มารู้จักกับการอัปเดตแต่ละประเภทของ Windows 10

สำหรับผู้ใช้งาน Windows 10 หลายท่านนั้นอาจจะค่อนข้างสับสนกับการอัปเดตอยู่ไม่น้อย ซึ่งในวันนี้เราได้สรุปความหมายของการอัปเดตทั้งหมดมาให้ได้ติดตามกันครับ

1.Windows 10 Feature Updates

Feature Update เป็นการอัปเดตเกี่ยวกับกลุ่มของฟีเจอร์หลักของ OS ข้อมูลที่น่าสนใจมีดังนี้

  • เกิดขึ้นปีละ 2 ครั้ง (ในช่วงระหว่างฤดูใบไม่ผลิและใบไม้ร่วง) โดยชื่ออ้างอิงคือ เดือน-ปี เช่น May 2019 Update หรือ October 2018 Update เป็นต้น
  • มีการปรับเพิ่มเลขเวอร์ชันด้วย เช่น Windows 10 1809 (Oct 2018 Update) หรือ Windows 10 1903 (May 2019 Update) เป็นต้น
  • การอัปเดตนี้จะไม่เกิดขึ้นอัตโนมัติยกเว้นว่าถึงเวลาสิ้นสุดการ Support จริงๆ อย่างในเดือนพฤศจิกายนนี้ Microsoft จะอัปเดตอัตโนมัติให้ผู้ใช้งานที่ยังเป็น Windows 10 1803 สู่ Windows 10 1903 

2.Windows 10 Cumulative Updates

Cumulative Updates คือการอัปเดตรายเดือนซึ่งโดยปกติจะปล่อยออกมาอย่างน้อย 2 ครั้งต่อเดือนเพื่อแก้ปัญหา เช่น พัฒนาคุณภาพ บั๊ก และความมั่นคงปลอดภัย สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมมีดังนี้

  • Windows 10 ‘B’ release – เกิดขึ้นทุกวันอังคารที่ 2 ของเดือนหรือที่เรียกว่า ‘Patch Tuesday’ โดยมักเกี่ยวกับการอุดช่องโหว่และบางครั้งก็จะมีการแก้ไขเรื่องคุณภาพด้วย
  • Windows 10 ‘C’ และ ‘D’ release – ออกมาช่วงอาทิตย์ที่ 3 และ 4 ของเดือนตามลำดับ ซึ่งมักเป็นแค่ Optional และพรีวิวที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย ทั้งนี้การอัปเดตทั้งสองจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแพตช์วันอังคารในเดือนถัดไป

ปัจจุบันผู้ใช้งาน Windows 10 1903 จะสามารถเลือกหยุดการอัปเดตแบบ Cumulative ได้ระยะหนึ่งก่อน (ภาพประกอบด้านล่าง)

credit : Bleepingcomputer

3.Windows 10 Security Updates

การอัปเดตในครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขช่องโหว่บน Windows 10 ทุกอังคารที่ 2 ของเดือนซึ่งมักจะถูกผนวกไว้ใน Cumulative แล้วแต่ผู้ใช้ก็สามารถเลือกต่างหากจาก Microsoft Catalog ได้เองเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากเจอช่องโหว่ร้ายแรงด่วนรอไม่ได้จริงๆ อาจจะมีการปล่อยการอัปเดตแบบ Out-of-band (มานอกเวลากำหนด) เช่นกรณีของ WannaCry หรือ BlueKeep เป็นต้น

4.Windows 10 Service Stack Update (SSU)

SSU เป็นการอัปเดตที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Windows Update อีกทีหนึ่งที่ทำให้การอัปเดตไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ Microsoft ตามปกติแล้วมักออกมาแก้ไขก่อนการอัปเดตรายเดือนด้าน Reliability

5.Windows 10 Compatibility and Reliability Update

เป็นการอัปเดตที่ไม่เกิดขึ้นตามมาตรฐานหรือ Out-of-band โดย Compatibility Update จะช่วยพัฒนาเรื่องของการติดตั้งตอนอัปเดต Windows 10 เวอร์ชันใหม่ ในขณะที่ Reliability Update จะเกี่ยวข้องกับส่วนประกอบภายใน OS

6.Windows 10 Microcode Update

การอัปเดตดังกล่าวสืบเนื่องมาจากช่องโหว่ในระดับฮาร์ดแวร์ซึ่งทาง Microsoft ได้ร่วมมือกับ Intel เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้การอัปเดต Microcode จะไม่เกี่ยวกับมาตรฐานการอัปเดตปกติ โดยผู้สนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมได้จาก Support Bulletin

7.Windows Malicious Software Removal Tool and Defender Antivirus

ในหัวข้อนี้จะเป็นเรื่องของการอัปเดตเครื่องมือภายใน Windows ที่ชื่อ Malicious Software Removal และ Defender Antivirus โดยรายละเอียดมีดังนี้

  • Malicious Software Removal – โปรแกรมตัวนี้ไม่ใช่ Antivirus แต่เอาไว้กำจัดซอฟต์แวร์อันตรายที่โปรแกรมรู้จักได้ โดย Microsoft ได้มีการอัปเดตเครื่องมือให้ทุกเดือน ผู้สนใจสามารถเรียกด้วยการพิมพ์ mrt ใน Run ได้เหมือน cmd (รูปประกอบด้านล่าง)
  • Defender Antivirus – เครื่องมือป้องกันมัลแวร์ที่เรารู้จักกันมานานจะมีการอัปเดตได้หลายครั้งต่อวันเพื่อให้มีความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างทันสมัย

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/the-different-types-of-windows-10-updates/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Tenable ออกโซลูชันใหม่ Tenable One for OT/IoT

IT ไม่ใช่ช่องทางเดียวที่จะถูกโจมตีได้ แต่ยังมีธุรกิจอีกจำนวนมากที่ต้องพึ่งพาระบบ OT และ IoT ในการปฏิบัติการ ด้วยเหตุนี้เองการรู้จักช่องโหว่ที่เป็นความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยไปกว่าระบบ IT ล่าสุด Tenable ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการช่องโหว่ได้ขยายความสามารถใหม่ให้แพลตฟอร์ม Tenable One รองรับการบริหารจัดการช่องโหว่สำหรับ …

Google เสริมแกร่ง Gemini ด้วยข้อมูลจาก Stack Overflow

Stack Overflow ถือเป็นแหล่งข้อมูลยอดนิยมของเหล่านักพัฒนาแอปพลิเคชันมานานแสนนาน ซึ่งล่าสุดได้เปิด API ที่ชื่อว่า OverflowAPI ประเดิมด้วยพาร์ทเนอร์รายแรกอย่าง Google Gemini for Google Cloud