Breaking News

[PR] ทำไมการรักษาความปลอดภัยแบบ “มุ่งเน้นที่ภัยคุกคามเป็นหลัก” (Threat-Centric Security) จึงจำเป็นสำหรับ องค์กร ‘ทุกขนาด’ ในวันนี้

Threat Centric Cisco 2

ปัจจุบัน เมื่อพูดถึงสถานการณ์ภัยคุกคาม จะเห็นว่าผู้โจมตีใช้วิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นในการโจมตีองค์กรทุกขนาด โดย รายงานความปลอดภัยประจำ ปี 2558 ของซิสโก้ ระบุว่า แนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นในขณะนี้ก็คือ ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับและปกปิดกิจกรรมที่เป็นอันตราย โดยมีประเด็นสำคัญคือ:

  • Snowshoe Spam เป็นวิธีการโจมตีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยผู้โจมตีจะส่งสแปมจำนวนน้อยจากชุดไอพีแอดเดรสจำนวนมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ และเพิ่มโอกาสในการเจาะบัญชีผู้ใช้ที่มีช่องโหว่ในหลายๆ ทาง
  • เครื่องมือโจมตีที่ใช้งานกันอย่างกว้างขวางมักจะถูก ตรวจจับโดยบริษัทรักษาความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้อาชญากรออนไลน์จึงหันไปใช้ “ชุดเครื่องมือที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม” ซึ่งนับว่าเป็นวิธีการที่ยั่งยืน เพราะไม่ค่อยมีใครสนใจมากนัก
  • ในอดีต Flash และ JavaScript ขาดความปลอดภัยในตัวมันเอง แต่ด้วยความก้าวหน้าในการตรวจจับและป้องกันภัยคุกคาม ผู้โจมตีจึงต้องปรับเปลี่ยน ด้วยการใช้เครื่องมือที่โจมตีจุดอ่อนหลายๆ ส่วน เช่น การเผยแพร่มัลแวร์ด้วยสองไฟล์ที่แตกต่างกัน นั่นคือ ไฟล์ Flash และไฟล์ JavaScript จะทำให้เป็นเรื่องยากมากขึ้นสำหรับอุปกรณ์การรักษาความปลอดภัย ที่จะระบุและปิดกั้นภัยคุกคามดังกล่าว และวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือถอดรหัสโปรแกรม

Threat Centric Cisco 3

องค์กรทุกขนาดจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้น และจะต้องประเมินระบบป้องกันและมาตรการที่มีอยู่ เพื่อต่อสู้กับการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายที่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง  ผู้ โจมตีกำลังใช้วิธีการก้าวล้ำมากขึ้นในการแทรกซึมเข้าสู่ องค์กรขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยครอบคลุมตั้งแต่องค์กรขนาดเล็ก (พนักงาน 250-500 คน) ไปจนถึงองค์กรขนาดกลาง (พนักงาน 500-999 คน) และองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงาน 1,000 คนขึ้นไป แน่นอนว่าเราได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับการเจาะระบบรักษาความปลอดภัย ที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงตามที่ปรากฏผ่านสื่อ อย่างไรก็ตาม ผู้โจมตีมักมองหาหนทางที่จะสร้างผลตอบแทนผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจทั่วไป และโดยมากแล้ว วิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้โจมตีในการสร้างผลกำไรสูงสุดและลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดก็คือ “การโจมตี องค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอย่างต่อเนื่อง” แทนที่จะมุ่งโจมตีองค์กรขนาดใหญ่เพียงองค์กรเดียว

Threat Centric Cisco 1

บุคลากรจากองค์กรต่างๆ มักจะขอให้แนะนำวิธีการต่อสู้กับภัยคุกคามที่ซับซ้อนเหล่านี้ และไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ คำตอบของเราก็ยังคงเน้นย้ำถึง 1) ความจำเป็นในการปรับใช้แนวทางที่มุ่งเน้นภัยคุกคามและการปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนและการแยกกระจัดกระจายควบคู่ไปกับ 2) การจัดหาเทคโนโลยีที่มีความสามารถในการตรวจสอบที่เหนือกว่า การควบคุมอย่างต่อเนื่อง และ 3) การป้องกันภัยคุกคามอย่างเหนือชั้น โดยครอบคลุมเครือข่ายและขอบเขตการโจมตีทั้งหมด โดยมากแล้ว ลูกค้ามักจะเลือกใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่ “ดีพอใช้” ในจุดสำคัญๆ เช่น ระบบอีเมล หรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยบนเว็บ แนวทางนี้อันตรายอย่างมาก เพราะปัญหาข้อมูลรั่วไหลเพียงครั้งเดียว ก็อาจทำให้องค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีสถานะแข็งแกร่งต้องเลิกกิจการ ซึ่งนับว่าไม่คุ้มค่าเลยกับการเลือกซื้อโซลูชั่นความปลอดภัยที่ถูกกว่า โดยคนร้ายก็เริ่มตระหนักและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพิ่มมากขึ้น

การรักษาความปลอดภัย แบบมุ่งเน้นที่ภัยคุกคามเป็นหลัก ไม่ได้เป็นเพียงแค่นโยบายหรือมาตรการควบคุมเท่านั้น การปรับใช้แนวทางนี้จะช่วยให้บุคลากรฝ่ายรักษาความปลอดภัยสามารถรับมือกับการโจมตีได้ในทุกขั้นตอน โดยครอบคลุมทุกช่องทางการโจมตี และตอบสนองได้ทุกเวลาอย่างทันท่วงที ไม่ว่าเครือข่ายที่คุ้มครองจะมีขนาดเท่าใดก็ตาม

ไม่ว่าคุณจะปกป้ององค์กรขนาดกลาง สำนักงานที่อยู่ไกลออกไป หรือองค์กรที่มีสาขาหลายแห่ง คุณจะต้องเผชิญกับการโจมตีที่ทำให้ข้อมูลสำคัญตกอยู่ในภาวะเสี่ยง และอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก อย่างไรก็ดี ไม่ว่าองค์กรของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ คุณก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบในแง่ของกฎหมายและความไว้วางใจสำหรับการปกป้องข้อมูลที่มีค่าของลูกค้า รวมไปถึงทรัพย์สินทางปัญญา และข้อมูลลับขององค์กร

การรักษาความปลอดภัยมีความสำคัญต่อธุรกิจเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การโจมตีที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นส่งผลให้ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลถูกหยิบยกขึ้นหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารขององค์กรทุกขนาด ตามข้อมูลที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยใน 9 ประเทศ ผลการศึกษาเกี่ยวกับเกณฑ์การตรวจวัดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้ (Cisco Security Capabilities Benchmark Study) ซึ่งรวมอยู่ในรายงานความปลอดภัยประจำ ปี 2558 ของซิสโก้ เปิดเผยถึงช่องว่างระหว่างความคิดเห็นกับความเป็นจริง ทั้งยังระบุว่า “บริษัทขนาดกลางมีการรับรู้ที่ดีกว่าบริษัทขนาดใหญ่”

ผลการศึกษาดังกล่าว ชี้ว่า มีความแตกต่างน้อยมากระหว่างองค์กรขนาดกลาง (พนักงาน 500-999 คน) และองค์กรขนาดใหญ่ (พนักงาน 1000 คนขึ้นไป) ในแง่ของความพร้อมในการตอบสนองต่อปัญหาด้านความปลอดภัย

องค์กรขนาดกลางมีทัศนะใกล้เคียงกับองค์กรขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในองค์กรที่ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยมากนัก พบว่าระบบรักษาความปลอดภัยในองค์กรดังกล่าวก็มีความก้าวล้ำในระดับที่ต่ำกว่าองค์กรอื่นๆ เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีช่องว่างในเรื่องความสามารถของบริษัทในการกำหนดขอบเขตและควบคุมปัญหา ความเสี่ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยเป็นผลมาจากข้อจำกัดของระบบรักษาความปลอดภัยจำนวนมากที่มุ่งเน้นการตรวจจับในช่วงเวลาปัจจุบัน องค์กรทุกขนาดควรจะมองหา “ระบบที่รองรับการวิเคราะห์ย้อนหลัง” เมื่อเกิดปัญหาการเจาะระบบ แท้จริงแล้วระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยจะต้องรองรับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยสามารถย้อนกลับไปค้นหาสาเหตุต้นตอของปัญหา และสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของการเจาะระบบและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยให้องค์กรทุกขนาดสามารถขจัดภัยคุกคามและจำกัดความรุนแรงของปัญหา รวมไปถึงความเสียหายที่เป็นผลตามมา

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการอย่างรวดเร็วทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการโจมตี และถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องจัดระเบียบองค์กรอย่างเหมาะสม ด้วยการปรับใช้ “แนวทางรักษาความปลอดภัยแบบมุ่งเน้นที่ภัยคุกคามเป็นหลัก” เพื่อช่วยป้องกันภัยคุกคามได้ในทุกขั้นตอนของการโจมตี โดยครอบคลุมเครือข่ายและอุปกรณ์ของผู้ใช้อย่างทั่วถึง

บทความโดย นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการซิสโก้ประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Palo Alto Networks พบ Mirai พร้อมความสามารถใหม่เล็ง IoT ในภาคธุรกิจ

ทีม Unit 42 ของ Palo Alto Networks ได้ตรวจพบ Mirai หรือ Botnet อันลือชื่อที่ถูกเพิ่มความสามารถในการใช้ช่องโหว่ใหม่อีก 11 รายการซึ่งเล็งไปที่อุปกรณ์ IoT …

PuTTY ออกรุ่น 0.71 เน้นอุดช่องโหว่ด้าน Security เป็นหลัก ควรอัปเดตทันที

ทีมพัฒนา PuTTY เครื่องมือ SSH และ Telnet ยอดนิยมบน Windows ได้ออกอัปเดตรุ่น 0.71 เพื่ออุดช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ถูกค้นพบในโครงการการสนับสนุน HackerOne โดย EU และแนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตทันที ซึ่งในอัปเดตรุ่นนี้ได้อุดช่องโหว่ต่างๆ ดังต่อไปนี้