[PR] ไอดีซีเผย 10 แนวโน้มดิจิทัลที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

Credit: everything possible/ShutterStock

กรุงเทพ, 11 มกราคม 2561 – ไอดีซีประเทศไทยได้เปิดเผยการคาดการณ์ 10 แนวโน้มที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ภายใต้รายงานชื่อ “FutureScapes 2018” โดยเน้นถึงผลกระทบจากการใช้งานเทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่ 3 ที่มีต่อการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อก้าวไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

ไอดีซีประเทศไทยคาดการณ์ว่าการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของทั้งองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

องค์กรที่จะสามารถแข่งขัน และ เติบโตได้ในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation Economy) จะต้องปรับเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นองค์กรดิจิทัลโดยสมบูรณ์ (Digital Native Enterprise) เพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างสรรค์และใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม จนนำไปสู่การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ในที่สุด

จาริตร์ สิทธุ ผู้บริหารประจำไอดีซีประเทศไทยระบุว่า “การก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของประเทศไทย ทำให้การลงทุนด้านไอทีของเราสามารถเติบโตขึ้นไปแตะที่ระดับ 4.4 แสนล้านบาทได้ในปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องไปสู่ระดับ 4.7 แสนล้านบาทได้ภายในปี 2564”

“เรากำลังเห็นหลายต่อหลายองค์กรในประเทศไทยปรับตัวเพื่อสร้าง และเพิ่มความสามารถด้านดิจิทัล โดยเปลี่ยนแปลงทั้งวิธีการทำงาน พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ตลอดจนเปลี่ยนแปลงวิธีการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเศรษฐกิจดิจิทัล”

สุเดฟ บังกาห์ ประธานบริหารประจำภูมิภาคอาเซียนของไอดีซีกล่าวเสริมว่า “องค์กรในประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับการทรานส์ฟอร์มและการสร้างนวัตกรรมขึ้นไปอีก เพราะการแข่งขันที่จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เราเชื่อว่าจะมีองค์กรจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ยกดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันให้เป็นส่วนสำคัญที่สุดของกลยุทธ์องค์กร เพื่อที่จะไม่พลาดโอกาสในการเติบโต”

การคาดการณ์ของไอดีซีนั้นมุ่งเน้นไปที่การใช้งานเทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่ 3 ทั้งคลาวด์ โมบิลิตี้ บิ๊กดาต้า และโซเชียล ประกอบกับการใช้งานเทคโนโลยีตัวเร่งนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็น เออาร์/วีอาร์ ระบบคอมพิวเตอร์เสมือนมนุษย์ ระบบซีเคียวริตี้ยุคใหม่ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) การพิมพ์ 3 มิติ และระบบหุ่นยนต์

โดยจาริตร์และทีมนักวิเคราะห์ของไอดีซีประเทศไทย ได้เปิดเผยการคาดการณ์ 10 แนวโน้มที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ดังนี้

#1: แพลตฟอร์มดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน: [ภายในปี 2563] 20% ขององค์กรขนาดใหญ่ของไทยจะมีการกำหนดกลยุทธ์การสร้าง “แพลตฟอร์มดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน” ที่ชัดเจน และ จะเริ่มดำเนินการติดตั้งแพลตฟอร์มนี้เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล

#2: การเปิดเอพีไอ: [ภายในปี 2564] มากกว่าหนึ่งในสามของ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไทยจะพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วหนึ่งในสามของการใช้งานบริการดิจิทัลของตน จะผ่านระบบเอพีไอแบบเปิด โดยเพิ่มขึ้นจากแทบ 0% ในปี 2560 ซึ่งทำให้สามารถขยายบริการดิจิทัลให้ไปได้ไกลกว่าแค่เฉพาะลูกค้าของตนเท่านั้น

#3: ธุรกิจดิจิทัล: [ภายในปี 2561] 30% ของผู้บริหารด้านไอทีจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การสร้างรายได้จากดาต้า และการสร้างธุรกิจดิจิทัล โดยถือว่าเป็นวาระสำคัญขององค์กร

#4: คลาวด์ 2.0 จะกระจายตัวและเฉพาะทางมากขึ้น: [ภายในปี 2564] การลงทุนขององค์กรในบริการคลาวด์ และฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการที่ใช้งานผ่านคลาวด์ จะเพิ่มจนสูงกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้งานระบบคลาวด์ที่หลากหลายขึ้น ซึ่งจะอยู่ที่ “เอดจ์” 15% จะมีการใช้เครื่องมือคอมพิวต์เฉพาะทาง (ไม่ใช่ X86) กว่า 10% และจะมีการใช้งานมัลติ
คลาวด์กว่า 30%

#5: ความเสี่ยงและการสร้างความเชื่อมั่น: [ภายในปี 2561] 30% ของผู้บริหารด้านไอทีจะหันกลับมาสนใจการตรวจสอบผู้ใช้งานระบบและการสร้างความเชื่อมั่นในระบบไอที เพื่อบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ระบบไซเบอร์ซิเคียวริตี้เดิมที่ไม่สามารถปกป้องดาต้าได้นั้นถูกปลดระวางไป

#6: บุคลากรที่มีความสามารถด้านดิจิทัล: [ภายในปี 2563] 25% ของตำแหน่งงานด้านเทคนิคที่เปิดใหม่ จะต้องการผู้สมัครที่มีทักษะการวิเคราะห์และเอไอ เพื่อช่วยองค์กรให้ดำเนินโครงการทรานส์ฟอร์เมชันที่เกี่ยวข้องกับดาต้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องว่าจ้างบุคลากรด้านดาต้าโดยเฉพาะ

#7: ผู้ช่วยดิจิทัล: [ภายในปี 2562] ผู้ช่วยดิจิทัลและบอทจะมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแค่ 3% ของธุรกรรมทั้งหมด แต่จะช่วยสร้าง 10% ของยอดขาย ซึ่งจะช่วยผลักดันให้องค์กรที่ใช้งานเทคโนโลยีนี้ให้เติบโตได้

#8: 5G และ โมบายล์ไอโอที: [ภายในปี 2564] บริการ 5G จะช่วยผลักดันการใช้งานอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ และจะกระตุ้นให้ 50% ของ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไทยลงทุนในโซลูชันด้านการจัดการการเชื่อมต่อเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

#9: ไอโอทีซิเคียวริตี้ภายในบ้าน: [ภายในปี 2563] กว่า 22% ของโซลูชันไอโอทีภายในบ้านที่ติดตั้งด้วยตนเองจะถูกเจาะระบบ แต่จะมีเพียง 12% ของโซลูชันไอโอทีภายในบ้านที่ติดตั้งโดยผู้ให้บริการเท่านั้นที่จะถูกเจาะระบบ

#10: การชำระเงินผ่านโมบายล์: [ภายในปี 2563] อุปกรณ์เคลื่อนที่จะกลายเป็นเทอร์มินัลรับชำระเงินโดยพฤตินัยในประเทศไทยและในหมู่ผู้ประกอบการขนาดย่อมที่เกิดใหม่ โดยการใช้งานนี้จะผลักดันให้รายได้ของผู้ประกอบการขนาดย่อมเติบโตขึ้น 10%

สำหรับคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคาดการณ์ของไอดีซี กรุณาติดต่อจาริตร์ สิทธุ ที่ jsidhu@idc.com และสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อศศิธร แซ่เอี๊ยว ที่ sasithorn@idc.com

###

เกี่ยวกับไอดีซี

ไอดีซี บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลการตลาดชั้นนำระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และ คอนซูมเมอร์เทคโนโลยี โดยนำเสนอข้อมูลจากการวิเคราะห์เจาะลึก ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้าน ไอที ผู้บริหาร และ นักลงทุน ให้สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจจัดซื้อเทคโนโลยีและกำหนดกลยุทธ์ ทางธุรกิจ ปัจจุบัน ไอดีซี มีนักวิเคราะห์มากกว่า 1,100 คน ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูล และ ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์อย่างรอบด้านแก่ลูกค้าในเรื่องเทคโนโลยี รวมถึงโอกาสทางธุรกิจ และ แนวโน้ม ของอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และ ในแต่ละประเทศ มากกว่า 110 ประเทศทั่วโลก  ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สะสมมามากกว่า 50 ปี ไอดีซีได้ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุทุกวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ไอดีซี เป็นบริษัทในเครือของไอดีจี ซึ่งดำเนินธุรกิจสื่อสารเทคโนโลยีวิจัย และ จัดงานสัมมนาชั้นนำระดับโลก ค้นหาข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่ www.idc.com




About TechTalkThai PR 2

Check Also

Cisco ออกโซลูชัน Cloud Endpoint Security เพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย

Cisco ได้ออกโซลูชันด้าน Endpoint Security ซึ่งสามารถใช้งานได้ผ่าน Cloud โดยไม่ต้องลงทุนด้านฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม อีกทั้งยังสามารถปรับโมเดลการใช้งานได้ตามความเหมาะสมขององค์กรด้วยการคิดค่าใช้จ่ายแบบ Licensing โดยคาดว่าจะโซลูชันนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการที่ดูแลระบบความมั่นคงปลอดภัยในระดับองค์กรสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ง่าย และปรับได้เหมาะสมกับขนาดองค์กรของลูกค้า

Juniper เปิดตัว ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการคลาวด์เพื่อรับการใช้งาน ‘Multicloud’

Juniper Networks หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ด้านระบบเครือข่ายระดับสากลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ Multicloud ที่กำลังมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ในระดับองค์กร โดยปัจจัยสำคัญในการใช้งาน Multicloud คือ ต้องมีประสิทธิภาพการทำงานที่หลากหลายและการทำ Access Control ด้วยเหตุนี้ Juniper จึงเพิ่มศักยภาพทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ …