[Guest Post] ปรับกลยุทธ์และพัฒนานวัตกรรม ฝ่าวิกฤติ Digital Disruption รับมือทุกกระแสการเปลี่ยนแปลง ด้วยการสร้างระบบไอทีที่แข็งแกร่ง รวดเร็ว และคุ้มค่า

ปรับกลยุทธ์และพัฒนานวัตกรรม ฝ่าวิกฤติ Digital Disruption รับมือทุกกระแสการเปลี่ยนแปลง ด้วยการสร้างระบบไอทีที่แข็งแกร่ง รวดเร็ว และคุ้มค่า

โลกดิจิทัลกำลังพลิกโฉมรูปแบบธุรกิจ ทางองค์กรจึงต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เกี่ยวกับการบริการลูกค้าและประสบการณ์ (Customer Experience) โดยใช้ข้อมูลเป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง โดยสถาปัตยกรรมข้อมูลเดิม (Legacy architecture) อาจจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านความเร็ว ความยืดหยุ่น และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

Challenge State:

The difficult state to build cloud-native and microservices infrastructure.

การปรับปรุงโครงสร้าง architecture บนระบบโครงสร้างพื้นฐาน ให้รองรับงาน innovation และงาน development ต่าง ๆ ในรูปแบบของ microservice หรือ cloud-native นั้น จึงอาจจะมีความซับซ้อนและยุ่งยากอยู่มาก ทั้งเรื่องการจัดหาอุปกรณ์  (Hardware compatibility) การติดตั้งระบบ และการจัดการข้อมูลในเวลาเดียวกัน เพื่อให้รองรับการขยายตัวของข้อมูลที่มีประมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และรองรับการขยายตัวของ service ที่จะต้องสามารถทำงานในรูปแบบของ automatic scaling และ CI/CD pipeline ได้ และยังต้องมีความปลอดภัยสูงสุดในการป้องกันข้อมูล ป้องกันการเข้าถึงระบบ และรองรับการสำรองข้อมูลด้วย

IBM Spectrum Fusion – HCI เข้ามาตอบโจทย์ในความท้าทายนี้ให้กับลูกค้าที่มุ่งเน้นทางด้านการพัฒนานวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนองค์กร หรือพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มฐานลูกค้ามากขึ้น โดยโครงสร้างจะประกอบไปด้วย

  • Compute/Storage/High Speed Network 100GbE, Rack 42U, Top of Rack switch
  • Red Hat OpenShift System deploy on bare-metal ทำให้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และใช้งานได้ทั้ง container และ VMs ภายใต้ระบบเดียวกัน single management platform
  • Software Defined Storage ช่วยจัดการเรื่องของ Global data access และการทำ data tiering ไปยัง disk, tape หรือ cloud ได้
  • สามารถเชื่อมต่อ External storage แบบ NFS กับ Storage เดิมทั้ง Dell-EMC/NetApp/Spectrum Scale หรือ S3 protocol ได้
  • Backup software bundled สามารถใช้งานสำรองข้อมูลผ่าน IBM Spectrum Protect Plus ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • รองรับการทำงานแบบ Hybrid cloud เช่น IBM Cloud Satellite, Red Hat ACM
  • เริ่มต้นการใช้งานระบบด้วย ระบบขนาดเล็กได้ตั้งแต่ 56TB usable เป็นต้นไป

IBM Spectrum Fusion – HCI มาในรูปแบบของ Hyper-converged “Ready Infrastructure for container technology”

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.ibm.com/blogs/systems/ibm-rolls-out-spectrum-fusion-hci-all-in-one-cloud-native-storage/

  • รองรับ workload แบบ container, cloud-native หรือ microservices technology
  • รองรับการทำงาน virtual machine (VMs) และ container สามารถนำมาใช้งานภายใต้ single platform เดียวกัน ผ่าน “Red Hat OpenShift” ซึ่งทำการ deploy อยู่ในระบบ HCI แบบ on bare-metal โดยไม่มี Hypervisor layer เข้ามากั้น ทำให้ workload ที่ทำงานอยู่บนระบบนี้ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับทั้งงาน Opensource และ Enterprise software
  • ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนเรื่องของ virtualize license ลงไปได้  เนื่องจากรูปแบบของ Infrastructure deploy on bare-metal จะไม่เสีย Hypervisor และ Management license
  • ลดค่าใช้จ่าย Operating Systems (OS) license เมื่อ deploy ในรูปแบบของ container จะเป็นลักษณะของการ share OS และ Bin/Lib จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้อย่างมาก
  • Single point support เมื่อเกิดปัญหา ลูกค้าสามารถเปิด ticket case จากทาง IBM จุดเดียวเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและติดต่อประสานงาน ลดความซับซ้อนยุ่งยาก ทำให้แก้ปัญหาได้รวดเร็ว

Business use case:

Digital Insurance – Digital Claim Processing System

ธุรกิจทางด้านประกันภัย (Insurance) ทั้งระบบ Car insurance หรือ Health Insurance ก็ตาม เริ่มหันมามุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาระบบให้รองรับการพัฒนานวัตกรรมมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ทั้งเรื่องที่ปรึกษาทางด้านสุขภาพหรือจะเป็นการพัฒนาระบบซื้อขายประกันแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจ ความถูกต้องให้กับลูกค้า

ระบบหนึ่งที่น่าสนใจคือ Digital Car Claim Processing System ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์เรื่องของการลด process และ ลดเวลาของการยื่นเคลมเอกสารจนถึง payment และ approve process จะต้องเกิดความถูกต้องโปร่งใส โดยระบบดังกล่าวนี้ช่วยให้การทำเคลม process ของลูกค้าลดเวลาไปได้ จากเป็นเดือนเหลือเพียง 5.5วัน เท่านั้น (รวมเวลาการตัดสินใจจากบุคคลที่ 3 ใน manual process รวมอยู่ประมาณ 3-5 วันแล้ว) โดยลูกค้าสามารถทำ claim process เสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ (Business day)

การพัฒนาระบบนี้นั้น อยู่บนพื้นฐานของโครงสร้างแบบ microservices และ cloud-native เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนา application/API process และการทำงานสามารถนำเอา IBM Business Automation เข้ามาช่วยทำเรื่องของ RPA process สามารถจำลองข้อมูล เพื่อแสดงข้อมูลของลูกค้าในการประเมินผล, การรีวิวราคาประเมินและคำนวณเวลาเบื้องต้นในการเคลมระบบ โดยใช้พื้นฐานของข้อมูลเดิมมาทำ analytic และดึงข้อมูลเก่ามาใช้งานผ่าน Global data access, การทำ Reporting claim, Internal evaluate claim และ Notification สามารถแจ้งเตือนเมื่อถึง process ต่างๆ ให้กับลูกค้าและทีมได้

ทั้งนี้ application ทั้งหมดยังรองรับการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัยผ่าน policy ข้อกำหนดต่างๆ ผ่านทางระบบโครงสร้างที่มีความปลอดภัยสูง มีการ identify ตัวตน ก่อนเข้าถึงระบบ และสามารถเข้าถึง สืบค้น(Discovery) ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้เป็นเวลานานผ่านการทำ data archiving หรือ backup เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

โทร 02 311 6881 # 7151, 7156

email : cu_mkt@cu.co.th

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ