Microsoft ทำให้ผู้ใช้งาน WSL เข้าถึงไฟล์บน Linux ได้ง่ายขึ้นแล้ว!

Microsoft ได้เพิ่มความสามารถให้กับ Windows 10 April 2019 ที่ทำให้ผู้ใช้งาน Windows Subsystem for Linux (WSL) สามารถเข้าถึง ดู และแก้ไข ไฟล์ของ Linux ได้ง่ายขึ้นผ่านทาง File Explorer หรือ Command Line

credit : Howtogeek.com

Windows Subsystem for Linux (WSL) เป็นฟีเจอร์ใน Windows 10 ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน Linux ได้บน Windows โดยจุดประสงค์ก็เพื่องานเล็กๆ น้อยๆ เช่น นักพัฒนาด้านโอเพ่นซอร์สซึ่งบางเครื่องมือไม่รองรับกับ Windows โดยประโยชน์ก็คือความคล่องตัวและกินทรัพยากรน้อยกว่าไปสร้าง VM มาเพื่อลง Linux เต็มๆ อย่างไรก็ตามข้อจำกัดคือไม่ได้รองรับการใช้งานแบบ UI (ถ้าผู้ใช้งานอยากได้แบบนั้นไป Docker, Hyper-V หรือ Azure ดีกว่า)

ประเด็นคือก่อนหน้านี้การเข้าถึงไฟล์ Linux นั้นเป็นเรื่องยุ่งยากซึ่งสามารถทำได้ด้วยการค้นหาในโฟลเดอร์ AppData แต่ทาง Microsoft ก็เตือนว่าอาจจะเกิดความเสียหายได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบัน Microsoft ได้เพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้งาน Windows 10 April 2019 สามารถใช้เครื่องมือของ Windows เข้าถึงไฟล์ได้ง่ายขึ้น หลักการเบื้องหลังคือเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ Plan 9 ไว้ในส่วน WSL รวมถึงเพิ่มไดร์ฟเวอร์และ Windows Service เพื่อเอาไว้คุยกับเซิร์ฟเวอร์เพื่อจัดการกับการปฏิบัติการเกี่ยวกับไฟล์และ Metadata ของ Linux

สำหรับวิธีการทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  • เข้า Linux Shell พิมพ์คำสั่ง Explorer.exe (รูปด้านบน)
  • เข้าหน้า Windows Explorer ใส่ Path ว่า \\wsl$\<running_distro_name>\ เช่นกรณีของ Ubuntu จะกลายเป็น \\wsl$\Ubuntu\ เป็นต้น หรือใช้คำสั่งใน PowerShell ก็สามารถทำได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามไม่รัปประกันว่า Microsoft จะเปลี่ยนวิธีการไปอีกไหมแต่ฟีเจอร์ดังกล่าวน่าจะโดนใจผู้ใช้งาน WSL หลายท่าน

ที่มา : https://www.howtogeek.com/fyi/windows-10-will-finally-offer-easy-access-to-linux-files/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

ค่าใช้จ่าย AI ต่อพนักงานในกลุ่มบริษัทชั้นนำลดลงเกือบ 10% แม้การใช้งานยังโตต่อเนื่อง

ข้อมูลการใช้จ่ายจาก Ramp ผู้ให้บริการด้าน Payment ในระดับองค์กร ครอบคลุมลูกค้ากว่า 70,000 แห่ง ชี้ให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในภาคธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในเดือนสิงหาคม โดยมีลูกค้า Ramp เพียง 56% …