ADPT

3 ข้อดีจาก Wi-Fi 6

ตั้งแต่เปิดเดือนพฤษาภาคมที่ผ่านทาง Cisco ผู้นำตลาดเครือข่ายได้ประกาศออกอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 มาหลายรุ่น เช่น MR45, MR55 และ Catalyst 9100 วันนี้เราลองไปดู 3 ข้อดีเกี่ยวกับ Wi-Fi 6 จาก Cisco กันครับว่ามาตรฐานใหม่ที่กำลังจะมานี้ดียังไง

Credit: ShutterStock.com

1.รับจำนวนอุปกรณ์ใช้งานได้เพิ่มขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้จำนวนอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในสถานที่ เช่น สนามกีฬา มหาลัย หอพัก และอื่นๆ อุปกรณ์ยุคเก่าไม่สามารถรองรับการเชื่อมต่อจำนวนมาก แถมยังมีปัญหาการทับซ้อนของสัญญาณและแอปพลิเคชันที่เผาผลาญปริมาณการใช้ข้อมูลด้วย ทั้งนี้ Wi-Fi 6 มีการใช้เทคนิคเพื่อป้องกันการรบกวนกันระหว่างอุปกรณ์และทำให้สามารถรับส่งแพ็กเก็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งรองรับกับอุปกรณ์จำนวนมากเข้ามาเชื่อมต่อได้ด้วย

2.เร็วขึ้น

แน่นอนว่ามาตรฐานใหม่ Throughput เพิ่มก็ย่อมต้องเร็วกว่าของเดิมแต่ประเด็นที่นอกจากการตอบโจทย์การใช้งานอย่าง SaaS, Video Streaming ระดับ 4K หรือจำนวนอุปกรณ์ IoT แล้ว Wi-Fi 6 เผอิญออกมาเจอกับ 5G พอดี ลองคิดดูว่าถ้า Wi-Fi ไม่เร็วกว่า Cellular จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น Cisco เองก็เตรียมพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า ‘OpenRoaming‘ คือการทำให้ผู้ใช้การเชื่อมต่อข้ามระหว่าง 5G และ Wi-Fi 6 ได้อย่างไม่มีสะดุด เช่น ต้องล็อกอินข้ามไปข้ามมาบ่อยๆ เป็นต้น

3.ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม

ฟีเจอร์ Target Wake Time (TWT) ของ Wi-Fi 6 จะช่วยให้อุปกรณ์ลดการใช้พลังงานไปได้สูงสุดถึง 67% สาเหตุเพราะมีการอนุญาตให้ AP สามารถจัดการตารางการส่งข้อมูลไปหา Client ที่เชื่อมต่อซึ่งหากอุปกรณ์ไม่ได้อยู่ในตารางการรอข้อมูลก็จะเข้าสู่ภาวะ ‘Low power mode’ นั่นเอง

โดย Wi-Fi 6 กำลังจะมาถึงแบบเต็มๆ ภายในปี 2020 แล้ว ดังนั้นสำหรับผู้สนใจ AP จาก Cisco ที่เพิ่งออกมาเพื่อรองรับ Wi-Fi 6 สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ MR45, MR55 และ Catalyst 9100 (ข่าวเก่าจาก TechTalkThai)

ที่มา :  https://meraki.cisco.com/blog/2019/05/the-top-three-benefits-of-wi-fi-6/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] เพิ่มความคล่องตัว สร้างความมั่นคง และเปลี่ยนให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่น ผ่านบริการ Fujitsu Work Life Shift

ธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รูปแบบการทำงานจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรแต่ละแห่งต้องสามารถดำเนินการ อยู่รอด และเติบโตได้ ไม่ว่าโลกรอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างรูปแบบเรียนรู้อย่างรวดเร็ว สร้างกลยุทธ์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนทันท่วงที ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกความสำเร็จ ซึ่งคุณพรชัย พงศ์เอนกกุล หัวหน้ากลุ่ม DX Modernization บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Fujitsu Work Life Shift หนึ่งในบริการสำคัญที่ช่วยให้ฟูจิตสึสามารถปรับตัว รับมือกับความท้าทาย พลิกโฉมการทำงาน ขับเคลื่อนธุรกิจในยุค New Normal และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ วันนี้ฟูจิตสึพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ และนำ Fujitsu Work Life Shift มาสู่องค์กรในประเทศไทย เพื่อร่วมนำพาธุรกิจไปข้างหน้าร่วมกัน บทความนี้จึงขอสรุปรูปแบบการให้บริการ Fujitsu Work Life Shift เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ มองเห็นภาพ และนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร

[Guest Post] ชูธงเทคโนโลยี HPE GreenLake ติดปีก EHR ให้วงการสาธารณสุข

แม้ความท้าทายในแวดวงสาธารณสุขจะเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานก่อนไวรัสโควิด-19 เห็นได้จากแนวโน้มด้านประชากรศาสตร์ เช่น โครงสร้างสังคมผู้สูงอายุทั่วโลก การเพิ่มขึ้นอย่างมากของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน และเบาหวาน การขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งองค์กรอนามัยโลก คาดการณ์ว่า โลกจะขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุขราว 13 ล้านคนภายในปี 2035 หรือค่าเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ความมั่นคงด้านการเงินของระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นเดียวกัน