เทคนิคการใช้งาน SaaS ให้เกิดประโยชน์ สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม [Guest Post]

ปัจจุบันนี้ Digital Transformation ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมที่จะมุ่งไปยังเป้าหมายด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคาดการณ์ไว้ว่าจะมีมูลค่าถึง 360 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2568 อีกทั้งการเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลนี้ทำให้เราเห็นว่ากำลังมีรูปแบบการทำงานใหม่ๆ เกิดขึ้นในออฟฟิศ ตั้งแต่การทำงานแบบไฮบริดและการทำงานจากระยะไกล รวมถึงการเพิ่ม และปรับเปลี่ยนทักษะใหม่ให้แก่พนักงาน ตลอดจนมีการนำ Software-as-a-Service (SaaS) ไปปรับใช้เพื่อสร้างความยืดหยุ่น และเตรียมพร้อมสำหรับความต่อเนื่องทางธุรกิจ

บทความนี้ คุณ Gibu Mathew รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียแปซิฟิค บริษัท Zoho ได้ให้ข้อคิดและความเห็นที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวที่มีการคาดการณ์ไว้อย่างน่าสนใจ ดังต่อไปนี้

คุณ Gibu Mathew รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียแปซิฟิค บริษัท Zoho

SME ต้องทำงานหนักขึ้น

ในปีนี้ คาดว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีรายได้จาก SaaS สูงถึง 1,890 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจะมีอัตราการเติบโตต่อปีที่ 12%  โดยทั้งหมดนี้จะส่งผลเชิงบวกต่อผู้จำหน่ายเทคโนโลยี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสนใจในแพลตฟอร์ม SaaS สำหรับการทำงานแห่งอนาคต ทั้งนี้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมควรตระหนักว่าการเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลนั้นมีต้นทุนแอบแฝง หนึ่งในนั้นคือค่าใช้จ่ายในการเพิ่ม และปรับเปลี่ยนทักษะให้แก่พนักงาน ซึ่งอาจดูเกินเอื้อมสำหรับธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานช้าลง และผลตอบแทนจากการลงทุนทางดิจิทัลก็ลดลงอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่กลุ่มธุรกิจจะเปิดรับระบบดิจิทัล เนื่องจากประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากถึงหนึ่งในสามหรือ 150 ล้านคน มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดการเติบโตไม่ทั่วถึงในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงก่อนหน้านี้ที่มีความสามารถด้านดิจิทัลขั้นสูง เช่น ระบบอัตโนมัติ จะเข้ามามีบทบาทก็ตาม

เนื่องจากในตลาดมีหลากหลายบริษัทที่จำหน่ายแพลตฟอร์ม SaaS ดังนั้น ผู้นำด้านไอทีในธุรกิจตลาดระดับกลางจึงต้องเผชิญกับความท้าทายในการเลือกใช้แพลตฟอร์มให้เหมาะสมเพื่อเอื้อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ และความท้าทายนี้ยังมาพร้อมกับประเด็นปัญหาอีกประการหนึ่ง นั่นก็คือการจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถเฉพาะทางเพื่อมาประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มที่ซื้อมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด แม้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ แต่ถ้าสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและระดับตลาดกลางแล้ว ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้เริ่มเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เปลี่ยนไปใช้ดิจิทัลได้ง่ายๆ ด้วยแพลตฟอร์มการตลาดแบบรวมศูนย์

จากความท้าทายที่ได้กล่าวมาข้างต้น มีหนทางใดบ้างที่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจะนำ SaaS ไปใช้ได้และจะเปลี่ยนเป็นการใช้ดิจิทัลอย่างไรให้ครอบคลุม รวมถึงจะเอื้อให้เกิดความต่อเนื่องทางธุรกิจโดยไม่ต้องเริ่มสร้างธุรกิจใหม่จากศูนย์ได้อย่างไร คำตอบก็คือแพลตฟอร์ม SaaS จะช่วยให้พนักงานทำงานได้ตรงตามเป้าหมายของธุรกิจ ส่งผลให้ทำงานได้สำเร็จตามกำหนดเวลา ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะทำงานแบบไฮบริดหรือแบบระยะไกลก็ตาม

ข้อที่ต้องคำนึงถึงประการแรกก็คือ SaaS ควรต้องมีกระบวนการเตรียมความพร้อมให้ผู้ใช้งานที่มาพร้อมกับคำแนะนำสำหรับการตั้งค่าแพลตฟอร์มเพื่อให้บรรลุแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการใช้ซอฟต์แวร์ รวมทั้งปรับแต่งได้ง่ายเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจง ยกตัวอย่างเช่น ทีมการตลาดที่กำลังเริ่มใช้แพลตฟอร์มการตลาดแบบรวมศูนย์รุ่นใหม่สามารถใช้ซอฟต์แวร์ได้เกือบทันทีโดยไม่ต้องสับสนกับการใช้เทคโนโลยี เพราะมีกระบวนการเตรียมความพร้อมให้ผู้ใช้ที่ดีซึ่งมีอยู่ในตัวแพลตฟอร์มเลย ดังนั้น จึงใช้เวลาฝึกอบรมเรื่องที่จำเป็นต่างๆ สำหรับการใช้ซอฟต์แวร์น้อยลงอย่างมาก และใช้เวลาในการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่น้อยลงอีกด้วย กลุ่มธุรกิจจึงใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้ในกรอบเวลาที่สั้นลงนั่นเอง

ประการที่สอง บริษัทควรพิจารณาว่าแพลตฟอร์ม สามารถ “รวม” ให้ทุกแผนกในองค์กรเกิดเอกภาพได้อย่างไร หรือองค์กรต้องการมองเห็นภาพรวมของธุรกิจทั้งหมดอย่างครอบคลุมในที่เดียวหรือไม่ เพราะแม้ว่าแพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะมีแดชบอร์ด แต่หลายแพลตฟอร์มก็ยังทำให้เกิดการกระจายตัวของงาน แต่ละทีมก็ยังอยู่ในไซโลเหมือนเดิมแทนที่จะส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกัน

สิ่งที่น่าพิจารณาต่อไปก็คือ แพลตฟอร์ม SaaS สามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบบูรณาการ, ติดตามเส้นทางของผู้บริโภค, ให้ข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติจริงได้ และมอบประสบการณ์ของลูกค้าที่เกิดจากการทำการตลาดแบบรู้ใจลูกค้าได้หรือไม่ ด้วยธุรกิจดิจิทัลในปัจจุบันได้เปิดให้มีการสตรีมแบบ Omni-channel ได้ ความสามารถในการระบุลูกค้าตลอดเส้นทางของผู้บริโภคนั้นสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการจะสื่อสารข้อมูลที่สำคัญให้ลูกค้าทราบเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างโอกาสให้เกิดความภักดีต่อแบรนด์ เพิ่มผลรายรับ และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำได้อีกด้วย เมื่อกลุ่มธุรกิจสามารถควบคุมข้อมูลของตนได้ ก็จะสามารถปลดล็อกศักยภาพอื่นๆ อีกได้ เช่น การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ การวิเคราะห์ความรู้ความเข้าใจ และความสามารถในการคาดการณ์พฤติกรรมของลูกค้าในอนาคต และดำเนินการตามความคาดหวังเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

โดยส่วนใหญ่ระบบอัตโนมัติจะคอยช่วยสนับสนุนการทำงานทั้งหมด องค์กรสามารถสื่อสารอย่างเหมาะสมเพื่อขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้บริโภคได้เฉพาะเจาะจงตามความถี่เป็นวงจรได้ตรงตามความต้องการเชิงธุรกิจ การที่องค์กรมีความสามารถในการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีขึ้นในยุคดิจิทัลนี้จะช่วยสร้างผลกำไรให้ดีขึ้น และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนบนแพลตฟอร์มให้สูงขึ้น และตามที่นักการตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคร้อยละ 79 ระบุว่าระบบอัตโนมัติทางการตลาดจะกลายเป็นตัวเร่งการเติบโตตัวต่อไป กลุ่มธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงพลอยได้รับประโยชน์มหาศาลจากการลงทุนในเทคโนโลยีนี้ไปด้วย

ในขณะที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์ทุกวัน แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลรวมถึงมอบประสบการณ์แบบอัตโนมัติและอย่างเฉพาะเจาะจงตรงตามความต้องการด้วยจะสามารถปรับตัว และสร้างความต่อเนื่องในการเผชิญกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มการตลาดแบบรวมศูนย์ก็ยังคงตอบโจทย์ทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้น ธุรกิจที่แก้ปัญหาของลูกค้าที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ได้ก็จะสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนและสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าได้อีกด้วย

Zoho เป็นแพลตฟอร์ม SaaS ราคาย่อมเยา ใช้งานง่าย และได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย แพลตฟอร์มของเราได้ช่วยให้กลุ่มธุรกิจยกระดับประสิทธิภาพการทำงานในยุคดิจิทัล อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมว่าเป็นมาตรฐานสูงสุดในการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์และการตลาด แอปพลิเคชันกว่า 50 แอปพลิเคชันในแพลตฟอร์ม Zoho ครอบคลุมทุกด้านธุรกิจ ได้แก่ การขาย การตลาด การบริการลูกค้า การทำบัญชี และงานสนับสนุนต่างๆ (Back Office) ซึ่ง Zoho มีผู้ใช้งานมากกว่า 80 ล้านคนทั่วโลก แน่นอนว่าเมื่อเทคโนโลยีและมนุษย์สามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ธุรกิจก็จะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

OpenAI ขึ้นแท่นผู้นำใน Gartner Magic Quadrant ด้าน Enterprise AI Coding Agents ดัน Codex สู่แกนหลักการพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับองค์กร

Gartner ได้ประกาศให้ OpenAI เป็นผู้นำในรายงาน Magic Quadrant สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Enterprise AI Coding Agents ประจำปี 2026 สะท้อนความสำเร็จของแพลตฟอร์ม Codex …

สีคิ้วพลิกโฉมเมืองสู่ Smart City เต็มรูปแบบ จับมือ Esri Thailand ใช้ ArcGIS เชื่อมทุกข้อมูลเมือง บนแพลตฟอร์มเดียว ยกระดับบริการประชาชนรอบด้าน [PR]

เทศบาลเมืองสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านแพลตฟอร์ม Location Intelligence ในกลุ่มบริษัทซีดีจี เปิดต้นแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ผ่านแพลตฟอร์ม …