รองรับเทคโนโลยีการสำรองข้อมูลที่หลากหลายภายใน Storage ระบบเดียว ด้วย HPE และ Cohesity

สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งานโซลูชัน Backup ที่หลากหลาย และกำลังมองหาวิธีการเพื่อลดความซับซ้อนที่เกิดขึ้นจากการที่แต่ละระบบต่างก็มี Storage แยกของตนเอง HPE และ Cohesity พร้อมตอบโจทย์นี้ได้ด้วยโซลูชัน Software-Defined Storage ที่จะไม่เพียงเปลี่ยนให้การสำรองข้อมูลนั้นกลายเป็นเรื่องง่าย แต่การจัดเก็บข้อมูลจะยังมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าที่สูงขึ้น รวมถึงยังสามารถใช้เป็น Object Storage เพื่อตอบโจทย์อื่นๆ ของธุรกิจองค์กรต่อเนื่องในอนาคตได้อีกด้วย

HPE และ Cohesity: โซลูชัน Software-Defined Storage ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย

โซลูชันนี้มีสถาปัตยกรรมของระบบที่เข้าใจง่ายมาก กล่าวคือการใช้ HPE Apollo หรือ HPE ProLiant Gen10 Server มาติดตั้งระบบ Software-Defined Storage ของ Cohesity เพื่อให้เกิดเป็นระบบ Scale-Out Storage ขึ้นมานั่นเอง โดยามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่การใช้งาน Server เพียงแค่ 2-3 เครื่องเท่านั้น

ในโซลูชันดังกล่าว ธุรกิจองค์กรจะได้รับระบบ Storage ที่สามารถเพิ่มขยายได้ง่ายเพียงแค่ติดตั้ง Server และลง Cohesity DataPlatform เพิ่มเท่านั้น โดยระบบสามารถทำการเชื่อมต่อให้บริการข้อมูลได้ผ่านโปรโตคอล NFS, SMB และ S3 ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย รองรับการเชื่อมต่อกับโซลูชันด้าน Backup ได้ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น Commvault, Veritas, Oracle, IBM, Avamar และ Veeam โดยสามารถสำรองข้อมูลได้ทั้งสำหรับ Physical Server, Virtual Machine, Databasse, NAS และอื่นๆ อีกมากมาย

ภายใน Cohesity DataPlatform นี้ ยังมีเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมให้การสำรองข้อมูลมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยการทำ Global Deduplication ลดพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่ซ้ำซ้อนให้ลดน้อยลง ทำให้การสำรองข้อมูลชุดเดิมซ้ำๆ ทุกวันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยใช้เนื้อที่เพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น และนี่เองก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การกู้คืนข้อมูลจากระบบของ Cohesity เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลด Downtime ลงให้เหลือน้อยที่สุดได้

และเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าหรือตอบโจทย์ด้าน Compliance ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น HPE และ Cohesity นี้ก็รองรับการทำ Cloud Tiering นำข้อมูลบางส่วนไปจัดเก็บไว้บน Public Cloud ชั้นนำอย่างเช่น AWS, Microsoft Azure หรือ Google Cloud ได้ หรือจะสามารถนำข้อมูลบางส่วนไปบันทึกลง Tape Storage ก็ได้เช่นกัน

ในขั้นตอนการดูแลรักษานั้น ระบบสามารถทำการ Upgrade ได้โดยไม่เกิด Downtime และเมื่อมี Major Release ใหม่ๆ ออกมา ระบบก็จะยังคงใช้งานบน Hardware เดิมได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจองค์กรไม่ต้องลงทุนจัดซื้อ Hardware ใหม่อยู่บ่อยๆ และใช้งาน Server ได้จนสิ้นสุดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และในทางกลับกัน หากในฝั่งของ Hardware มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น HDD หรือ SSD ที่มีความจุหรือประสิทธิภาพสูงขึ้น ธุรกิจองค์กรก็สามารถเลือกใช้ Hardware เหล่านั้นในระบบเพื่อให้มีความคุ้มค่าสูงสุดได้ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันของ HPE และ Cohesity ร่วมกันได้ที่ https://www.cohesity.com/products/hpe/

สนใจโซลูชันของ HPE ติดต่อ Metro Connect

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆของ HPE สามารถติดต่อทีมงาน Metro Connect เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม, ทดสอบระบบ หรือขอใบเสนอราคาได้ทันทีที่แผนกการตลาด อีเมล์ anutrwan@metroconnect.co.th หรือโทรติดต่อ 02-089-4508


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ผลักดัน โครงการใหม่เพื่อเร่งการเติบโตอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในปี 2565 และกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

บริษัทร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยให้ขยายฐานธุรกิจไปทั่วโลก เติบโต และกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

Supercloud คืออะไร? เทรนด์ใหม่ที่ธุรกิจองค์กรทุกแห่งต้องรู้

Supercloud ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในงานสัมมนาทางด้าน Cloud และ IT Infrastructure ทั่วโลก และเป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีที่ในอนาคตน่าจะต้องถูกใช้งานโดยธุรกิจองค์กรทุกแห่ง ถ้าคุณยังไม่เคยรู้จักมาก่อนว่า Supercloud คืออะไร วันนี้ทีมงาน TechTalkThai และ …