Twitter ประกาศย้ายข้อมูล 300PB ขึ้น Google Cloud Platform เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการข้อมูล

Twitter ได้ออกมาประกาศถึงความร่วมมือกับ Google Cloud Platform (GCP) ในการย้ายข้อมูลขนาดกว่า 300 Petabyte (PB) จาก Hadoop Cluster ที่ใช้งานอยู่เดิม ขึ้นไปยัง GCP ทั้งหมด เพื่อให้มีความคล่องตัวในการทำงานมากยิ่งขึ้น

 

Credit: Google

 

Parag Agrawal ผู้ดำรงตำแหน่ง CTO แห่ง Twitter ได้ออกมาสรุปถึงข้อดีของการย้ายขึ้นไปใช้ GCP ว่าจะทำให้การเพิ่มขยายขนาดความจุในการจัดเก็บข้อมูลสามารถทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น, สามารถเข้าถึงเครื่องมือและบริการต่างๆ ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายขึ้น, มีความมั่นคงปลอดภัยสูงขึ้น และยังรองรับการทำ Disaster Recovery ได้ดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้การย้ายขึ้นไปใช้ GCP นั้น ทาง Twitter ก็วางแผนเอาไว้ว่าจะแยกการทำ Compute และระบบ Storage ของ Hadoop ออกจากกัน เพื่อให้ในระยะยาวแล้วสามารถเพิ่มขยายได้ง่าย และคุ้มค่าในการใช้งานมากกว่า

ก็ถือเป็นข่าวใหญ่ไม่น้อยทีเดียวกับการที่ผู้ให้บริการระดับยักษ์ใหญ่ทาง Twitter ตัดสินใจใช้ GCP ในครั้งนี้ หลังจากนี้ก็คงจะได้เห็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งฝั่ง Twitter และ Google ครับ

 

ที่มา: https://blog.twitter.com/engineering/en_us/topics/infrastructure/2018/a-new-collaboration-with-google-cloud.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้