มาตรฐาน Z-Wave เพิ่มข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ Smart Home ในการรับรอง Z-Wave Certified IoT Device

เมื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) เริ่มกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ Z-Wave Alliance จึงประกาศให้ทุกอุปกรณ์ที่จะมารับรองกับการเชื่อมต่อ Z-Wave ต้องผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยด้วย

z-wave_alliance_banner

Z-Wave Alliance กลุ่มผู้พัฒนามาตรญาน Z-Wave สำหรับเชื่อมต่อเครือข่าย IoT ในโซลูชัน Smart Home ที่เดิมทีนั้นเน้นการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายด้วยมาตรฐาน Z-Wave เป็นหลักนั้น ได้ประกาศเพิ่มข้อบังคับทางด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์ที่จะนำมาทดสอบและรับรองกับทาง Z-Wave Alliance เพิ่มเติมแล้ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ IoT ที่มีสัญลักษณ์ Z-Wave Certified นั้นจะสามารถเชื่อมต่อ Z-Wave ได้ และทำงานได้อย่างปลอดภัย

การตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มในส่วนของการตรวจสอบที่มีชื่อว่า Security 2 (S2) Framework ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้สำหรับการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่มายื่นขอการรับรอง Z-Wave Certified กันตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2017 เป็นต้นไป และจะครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ Smart Home Device, Smart Home Controller, Smart Home Gateway และ Smart Home Hub ที่ใช้มาตรฐาน Z-Wave ในการสื่อสารแบบไร้สาย

S2 นี้จะตรวจสอบการป้องกันการโจมตีพื้นฐานในหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงการใช้การแลก Key ในการเข้ารหัสที่ไม่ปลอดภัย และการบังคับให้อุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อไปยัง Cloud นั้นจะต้องใช้ TLS 1.1 ด้วย

ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจดีทีเดียวครับสำหรับการเสริมความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ IoT โดยเหล่าผู้กำหนดมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ IoT เอง โดยผู้ที่อยากรู้จักกับ Z-Wave เพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ที่ http://z-wavealliance.org/ ทันทีครับ

ที่มา: http://www.marketwired.com/press-release/z-wave-alliance-announces-new-security-requirements-all-z-wave-certified-iot-devices-2176741.htm

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ