เก็บข้อมูล Big Data อย่างมีประสิทธิภาพในต้นทุนที่ถูกกว่าด้วย Ultrastar Storage Platform จาก Western Digital

หลายองค์กรทั่วโลกต่างเดินหน้าทำ Digital Transformation เพื่อพลิกโฉมธุรกิจของตน ข้อมูลดิจิทัลกลายเป็นแหล่งน้ำมันดิบที่รอการนำไปสกัดและกลั่นกรองเพื่อให้กลายเป็นผลวิเคราะห์อันชาญฉลาดสำหรับนำไปปรับปรุงบริการ ส่งมอบประสบการณ์อันแสนยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า หรือสร้างโมเดลทางธุรกิจแบบใหม่ โดยเฉพาะยิ่งการมาถึงของยุค AI ที่ยิ่งทำให้ข้อมูลดิจิทัลมีความสำคัญและทวีมูลค่ามากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แต่ละองค์กรมีความต้องการในการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับการทำ Big Data Analytics อย่างไรก็ตาม การลงทุนระบบ External Storage ในรูปของ SAN หรือ NAS ก็อาจมีราคาที่สูงจนเกินไปหรือมีประสิทธิภาพการทำงานไม่ดีเพียงพอต่อความต้องการ Western Digital จึงได้นำเสนอ Ultrastar Series ซึ่งเป็น Storage Platform ที่สามารถเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า เลือกใช้งานได้ทั้งแบบ Hybrid หรือ All Flash

Ultrastar Storage Platform สำหรับจัดเก็บข้อมูลระดับ Big Data

Ultrastar Series เป็น Storage Platform ในกลุ่ม JBOD (Just a Bunch of Disks) หรือ JBOF (Just a Bunch of Flash) ของ Western Digital ซึ่งมีลักษณะหน้าตาเหมือนเซิร์ฟเวอร์ แต่ไม่มีเมนบอร์ดติดตั้งอยู่ภายใน ตัวอุปกรณ์จะประกอบด้วย Storage Back-plane, Hard Drive หรือ SSD Trays และ External SAS Interface เท่านั้น สามารถเชื่อมต่อ Ultrastar เข้ากับเซิร์ฟเวอร์ประเภทต่างๆ ขององค์กร เช่น CCTV Server, File Server, Database Server หรือ Backup/DR Server ได้โดยตรง พร้อมติดตั้ง Hard Drive หรือ SSD เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการ

Ultrastar Series มีจุดเด่นที่ความสามารถในการจุข้อมูลปริมาณมหาศาลภายใต้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขนาดกระทัดรัด รองรับจัดเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 1.2PB บนฮาร์ดแวร์ขนาด 4U ฮาร์ดแวร์ดังกล่าวถูกออกแบบโดยใช้นวัตกรรม ArcticFlow และ IsoVibe สำหรับการระบายความร้อนและลดแรงสั่นสะเทือนอันเนื่องมาจากตัวไดรฟ์ที่อยู่ชิดติดกันเป็นจำนวนมาก เพิ่มความเสถียรในการใช้อ่าน/เขียนข้อมูลและประหยัดพลังงานลงได้มหาศาล

ArcticFlow และ IsoVibe นวัตกรรมเพื่อการประหยัดพลังงานและเพิ่มความเสถียร

ความท้าทายสำคัญของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีความหนาแน่นของไดรฟ์สูงคือการระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปแล้ว ลมเย็นจะถูกส่งเข้ามาภายในอุปกรณ์ผ่านทางเดินลมเย็น (Cold Aisle) ของห้อง Data Center ลมเย็นนี้จะไหลผ่านไดรฟ์ตั้งแต่แถวแรกไปยังแถวสุดท้าย แล้วถูกถ่ายเทออกไปยังทางเดินลมร้อน (Hot Aisle) เพื่อระบายความร้อน อย่างไรก็ตาม เมื่อลมเย็นไหลผ่านไดรฟ์ในแต่ละแถว อุณหภูมิของลมจะค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ไดรฟ์ที่อยู่ใกล้กับทางเดินลมเย็นจะมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ในขณะที่ไดรฟ์ที่อยู่ใกล้กับทางเดินลมร้อนจะระบายความร้อนออกไปได้ไม่ค่อยดีนัก

ด้วยเทคโนโลยี ArcticFlow ของ Western Digital อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจะถูกแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนไดรฟ์ด้านหน้าและโซนไดรฟ์ด้านหลัง โซนไดรฟ์ด้านหน้าจะระบายความร้อนโดยใช้ลมเย็นจากทางเดินลมเย็นเหมือนปกติ แต่ลมที่ผ่านโซนไดรฟ์ด้านหน้าจนอุ่นแล้วจะถูกระบายออกไปยังทางเดินลมร้อนโดยตรงผ่านทางด้านข้างของโซนไดรฟ์ด้านหลังทันที ในขณะเดียวกัน ลมเย็นจากทางเดินลมเย็นจะถูกชักนำเข้ามายังตรงกลางของอุปกรณ์โดยตรง แล้วกระจายไปยังโซนไดรฟ์ด้านหลังเพื่อระบายความร้อนออกสู่ทางเดินลมร้อน

จากการทดสอบ พบว่า Ultrastar Series ของ Western Digital ที่ใช้เทคโนโลยี ArcticFlow มีอุณหภูมิในการทำงานโดยเฉลี่ยต่ำกว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทั่วไปในท้องตลาดถึง 13 องศาเซลเซียส และใช้พลังงานในการระบายความร้อนต่อไดรฟ์สล็อตเพียงแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น ส่งผลให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของ Data Center ขนาดใหญ่ที่มีจำนวนไดรฟ์มากถึง 20,000 ได้สูงถึง 9,600,000 บาทตลอดอายุการใช้งาน

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่สำคัญของ Western Digital บน Ultrastar Series คือ IsoVibe ซึ่งเป็นการตัดแผงวรจรแยกสำหรับไดรฟ์อย่างแม่นยำ ช่วยลดการถ่ายเทแรงสั่นสะเทือนจากตัวไดรฟ์หนึ่งไปอีกไดรฟ์หนึ่งได้เป็นอย่างดี ในขณะที่พัดลมสำหรับระบายความร้อนก็ถูกออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือนและสัญญาณรบกวนอันเนื่องมาจากการทำงานและเสียงให้เหลือน้อยที่สุด

เทคโนโลยี IsoVibe นี้ช่วยลดการสสั่นสะเทือนจากการหมุนของตัวไดรฟ์ลงได้มากกว่า 60% ส่งผลให้ตำแหน่งของหัวอ่าน/เขียนข้อมูลมีความผิดพลาดลดลงถึง 24% เมื่อเทียบกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลยี่ห้ออื่นๆ

เลือกใช้ได้ทั้งแบบ Hybrid หรือ All Flash

Ultrastar Series เป็น Storage Platform ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเป็นหัวใจสำคัญของ Software-defined Storage (SDS) ยุคใหม่ ด้วย Form Factor ขนาดกะทัดรัดแต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูล ทั้งยังมาพร้อมกับนวัตกรรม ArcticFlow และ IsoVibe ทำให้หลายองค์กรทั่วโลกต่างเลือกใช้ Ultrastar มาเป็นส่วนหนึ่งของ Data Center และระบบ Cloud ของตน

Ultrastar Series รองรับการใช้งานทั้งแบบ Hybrid ที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง Hard Drive และ SSD เพื่อความสมดุลย์ในส่วนของความจุข้อมูล ประสิทธิภาพ และการลงทุน หรือ All Flash ซึ่งประกอบด้วย SSD ล้วนสำหรับการใช้งานที่ต้องการ IOPS สูงและ Latency ต่ำ โดยแบ่งเป็น 3 รุ่น ดังนี้

Ultrastar Data60 และ Ultrastar Data102

Storage Platform แบบ Hybrid ขนาด 4U รองรับความจุข้อมูลสูงสุด 720 TB สำหรับรุ่น Ultrastar Data60 และ 1.2 PB สำหรับรุ่น Ultrastar Data102 สามารถเลือกใส่ Hard Drive และ SSD ได้ 60 และ 102 สล็อตตามลำดับ มาพร้อมกับพอร์ต SAS คู่สำหรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง หรือพอร์ต SATA เดี๋ยวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย รองรับการเชื่อมต่อแบบ 12 Gb/s SAS3 ได้สูงสุด 12 การเชื่อมต่อ สนับสนุนโดยเทคโนโลยี ArcticFlow และ IsoVibe เหมาะสำหรับการใช้งานบนระบบ Software-defined Storage, Private Cloud, Big Data Analytics และ Cloud Infrastructure

Ultrastar Data2u24

Storage Platform แบบ All Flash ขนาด 2U รองรับความจุข้อมูลสูงสุด 184 TB ความเร็วสูงสุด 4.7 ล้าน IOPS อัตราการรับส่งข้อมูล 23 GB/s ในขณะที่ Latency ต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพและความเสถียรสูง เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ Hyper-V หรือ SQL, โครงสร้างพื้นฐานของระบบ Virtual Desktop และ Virtual Server หรือระบบ Analytics สมรรถนะสูง

ตอบโจทย์การเก็บข้อมูลระดับ Big Data และการทำ Backup & DR

Ultrastar Storage Platform เหมาะสำหรับใช้งานระบบที่ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และประมวลผลด้วยความเร็วสูงในราคาย่อมเยาว์ ไม่ว่าจะเป็นระบบ CCTV, Backup & DR, Software-defined Storage, Big Data, Private Cloud, Data Analytics และ Virtualization ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ให้บริการ Storage OEM, ธุรกิจค้าปลีก และผู้ให้บริการระบบ Cloud

ด้านล่างเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมการออกแบบระบบกล้องวงจรปิดที่มีความจุข้อมูลสูง พร้อมด้วยระบบสำรองที่ติดตั้งด้วยซอฟต์แวร์ Honeywell MAXPRO VMS ซึ่งรองรับกล้องวงจรปิดได้สูงสุด 512 เครื่อง โดยใช้ Ultrastar Daata60 Storage Platform

สถาปัตยกรรมนี้ใช้ x86 Server จำนวน 2 เครื่องสำหรับซอฟต์แวร์ VMS, x86 Server อีก 2 เครื่องสำหรับบันทึกภาพวิดีโอ, Network Switch แบบ n+1, x86 Node Server 2 เครื่องเพื่อเชื่อมต่อไปยัง Ultrastar Data60 Storage Platform 2 ชุด ซึ่งเพียงพอต่อการจัดเก็บข้อมูลวิดีโอเป็นเวลานานกว่า 4 เดือนสำหรับกล้อง 512 เครื่อง สาเหตุที่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างละ 2 ชุดเนื่องจากอีกชุดหนึ่งทำหน้าที่เป็นระบบสำรอง

Ultrastar Data60, Ultrastar Data102 และ Ultrastar Data2U24 พร้อมให้บริการในประเทศไทยแล้ว โดยทั้ง 3 รุ่นรับประกันฮาร์ดแวร์ 5 ปีเต็ม ฟร้อมบริการ On-site Service และค่าอะไหล่ฟรีสำหรับปีแรก ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ http://campaigns.wd.com/wdc-inquiry-th.html (สามารถกรอกข้อมูลเป็นภาษาไทยได้ จะมีทีมงานคนไทยติดต่อกลับ)


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

NEXUS เชิญร่วมสัมมนาพิเศษ SAP S/4HANA สำหรับกลุ่มธุรกิจ Food and Beverage และ High Tech ในวันที่ 28 พ.ค. 2019

พลาดไม่ได้!! งานสัมมนาพิเศษสำหรับผู้บริหารประจำปี 2019 โดย SAP ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ อันดับ 1 ของโลก ได้จัดร่วมกับบริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา วางระบบซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ โดยในงานสัมมนาครั้งนี้จะเน้นย้ำเกี่ยวกับโซลูชั่นและแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของกลุ่มธุรกิจ Food, Beverage และ High Tech ให้เจริญเติบโตในยุคดิจิตอลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยโซลูชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากธุรกิจทั่วโลก โดยมีรายละเอียด และสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้

TechTalk Webinar: Modernize IT Infrastructure with Google Cloud Platform โดย Tangerine

Tangerine ขอเรียนเชิญเหล่า IT Manager, System Engineer, Software Developer และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง "Modernize IT Infrastructure with Google Cloud Platform โดย Tangerine" เพื่อเริ่มต้นทำความรู้จักกับ Google Cloud Platform กับการนำไปใช้พัฒนาระบบ IT ให้ทันสมัยเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว ก้าวทันยุค Digital ในวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้