc_logo

เทคโนโลยี All Flash Array หรือ SAN Storage ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งาน SSD ล้วนๆ ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับองค์กรในทุกวันนี้ ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วจน Storage ไม่กลายเป็นคอขวดของระบบงานขนาดใหญ่อีกต่อไป และรองรับการนำไปใช้งานที่หลากหลาย ดังนั้นถ้าหากองค์กรใดต้องการเลือกซื้อ All Flash Array การพิจารณาประเด็นต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ

emc_xtremio_front

1. All Flash Array ควรมีระบบ Data Protection ที่ออกแบบมาสำหรับ SSD โดยเฉพาะ

เนื่องจาก SSD เป็นเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานต่างจาก HDD โดยสิ้นเชิง ดังนั้นวิธีการรักษาข้อมูลให้มีความทนทานด้วยเทคโนโลยี RAID ที่สามารถใช้งานกับ HDD ได้ดี จึงไม่สามารถนำมาใช้กับ SSD ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง All Flash Array ที่ดีมักจะมีวิธีการในการรักษาข้อมูลให้มีความทนทานด้วยการใช้ SSD หลายๆ ลูก โดยมีการคำนึงถึงอายุการใช้งานของ SSD ไปพร้อมๆ กัน ไม่เช่นนั้นการใช้งาน SSD + RAID ก็อาจทำให้ RAID Volume พังเพราะ SSD หมดอายุการใช้งานพร้อมๆ กันทีละหลายๆ ลูกก็เป็นได้

2. All Flash Array จะต้องมีวิธีการในการใช้งานข้อมูลต่างๆ ที่จัดเก็บอยู่บน SSD อย่างคุ้มค่า

โดยทั่วไปในราคาที่เท่ากัน ถึงแม้ SSD จะมีความเร็วสูงกว่า HDD หลายเท่า แต่ความจุของ SSD ก็น้อยกว่า HDD หลายเท่าตัวเช่นกัน อีกทั้งอายุการใช้งานของ SSD ยังมีจำกัดจำนวนครั้งในการเขียนอีกด้วย ดังนั้น All Flash Array ที่ดีจึงควรจะต้องมีความสามารถที่ช่วยทั้งยืดอายุการใช้งานของ SSD ไปพร้อมๆ กับการลดพื้นที่การใช้งานบน SSD ไปด้วยในตัว ไม่ว่าจะเป็นการ Deduplication หรือ Compression แบบ Inline ก่อนมีการเขียนข้อมูลลง SSD ก็ตาม

3. ตรวจสอบผลการทดสอบทางด้านประสิทธิภาพของ All Flash Array ที่เปิดใช้งาน Feature ทั้งหมด

เพราะ SSD มีอายุการใช้งานที่จำกัด ดังนั้น All Flash Array จึงมักจะมาพร้อมกับความสามารถในการยืดอายุการใช้งานให้ SSD เช่น การทำ Deduplication หรือการทำ Compression รวมถึงการตั้งค่า Block Size ขนาดต่างๆ แต่ผลการรายงานทางด้านประสิทธิภาพของ All Flash Array มักจะไม่ได้เปิดใช้งาน Feature ต่างๆ เหล่านี้อย่างเต็มที่ ทำให้เรามักจะได้เห็น All Flash Array ที่มีค่า IOPS หลายแสนหรือหลายล้าน IOPS ต่อวินาที แต่เมื่อใช้งานจริงแล้วประสิทธิภาพก็ไม่ถึงตามที่ต้องการ หรืออาจมี Performance Spike เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ระหว่างการใช้งานจริงได้เช่นกัน

4. All Flash Array จะต้องสามารถใช้งานได้กับ Application และ Infrastructure ที่หลากหลาย

เพื่อเป็นการ Utilize ระบบ All Flash Array ที่มีราคาสูงให้คุ้มค่าสูงสุด All Flash Array ควรจะต้องสามารถทำงานร่วมกับ Application และ Infrastructure ที่หลากหลายภายในองค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับ Hypervisor ได้หลายยี่ห้อ, การทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการได้หลายยี่ห้อ, การจัดเก็บข้อมูลของ Database ได้หลายยี่ห้อ โดยรองรับการทำ Backup และ Recovery ได้ถึงระดับ Application และสามารถรองรับ Workload ของ Application ทุกประเภทพร้อมๆ กันได้ โดยไม่ต้องทำการปรับแต่งค่าการใช้งานของ All Flash Array ให้ซับซ้อน

5. All Flash Array ไม่ใช่ SAN Storage ทั่วๆ ไปที่ใส่ SSD แทน HDD

หลายๆ ผู้ผลิตพยายามเข้ามายังตลาดของ All Flash Array โดยใช้ SAN Storage และเทคโนโลยีแบบเดิมๆ ที่ติดตั้ง SSD แทน HDD ทั้งหมด ทำให้ผลการทดสอบทางด้านประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่การใช้งานจริงจะมีปัญหาต่างๆ เช่น SSD หมดอายุการใช้งานเร็ว, มีความเสี่ยงที่ SSD RAID Group จะพังพร้อมๆ กัน, พื้นที่การใช้งานมีน้อย, การปรับแต่งประสิทธิภาพให้เข้ากับแต่ละ Application ทำได้ยาก, เกิดปัญหาทางด้าน Performance กับ Application บางประเภท และอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้ดูแลระบบคาดไม่ถึง เพราะ All Flash Array และ SSD เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ ดังนั้นการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อดูว่า All Flash Array ที่ผู้ขายพยายามนำเสนอ เป็น All Flash Array จริงๆ หรือเป็น SAN Storage แบบเดิมๆ ที่ใส่ SSD เพื่อทำงานแบบ Hybrid Array ได้ ก็ถือเป็นประเด็นที่ค่อนข้างสำคัญเช่นกัน

EMC XtremIO ผู้นำทางด้านเทคโนโลยี All Flash Array ทางเลือกอันดับหนึ่งในปัจจุบัน

emc_xtremio_xbrick

EMC XtremIO เป็นระบบ All Flash Array ที่ถูกออกแบบมาด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • XDP เทคโนโลยีสำหรับการรักษาข้อมูลบน SSD ให้ทนทานระดับเดียวกับ RAID ไปพร้อมๆ กับการยืดอายุการใช้งาน
  • In-Memory Metadata ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ All Flash Array ให้มีความเร็วระดับ RAM ในขณะที่ทำ Deduplication เพื่อลดพื้นที่การใช้งาน และยืดอายุ SSD ไปด้วยในตัว
  • AppSync สามารถบริหารจัดการการทำ Backup, Recovery และ Cloning ได้ถึงระดับ Application ที่เก็บข้อมูลอยู่บน XtremIO ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ทำการ Backup หรือ Clone นั้นจะสามารถใช้งานได้อย่างแน่นอน
  • Scale-out ทำให้ XtremIO สามารถเพิ่มขยายพื้นที่ไปพร้อมๆ กับประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เกิดคอขวดที่ Controller และไม่ต้องลงทุน Controller ขนาดใหญ่แต่แรก คุ้มค่าต่อการลงทุน

นอกจากนี้ EMC XtremIO ยังถูกจัดให้เป็น Leader ใน Gartner’s Magic Quadrant สำหรับ Solid State Arrays 2014 อีกด้วย โดยมีประสิทธิภาพสูงถึง 250,000/150,00 Random Read/Random Write IOPS ต่อเครื่องในขณะที่เปิดใช้งานทุกฟีเจอร์ และสามารถ Scale-out ได้รวมกันสูงสุดถึง 6 เครื่องผ่าน Infiniband ที่ความเร็ว 40Gbps

ส่วนผู้ที่กำลังมองหาระบบ VDI ระยะยาว EMC XtremIO หนึ่งเครื่อง สามารถรองรับ VDI แบบ Linked Clone ได้สูงสุดพร้อมกันถึง 3,500 VM เลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่สนใจและอยากทดสอบความเร็วของ EMC XtremIO สามารถติดต่อ Partner ของ EMC ทั่วประเทศไทย หรือติดต่อ EMC Thailand ได้ทันที

ข้อมูลเพิ่มเติม


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Oracle เตรียมสร้าง Data Center ใต้ดินในอิสราเอล

Oracle ประกาศ เตรียมสร้าง Data Center ใต้ดินในอิสราเอลเพื่อหลบการโจมตีจากจรวด

Microsoft ออก Sysmon สำหรับใช้บน Linux

แอดมินของเครื่อง Linux สามารถนำ Sysmon ของ Microsoft ไปใช้งานเพื่อดูพฤติกรรมและเก็บ Log สิ่งผิดปกติในระบบได้แล้ว