SUSE by Ingram

สหรัฐฯประกาศยกเลิกแนวทางการพิจารณาวีซ่า H-1B ฉบับเก่า, เปลี่ยนมาใช้แบบใหม่เข้มงวดยิ่งขึ้น

(แก้ไข 04/04/2017 15:40: โฆษก USCIS ได้ออกมาแถลงกับ The Verge ว่าการออกบันทึกข้อความฉบับใหม่ดังกล่าวเป็นเพียงการปรับแนวทางของศูนย์พิจารณาวีซ่ารัฐ Nebraska ให้ตรงกับแนวทางที่มีอยู่แล้วของศูนย์อื่นๆทั่วประเทศเท่านั้น ไม่ใช่การตั้งแนวทางใหม่แต่อย่างใด) 

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา U.S. Citizenship and Immigration Services (USCIS) ออกบันทึกข้อความใหม่ว่าด้วยการเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาวีซ่า H-1B ให้กับผู้มีตำแหน่งงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงานโปรแกรมเมอร์ชาวต่างชาติเข้าไปทำงานในสหรัฐฯ

บันทึกข้อความดังกล่าวชี้แนะให้เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองเลิกใช้หลักพิจารณาการให้วีซ่า H1-B กับผู้ยื่นคำขอวีซ่าทำงานในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ตามบันทึกข้อความเก่าเมื่อปี 2000 เพราะพบว่ามีช่องโหว่หลายจุด เนื่องด้วยเป็นบันทึกข้อความที่อิงอยู่กับคู่มือวิชาชีพ (Occupational Outlook Handbook – คู่มือที่จัดพิมพ์โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเกี่ยวกับข้อมูลและสถิติวิชาชีพ) ของปี 1998-1999 และ 2000-2001 ที่นับช่วงเปลี่ยนผ่านของวิชาชีพด้านคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันแล้ว เช่นแม้จะมีการกำหนดให้ผู้ยื่นต้องสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่มีการระบุชัดเจนถึงสาขาที่จำเป็นสำหรับการประกอบวิชาชีพโปรแกรมเมอร์, การไม่มีการแยกแยะระหว่างตำแหน่งในระดับเริ่มต้น (entry-level) และส่วนอื่นๆชัดเจน, การอิงข้อมูลวิชาชีพที่ล้าสมัย

ส่วนหนึ่งของบันทึกข้อความนี้ได้มีการแนะให้พิจารณาค่าตอบแทนในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ของผู้ยื่นคำขอว่าสอดคล้องกับตำแหน่งและความเป็น “วิชาชีพเฉพาะ” หรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะมีสาเหตุจากปัญหาการจ้างแรงงาน H1-B ด้วยค่าจ้างที่ต่ำกว่าตลาดเพื่อลดค่าใช้จ่ายในบริษัท

ในตอนท้ายของเอกสาร ได้มีการแนะนำว่าหากอิงตามคู่มือวิชาชีพฉบับปี 2016-2017 นั้น การเป็น”โปรแกรมเมอร์ผู้ใช้ความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศน์เพื่อช่วยบริษัทบรรลุเป้าหมาย” นั้นไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอในการถูกยอมรับว่าเป็นผู้ประกอบ “วิชาชีพเฉพาะทาง”อีกต่อไป ดังนั้นผู้ยื่นคำขอ(หมายถึงตัวบริษัท)ควรยื่นหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าตำแหน่งดังกล่าวเป็นวิชาชีพเฉพาะทางด้วย

โดยสรุปแล้วการยกเลิกบันทึกข้อความฉบับเก่าและเปลี่ยนมาใช้ฉบับใหม่นั้น จะทำให้การพิจารณาวีซ่า H1-B สำหรับตำแหน่งทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการเปลี่ยนครั้งแรกในรอบ 17 ปีนั้นน่าจะส่งผลกระทบต่อการยื่นขอวีซ่าในปีนี้ที่เพิ่งเปิดรับไม่น้อย

หากผู้อ่านท่านใดต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่านเอกสารตัวเต็มได้ที่ https://www.uscis.gov/sites/default/files/files/nativedocuments/PM-6002-0142-H-1BComputerRelatedPositionsRecission.pdf

(*วีซ่า H-1B คือวีซ่าสำหรับแรงงานผู้มีคุณสมบัติขั้นสูง (high-skill workers) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการไอทีและเทคโนโลยี)

 

ที่มา: https://www.uscis.gov/sites/default/files/files/nativedocuments/PM-6002-0142-H-1BComputerRelatedPositionsRecission.pdfhttp://www.theverge.com/2017/4/3/15162306/immigration-policy-h1b-tech-industry

Check Also

[Guest Post] สิ่งที่คุณต้องการหลังยุค COVID: เทคโนโลยี composable enterprise

ผลกระทบที่สำคัญจากวิกฤตโรคระบาด COVID-19 นั้นสามารถสัมผัสได้แทบจะทันทีอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น (นึกถึงการทำงานจากระยะไกล (remote working) และความต้องการอย่างเร่งด่วนในระบบสำหรับสื่อสารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ที่ยืดหยุ่นปรับตามจำนวนที่เพิ่มหรือลดได้อย่างรวดเร็ว) และตอนนี้ ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าระบบไอทีของธุรกิจองค์กรต้องนั้นต้องเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบรับต่อวิถีใหม่เหล่านี้ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอันรวดเร็วนี้ก็ต้องการวิธีการคิดที่สดใหม่เกี่ยวกับอนาคตของแอปพลิเคชัน

PowerShell 7.1 ออกแล้ว!

Microsoft ได้ประกาศปล่อย PowerShell 7.1 ซึ่งเป็นการอัปเดตหลัก หลังจาก 7.0 ในเดือนมีนาคม