ความแตกต่างระหว่างโปรโตคอล ZigBee และ Z-Wave

ZigBee และ Z-wave ต่างก็เป็นโปรโตคอล Wireless ที่ใช้กันในผลิตภัณฑ์ด้าน SmartHome ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันไป อย่างไรก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานสมควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์เพราะไม่งั้นอาจซื้อมาแล้วปวดหัวภายหลัง วันนี้เราจึงขอนำเสนอบทความจาก Howtogeek ที่ได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจ

Credit: ShutterStock.com

1.ZigBee เป็นมาตรฐานเปิดแต่ Z-Wave ไม่ใช่

ข้อดีของมาตรฐานเปิดคือใครก็สามารถนำไปต่อยอดได้ไม่มีใครผูกขาดซึ่งจะเผยโค้ดให้ตรวจสอบได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามข้อเสียก็คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจของผู้ใช้งานก็ได้ เช่นกรณีของ Philips Hue ที่นำไปใช้แต่ยังทำออกมาได้ไม่น่าประทับใจ สำหรับ Z-Wave คือมาตรฐานปิดโดย Silicon Labs ซึ่งถูกเปลี่ยนมือมาหลายรอบแล้วซึ่งจุดนี้อาจถือเป็นความไม่สเถียรก็ได้แต่ข้อดีของการไม่ถูกเปลี่ยนแปลงบ่อยในหลายกรณีจึงไม่จำเป็นต้องใช้ Device Hub เข้ามาช่วย (ทำให้อุปกรณ์สามารถต่างมาตรฐาน ยี่ห้อ หรือคนละชนิดสามารถทำงานเชื่อมต่อกันได้) โดยอุปกรณ์ที่ใช้ Z-wave จะต้องได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ใน ZigBee ที่ไม่ยอมคุยกัน

2.Mesh Network

ทั้งสองโปรโตคอลสามารถสร้าง Mesh Network ได้แต่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยแต่ละฝั่งต่างมีจุดเด่นของตัวเองดังนี้

  • Z-wave มีระยะการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ไกลถึง 550 ฟุตในขณะที่ ZigBee ทำได้แค่ 60 ฟุต
  • ZigBee โดดเด่นกว่าในเรื่องของการส่งต่อสัญญานระหว่างอุปกรณ์เพราะทำได้จำนวนมากแต่ Z-wave ทำได้แค่ 4 ครั้ง (Hop)

ยกตัวอย่างการนำไปใช้เช่น Z-wave อาจจะเหมาะกับบ้านกว้างแต่ความต้องการใช้อุปกรณ์ไม่มาก แต่หากมีจำนวนอุปกรณ์เยอะในพื้นที่จำกัดก็อาจเลือก ZigBee ไปใช้งานแทนซึ่งถ้าอยากให้ครอบคลุมพื้นที่เพิ่มขึ้นก็เพิ่มอุปกรณ์เข้าไปให้ส่งต่อสัญญาณกันเป็นทอดๆ ไปจนถึงจุดที่วาง Hub เป็นต้น

3.ZigBee ใช้พลังงานต่ำกว่า

ZigBee ยังคงเอาชนะ Z-Wave ในเรื่องของการใช้พลังงานอยู่แต่ช่องว่างก็เริ่มลดลงแล้วเพราะ Z-wave ก็พัฒนาขึ้นมามากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นผู้ใช้ที่กังวลเรื่องพลังงานคงต้องเลือก ZigBee ก่อน

4.Z-Wave เหมาะกับการใช้งานในประเทศมากกว่า

ในยุโรปและสหรัฐฯ ZigBee จะใช้ย่านความถี่ 2.4 GHz ในขณะที่ Z-Wave จะใช้ย่านความถี่กันแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศซึ่งก็กลายเป็นข้อดีเพราะสัญญาณจะไม่ไปรบกวนกับการใช้งานอื่น ดังนั้นหากเราไม่มีการนำอุปกรณ์เหล่านั้นข้ามประเทศ Z-Wave จะเหมาะสมกว่า

5.การรองรับของแต่ละผู้ผลิต

ก่อนจะเลือกซื้ออุปกรณ์เราควรพิจารณารายชื่อผู้ผลิตของว่ามีเจ้าไหนบ้างซึ่งสำคัญอย่างมากดังนี้

  • ZigBee รองรับโดย Philips Hue, Amazon Echo Plus, Belkin WeMo Link และ Hive Active Heating เป็นต้น
  • Z-wave รองรับโดย August Smart Lock, Kwikset Smart Lock และ Logitech Harmony Hub Extender เป็นต้น

จุดสังเกตเพิ่มเติมคือ Amazon ได้เลือกรองรับแค่ ZigBee เท่านั้นซึ่งทำให้ตัว Echo สามารถนำไปใช้ได้ในหลายประเทศ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการใช้ทั้งสองมาตรฐานก็ยังมีทางไปได้นั่นคือต้องไปหา Hub มาใช้เพื่อให้อุปกรณ์ที่รองรับแต่ละโปรโตคอลทำงานร่วมกันได้ เช่น SmartThings และ Wink (รูปตัวอย่างด้านล่าง) แต่จำไว้ว่าไม่ได้ทำการให้การเชื่อมต่อแบบ Mesh ข้ามกันระหว่างอุปกรณ์เกิดขึ้นมาได้ (แค่สั่งการระหว่างกันได้เท่านั้น) ดังนั้นผู้ใช้งานควรเลือกมาตรฐานเดียวที่เหมาะสมกับความต้องการตั้งแต่แรกหากเป็นไปได้

Credit : Howtogeek

ที่มา : https://www.howtogeek.com/394567/zigbee-vs.-z-wave-choosing-between-two-big-smarthome-standards/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Azure ประกาศเปิดทดลอง Geo Zone Redundant Storage

Azure ได้ประกาศเปิดทดลองใช้งาน Geo Zone Redundant Storage เพื่อตอบโจทย์อีกระดับของการปกป้องข้อมูลและ Availability

AWS เปิด API สำหรับทำ Kernel Panic เพื่อตรวจสอบ EC2 ที่ไม่ตอบสนอง

AWS ได้เพิ่มช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบ EC2 ที่ไม่ตอบสนองได้ด้วย API ที่จะส่ง non-maskable interrupt (NMI) ไปยัง OS เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการ Kernel Panic ให้ได้ข้อมูลที่ใช้ …