[Guest Post] ระบบเฝ้าระวังแบบรวมศูนย์ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ระบบเฝ้าระวังที่แข็งแกร่งนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญในการปกป้องทรัพย์สินของธุรกิจ จากการวิจัยของ Markets and Markets เกี่ยวกับตลาดของระบบรักษาความปลอดภัยเชิงพาณิชย์ มีการคาดการณ์ว่าขนาดของตลาดจะสูงถึง 342.6 พันล้านในปี 2026 ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 50% อย่างมีนัยสำคัญจากปี 2021 โดยสาเหตุส่วนใหญ่นั้นมาจากอาชญากรรมที่เพิ่มมากขึ้น การเติบโตของปริมาณความต้องการและการปรับใช้กล้อง IP การเร่งดำเนินการตามกฏระเบียบความปลอดภัยในองค์กร รวมไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของคลาวด์อันเนื่องมาจากผลกระทบของ COVID-19

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจทุกขนาดในทุกอุตสาหกรรมเองต่างก็มีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมและการบุกรุก หากไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม แรงจูงใจเหล่านี้ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ เริ่มปรับใช้ระบบเฝ้าระวัง (Surveillance) ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อเสริมกำลังให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของตน แต่การเลือกระบบที่เหมาะสมและเข้ากันได้กับความต้องการนั้นกลับเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับธรุกิจ ดังนั้น มาเริ่มดูความท้าทายทั่วไปที่องค์กรมักเผชิญเมื่อเลือกโซลูชันระบบเฝ้าระวัง

3 ความท้าทายที่ธุรกิจมักเผชิญเมื่อเลือกโซลูชันระบบเฝ้าระวัง (Surveillance)

  1. ข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นในการเลือกกล้องและอุปกรณ์

แม้ว่าจะไม่ได้พาดพิงว่าผู้จำหน่าย NVR ทุกรายรองรับเฉพาะกล้องและอุปกรณ์ที่มีตราสินค้าของตนเองเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติ มีผู้จำหน่าย NVR จำนวนมากที่รองรับประเภทกล้องและอุปกรณ์ในจำนวนที่จำกัดเนื่องจากเหตุผลทางธุรกิจ ดังนั้นบ่อยครั้งที่ธุรกิจต่าง ๆ ต้องตัดสินใจและยอมปรับใช้กล้องที่ไม่ใช่รุ่นที่พวกเขาต้องการ นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการตั้งค่าของระบบเฝ้าระวังเดิมให้รองรับอุปกรณ์ที่ต้องการนั้นยังมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

2. ข้อจำกัดในด้านพื้นที่จัดเก็บและความสามารถในการปรับขยายที่ไม่เพียงพอ

ผู้จำหน่าย NVR แบบดั้งเดิมนำเสนอพื้นที่จัดเก็บที่จำกัดและมีความยืดหยุ่นในการปรับขยายที่ต่ำ  ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปทางดิจิทัลมากขึ้น นวัตกรรมทางเทคโนโลยีก็ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน องค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ความละเอียดและคุณภาพของวิดีโอหรือปริมาณของข้อมูลสำรองที่กำหนดค่าไว้เป็นด่านทดสอบที่ท้าทายสำหรับผู้จำหน่าย NVR แบบเดิมเมื่อต้องรับมือกับการเติบโตของปริมาณข้อมูลของลูกค้า

และดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้น การเติบโตของความต้องการและการปรับใช้กล้อง IP รวมถึงการเร่งดำเนินการตามกฏระเบียบความปลอดภัยในองค์กร เช่น การปฏิบัติตามข้อกำหนดในการเก็บรักษาวิดีโอบันทึกให้ยาวนานขึ้น ล้วนขับเคลื่อนให้ธุรกิจต้องไตร่ตรองเกี่ยวกับกลยุทธ์ของระบบการเฝ้าระวังและ พื้นที่เก็บข้อมูลที่จำเป็นใหม่อีกครั้ง หรือกล่าวได้ว่า ผู้จำหน่าย NVR นั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำเสนอความสามารถในการปรับขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลระบบเฝ้าระวังให้มากขึ้น

3. ต้นทุนรวมสูงกว่าที่คาดไว้

ผู้ใช้มักมองข้ามค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือไปจากต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์ ในความเป็นจริง โซลูชันระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพนั้นอาจมีการเชื่อมต่อจากหลายสถานที่ และอาจรวมถึงส่วนประกอบมากมายของบุคคลที่สาม (Third-party) ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลถึงความต้องการในการบำรุงรักษาและการสนับสนุนจากผู้ขายที่แตกต่างกัน ผลที่ตามมาคือ ค่าธรรมเนียมการสมัครซอฟต์แวร์ VMS สำหรับการปรับใช้งานหลายสาขา ค่าใช้จ่ายในการผนวกรวมฮาร์ดแวร์ของบุคคลที่สาม หรืออุปสรรคในการติดต่อผู้ขายหลายรายเพื่อการบำรุงรักษาส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบเฝ้าระวัง

มาถึงจุดนี้ คุณอาจมีข้อสงสัยว่า ‘โซลูชันระบบเฝ้าระวังที่แข็งแกร่งและทันสมัย’ แบบใดที่ธุรกิจควรพิจารณาปรับใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขปัญหาความท้าทายข้างต้นเหล่านี้ ทั้งในแง่การรองรับการผนวกรวมอุปกรณ์และกล้อง ความสามารถในการปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ และรายการด้านล่างนี้ คือ สิ่งที่ต้องธุรกิจต้องพิจารณาและระวังเมื่อเลือกใช้โซลูชันระบบเฝ้าระวัง

  1. ระวังกับดักล๊อคอินของผู้จำหน่ายกล้อง (Vendor Lock-in)

ดังที่กล่าวไว้ ผู้จำหน่ายจำนวนมากมีกฏการรองรับอุปกรณ์และกล้องที่เข้มงวด ทำให้ธุรกิจมีทางเลือกที่จำกัดในการเลือกส่วนประกอบระบบเฝ้าระวัง เพื่อแก้ไขความท้าทายดังกล่าว ธุรกิจจึงควรปรับใช้โซลูชันระบบเฝ้าระวังที่ทันสมัย ที่มาพร้อมการรองรับกล้องและอุปกรณ์หลายประเภท ทั้งเลนส์ฟิชอาย (Fisheye),  PTZ หรือแบบหลายเลนส์ และโปรโตคอล ONVIF ที่เข้ากันได้ รวมไปถึงโมดูล I/O เช่น ตัวควบคุมประตู, ระบบ POS, อินเตอร์คอม และลำโพง IP ซึ่งถูกรวมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของโครงสร้างระบบด้วย เพื่อเพิ่มตัวเลือกให้ตรงกับความต้องการเฉพาะด้านความปลอดภัยขององค์กร

2. คำนึงถึงความสามารถในการปรับขนาดพื้นที่เก็บข้อมูล

นอกจากนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการจัดเก็บบันทึกวิดีโอถาวรที่เพิ่มขึ้น โซลูชันที่จัดเก็บข้อมูลจึงควรรองรับการปรับขยายหรืออุปกรณ์ส่วนต่อขยายได้ เพื่อเพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูลและช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บวิดีโอบันทึกขนาดใหญ่ที่มีอัตราเฟรมที่สูงขึ้นได้ยาวขึ้น และระยะเวลาที่จัดเก็บนานขึ้น ซึ่งหากความสามารถในการปรับขนาดที่ยืดหยุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์การจัดการขั้นสูงด้วยแล้วนั้นจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บได้อย่างมาก

3. พิจารณารูปแบบของใบอนุญาต (License)

ดังที่กล่าวไว้ในตอนต้น ฟีเจอร์ขั้นสูงและฟังก์ชันการทำงานของซอร์ฟแวร์ VMS เป็นส่วนสำคัญต่อค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของระบบเฝ้าระวังธุรกิจ วิธีการแก้ปัญหา คือ การปรับใช้งานโซลูชันระบบเฝ้าระวังที่มีต้นทุนฮาร์ดแวร์เพียงครั้งเดียวที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การจัดการขั้นสูงในตัวให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับใช้งาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของได้อย่างมาก

4. คำนึงถึงภาพรวมในการจัดการระบบขนาดใหญ่

และเมื่อพูดถึงฟีเจอร์การจัดการขั้นสูง ระบบเฝ้าระวังที่ทันสมัยควรรวมเอาคุณลักษณะการจัดการแบบรวมศูนย์ (Centralized Management System: CMS) ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการเซิร์ฟเวอร์การบันทึกหลายเซิร์ฟเวอร์ในสถานที่ต่าง ๆ พร้อมมีกลไกการเฟลโอเวอร์เฉพาะ (Failover N+M) ที่ยืดหยุ่น หรือรวมถึงฟีเจอร์การวิเคราะห์วิดีโอเชิงลึกด้านความปลอดภัย (Deep Video Analytic) เช่น การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของวัตถุและบุคคล เป็นต้น

ธุรกิจส่วนใหญ่มักไม่ให้ความสำคัญกับโซลูชันระบบเฝ้าระวังและความปลอดภัย และเมื่อถึงคราวที่ต้องปรับใช้และก้าวให้ทันกับความต้องการในด้านความปลอดภัยนี้ ธุรกิจอาจไม่มีงบประมาณและเวลาเพียงพอที่จะลองผิดลองถูกกับโซลูชันจากผู้จัดจำหน่ายที่หลากหลาย ดังนั้น โซลูชันระบบเฝ้าระวังที่ทันใหม่ อย่าง Surveillance Station ของ Synology ที่มีฟีเจอร์การควบคุมและจัดการหลายสาขาจากส่วนกลาง ความยืดหยุ่นในการจัดเก็บข้อมูลสูง การรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลาย และที่สำคัญที่สุด คือ มีฟีเจอร์ฟรีมากมายที่พร้อมใช้งานเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของธุรกิจนั้น ๆ จะสามารถช่วยธุรกิจลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของด้วยการลงทุนฮาร์ดแวร์และใบอนุญาตแบบถาวรเพียงครั้งเดียว รวมถึงยังช่วยลดเวลาการเรียนรู้และผนวกรวมการใช้งานกับระบบและอุปกรณ์เดิมอีกด้วย

ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการสัมมนาออนไลน์ของ Synology ในหัวข้อ “ครบจบทุกความต้องการด้านระบบเฝ้าระวังธุรกิจในหนึ่งเดียว” เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับใช้งานและการจัดการระบบเฝ้าระวัง (Surveillance) ของ Synology ในวันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564 เวลา 14:00 – 15:00 น. พร้อมลุ้นรับ Synology NAS รุ่น DiskStation DS220+ ที่มาพร้อมกับสิทธิ์การใช้งานกล้อง 2 สิทธิ์ในตัว จำนวน 1 เครื่องไปฟรี ๆ อย่ารอช้า!คลิกเพื่อเข้าร่วมงานฟรี ที่นี่

คลิกเพื่อดาวน์โหลด ตัวอย่างเคสการปรับใช้งาน Synology Surveillance จากองค์กรชั้นนำทั่วโลก


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] DGA เผยโฉมระบบพอร์ทัลข้อมูลกลาง เพื่อการเข้าถึงสวัสดิการของประชาชน

ประเทศไทยดูเหมือนจะมีสวัสดิการครอบคลุมประชาชนกลุ่มต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงยังมีประชาชนหลายคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการได้ ยังมีคนที่ตกหล่นจากการได้รับสวัสดิการ หรือแม้จะได้รับสวัสดิการแต่ก็ยังไม่เพียงพอ ครอบคลุมกับการดำรงชีวิต ทำให้มีช่องว่างอีกมากมายที่จะสามารถพัฒนาและสนับสนุนเพิ่มเติมได้เพื่อให้สวัสดิการมีคุณภาพดีขึ้น

Cisco เปิดตัว Catalyst 9200CX Switch ขนาดเล็ก

Cisco เปิดตัว Catalyst 9200 Switch ขนาดเล็ก ระบายความร้อนแบบ Fanless มาพร้อม 3 รุ่นย่อย