มองหาเซิร์ฟเวอร์ที่มั่นคงปลอดภัยอยู่ใช่ไหม? ขอแนะนำ IBM Power10 ล่าสุดพร้อม PowerSC เพื่อการปกป้องสมบูรณ์แบบ

เมื่อ Cybersecurity หรือความมั่นคงปลอดภัยกลายเป็นส่วนสำคัญของทุกองค์กรและทุกๆ ระบบ IT การเลือกใช้ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และกระบวนการทำงานที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจและสร้างความรับผิดชอบให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่ควบคู่ไปด้วย เหล่านี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของธุรกิจองค์กรทั่วโลกในยุคดิจิทัลนี้

บริษัท Metro Connect ร่วมกับ IBM พร้อมตอบโจทย์นี้ให้กับธุรกิจองค์กรด้วยเซิร์ฟเวอร์ IBM Power10 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งออกสู่ตลาด โดยเป็นรุ่นที่ออกแบบโดยเน้นให้ระบบมีการป้องกันภัยร้ายทางไซเบอร์ในเกือบทุกรูปแบบ และทุกระดับของการใช้งานตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์และเฟิร์มแวร์ ไปจนถึงระดับของการติดตั้งและใช้งานภายในดาต้าเซ็นเตอร์และบนคลาวด์ต่าง ๆ และยังเสริมทัพด้วยเครื่องมือบริหารจัดการด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ ที่ชื่อว่า IBM PowerSC ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการบริหารจัดการเรื่อง System Security ของแพลตฟอร์ม IBM Power Systems ทั้งหมดในองค์กรตั้งแต่รุ่นเก่าๆ เช่น POWER7 หรือเก่ากว่านั้น ไปจนถึง Power10 ล่าสุด โดยช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถมองเห็นเซิร์ฟเวอร์ Power Systems  เพื่อให้การบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยในภาพรวม ตรวจสอบการตั้งค่าหรือการทำ Hardening ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ Power Systems ทั้งหมดภายในเน็ตเวิร์ก ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือ Compliance ตรวจจับและแจ้งเตือนช่องโหว่หรือการบุกรุกที่อาจมีความเสี่ยงได้แบบเรียลไทม์ และการจัดการอื่น ๆ ทางด้านการรักษาความปลอดภัยของระบบจากศูนย์กลางและครอบคลุม

ในบทความนี้ผู้อ่านจะได้เห็นถึงแนวคิดมาตรฐาน IBM Security Framework ที่ทาง IBM นำมาใช้เป็นพิมพ์เขียวเพื่อออกแบบและใส่ความสามารถต่าง ๆ ให้กับเครื่อง Power10 พร้อมด้วยเครื่องมือที่ชาญฉลาดอย่าง IBM PowerSC 2.0 เวอร์ชันใหม่ ทำให้มีฟีเจอร์เกี่ยวกับความปลอดภัยที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง และเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อองค์กรส่วนใหญ่ที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความปลอดภัยสูงสุดที่จะช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถปกป้องระบบ Application ที่ทำงานอยู่บน Server ได้เหนือชั้นยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

เริ่มต้นอย่างมีแบบแผนกับ IBM Security Framework เพื่อมั่นคงปลอดภัยให้กับธุรกิจต่าง ๆ ที่ลูกค้าทั่วโลกเชื่อใจ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ของ IBM นั้นให้ความสำคัญกับเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ เสมอ เพราะเรารู้ว่าธุรกิจองค์กรทั่วโลกต่างก็กลัวและไม่อยากให้ปัญหานี้ขึ้นด้วย IBM จึงได้ทำการพัฒนา IBM Security Framework ที่อ้างอิงตามมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับ เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาและนำเสนอให้ลูกค้าเข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้กับองค์กรของทุกท่านได้ง่ายขึ้น โดยระบบไอทีหรือแอปพลิเคชันที่มีความมั่นคงปลอดภัยนั้น ต้องพิจารณาองค์ประกอบย่อยด้วยกัน 6 ประการ ได้แก่

Credit : IBM
  1. บุคลากร (People) ฝึกอบรมให้ความรู้พนักงานให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามนโยบายและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกขโมยข้อมูลสำคัญ
  2. ข้อมูลสำคัญ (Data) มีระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนตัวขององค์กรและของลูกค้า ปกป้องความเป็นส่วนตัวและความถูกต้องน่าเชื่อถือของข้อมูล เพื่อให้การนำข้อมูลไปใช้งานเป็นไปได้อย่างแม่นยำและมั่นใจ
  3. โปรแกรมที่ให้บริการ (Applications) องค์กรต้องปกป้องแอปพลิเคชันที่มีความสำคัญต่อธุรกิจในเชิงรุกจากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในตลอดเวลา ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึง การพัฒนา การทดสอบ และการใช้งานเป็น Production ให้มั่นคงปลอดภัยตามหลักการ
  4. โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ปกป้องผู้ใช้งาน ข้อมูล และแอปพลิเคชัน จากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ตั้งแต่ระดับระบบโครงสร้างพื้นฐาน
  5. การวิจัยการรักษาความปลอดภัยและภัยคุกคามขั้นสูง (Advanced Security & Threat Research) ติดตามอัปเดตและปิดช่องโหว่ต่าง ๆ ป้องกันการโจมตีรูปแบบใหม่ๆ นำมาปรับใช้และตั้งค่าให้ทันสมัยอยู่เสมอ ตอบสนองความต้องการของการรักษาความปลอดภัยและสามารถเป็นรากฐานในการทำความเข้าใจภัยคุกคาม แหล่งที่มา และวิธีตอบสนองต่อการโจมตีเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. การวิเคราะห์และคัดกรองเพื่อความปลอดภัย (Security Intelligence and Analytics) มีระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ยืดหยุ่นไปตามรูปแบบของแต่ละระบบ มีระบบบันทึก ตรวจสอบ วิเคราะห์ แจ้งเตือน และรายงานผลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความปลอดภัย ข้อมูลช่องโหว่ และการเข้าถึงให้ครอบคลุมต่อความต้องการทั้งในและนอกเครือข่าย

โดยผู้อ่านสามารถนำเอา IBM Security Framework ไปเป็นแม่แบบหรือนำไปประยุกต์ใช้ตามแต่วัตถุประสงค์และขอบเขตที่แตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจองค์กร เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดทำนโยบายด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางด้านไอทีในแบบ Business-Driven Security ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านการทำ Digital Transformation ขององค์กรได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูล IBM Security Framework ได้ฟรีจาก https://www.redbooks.ibm.com/redbooks/pdfs/sg248100.pdf

มั่นใจทุกระดับประทับใจกับเซิร์ฟเวอร์ IBM Power10

จากที่กล่าวไป IBM Power10 ถือเป็นเซิร์ฟเวอร์น้องใหม่ในตระกูล Power Systems ที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน ว่าเป็นเซิร์ฟเวอร์สำหรับธุรกิจองค์กร ที่มีความเสถียรสูง ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว และให้ความสำคัญด้าน Cybersecurity ตลอดมา โดยมีการนำเอาคุณสมบัติหรือความสามารถหลายอย่างที่มีอยู่ในเครื่องเมนเฟรม พี่ใหญ่หัวใจแกร่งที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่มี Downtime เป็นศูนย์ นำมาพัฒนาต่อยอดให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ Power Systems หลายรุ่นได้นำมาปรับใช้ในหลาย ๆ ส่วนด้วยกัน จนได้ Powe10 รุ่นล่าสุดที่สามารถปกป้องและมีฟีเจอร์ความปลอดภัยที่สูงอยู่ในทุก ๆ ระดับ ตั้งแต่ในส่วนของฮาร์ดแวร์ เฟิร์มแวร์ Hypervisor ระบบปฏิบัติการ การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน ไปจนถึงการทำงานของ Container นั่นเอง

Credit : IBM

ถ้าเรามาไล่ดูในแต่ละส่วนหรือการทำงานในแต่ละระดับของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ก็จะเห็นว่า

1.) ระดับฮาร์ดแวร์ เฟิร์มแวร์ และ Hypervisor

ไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2…แต่มาถึง 4 Cryptographic Engine บนเครื่อง Power10 ทุกรุ่น โดยทาง IBM ได้พัฒนาชิปเซ็ตสำหรับประมวลผลด้านการเข้ารหัสโดยเฉพาะ พร้อมติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้ารหัสหรือถอดรหัสข้อมูลที่เก็บอยู่ภายในเครื่องได้รวดเร็วกว่าเครื่อง Power รุ่นก่อนถึง 4 เท่า และคุณไม่สามารถหาได้จากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ยี่ห้ออื่น ๆ ในท้องตลาดเสียด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัย เช่น ธุรกิจการเงินการธนาคารเพื่อใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลทางธุรกรรม หรือข้อมูลส่วนบุคคลตามพรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือเรียกกันย่อ ๆ ว่า PDPA ที่มีผลบังคับใช้แล้วนั่นเอง โดย Crypto Engine นี้ช่วยให้เครื่อง Power10 สามารถเข้ารหัสข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยเก็บข้อมูลหรือข้อมูลที่มีการรับส่งหรือวิ่งเข้าออกจากเซิร์ฟเวอร์ โดยไม่มีผลกระทบกับการทำงานของแอฟพลิเคชันหรือการให้บริการปกติที่ระบบพึงทำได้ ทำให้ระบบสามารถประมวลผลทางธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถึงแม้จะต้องมีกระบวนการเข้ารหัสหรือถอดรหัสควบคู่ไปด้วย ไม่เกิดปัญหาคอขวดหรือความล่าช้าจากการเข้ารหัสข้อมูลปริมาณมหาศาลแต่อย่างใด ไม่เหมือนกับแพลตฟอร์มอื่นที่ฮาร์ดแวร์ไม่ได้มีความสารถนี้ ก็ต้องอาศัยการติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับเข้ารหัสอื่น ๆ ที่นอกจากลูกค้าต้องเสียเงินเพิ่มเติมในการซื้อซอฟต์แวร์มาติดตั้งแล้ว ยังต้องปวดหัวกับความยุ่งยากในการติดตั้งใช้งาน รวมไปถึงการกินทรัพยากรของระบบบางส่วนจนอาจทำให้ระบบงานโดยรวมเกิดอาการหน่วงหรือความล่าช้าในการทำงานและประมวลผลข้อมูลจนอาจเกิดความเสียหายกับธุรกิจได้อีกด้วย และยังมีออปชันเสริมเป็นการ์ดที่มี On-chip Accelerator สำหรับบีบอัดข้อมูลและเข้ารหัสไฟล์ด้วยอัลกอริทึม GZIP ที่รวดเร็วกว่าการใช้ซอฟต์แวร์บีบอัดข้อมูลอย่างเทียบไม่ติด โดยไม่เพิ่มภาระให้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือระบบงานที่ทำงานอยู่

นอกจากนี้ ในส่วนของของการปกป้องระบบงานหรือแอปพลเคชันที่ทำงานอยู่บนเครื่อง Power10 จากการถูกโจมตีจากมัลแวร์หรือแฮกเกอร์แอบฝังโค้ดอันตรายไว้ภายในเครื่องและจะทำงานทันทีเมื่อมีการบูตเครื่อง โดยIBM ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นนี้โดยพัฒนาเฟิร์มแวร์ ของเครื่องให้มีการเสริมการทำงานมากมายไม่ว่าจะเป็น Secure Boot, Trusted Boot และ Trusted Platform Module (TPM) รองรับ Root of Trust (RoT) ที่ช่วยป้องกันฮาร์ดแวร์ไม่ให้ถูกโจมตี เพื่อคอยตรวจสอบความผิดปกติตั้งแต่เริ่มต้นเปิดสวิตช์เครื่องเซิร์ฟเวอร์ ดังนั้นด้วย Power10 ลูกค้าสามารถมั่นใจได้เต็มร้อยว่าระบบงานหรือแอปพลิเคชันของคุณจะถูกเปิดขึ้นมาให้บริการด้วยความปลอดภัย ไม่ถูกการโจมตีหรือถูกโจรกรรมข้อมูลไปโดยไม่รู้ตัว และยังป้องกันไม่ให้เครื่องที่ติดไวรัสหรือมัลแวร์แพร่กระจายไปยังเครื่องอื่น ๆ ภายในเครือข่ายอีกด้วย

สำหรับการจัดสรรทรัพยากรแบบเครื่องเสมือนด้วย Hypervisor นั้น ทาง IBM ได้มี PowerVM ที่พัฒนาขึ้นมาหลายสิบปี ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ชนิดที่แยกกันไม่ออก ทำให้การทำงานแบบ Virtualization มีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด โดยกว่าสิบปีที่ผ่านมามีข่าวการถูกโจมตีผ่านทางช่องโหว่ของระบบน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ Hypervisor อื่น ๆ ที่ได้รับความนิยม

2.) ระดับของระบบปฏิบัติการ

ขยับขึ้นมาอีกขั้น ในส่วนของระบบปฏิบัติการหรือ Operating System ไม่ว่าธุรกิจองค์กรจะเลือกใช้ AIX, IBM i หรือ Linux ทาง IBM ก็มีการเสริมความแข็งแรงและปลอดภัยเข้าไปอีกมากมาย พร้อมทำงานสอดประสานกับฮาร์ดแวร์และ Hypervisor ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น

  • การโอนสิทธิ์บางส่วนที่เคยต้องทำด้วย root เท่านั้น ไปให้กับบัญชีผู้ใช้หรือแอ็กเคานต์อื่นได้ตามต้องการและความเหมาะสม ทำให้ลดการใช้แอ็กเคานต์ root โดยไม่จำเป็นและป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเนื่องจากการใช้แอ็กเคานต์ที่มีอภิสิทธิ์สูง ๆ อย่างพร่ำเพรื่อ
  • การเข้ารหัสไฟล์ด้วยการเก็บคีย์แยกจากกัน หรือใช้กุญแจในการเข้าหรือถอดรหัสของแต่ละไฟล์ที่แตกต่างกัน ลดโอกาสและผลกระทบจากการถูกโจมตีต่อเนื่อง
  • เพิ่มฟังก์ชันและความสามารถในการควบคุมคำสั่งต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้แต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังอยู่ในกรอบของข้อมูลหรือการเข้าถึงที่จำเป็นหรือผู้ใช้นั้น ๆ เป็นเจ้าของได้
  • การมีระบบ Log เฉพาะที่เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยแยกออกมา เพื่อให้ตรวจสอบทั้งผู้ใช้ในระบบและ Object ต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ เพื่อใช้สำหรับทำรายงานด้าน Security Audit ได้ง่ายขึ้น
  • การเข้ารหัสข้อมูลของทั้งไดรฟ์ได้อย่างสมบูรณ์
  • การวัดผลและยืนยันความถูกต้องของไฟล์แต่ละไฟล์ก่อนถูกเปิดโดยผู้ใช้และคุณสมบัติใหม่ๆ ที่มีการอัปเดตเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งหมดนี้คือ ความใส่ใจที่ IBM ได้พัฒนาและวิจัยมาตลอดกับการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการอย่างไร้รอยต่อ เสริมความสามารถที่จำเป็นต่อภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ เพื่อความมั่นคงปลอดภัย และความน่าเชื่อถือสูงสุดของระบบ

3.) ระดับโปรแกรมที่ทำงาน การใช้งาน VM และ Container ร่วมกัน

ปัจจุบันธุรกิจองค์กรไม่ได้มีระบบงานที่ทำงานอยู่เฉพาะในดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเองเท่านั้นอีกต่อไป แต่ยังลดคาใช้จ่ายและเพิ่มความคุ้มค่าของระบบไอที ด้วยการใช้เทคโนโลยี Virtualization และการทำงานในสภาพแวดล้อมแบบคลาวด์ นั่นคือหลายองค์กรต้องมีการปรับปรุงระบบไอทีให้รองรับทั้งการรันแอปพลิเคชันใหม่ ๆ แบบ Cloud Native ที่กำลังเป็นที่นิยมของนักพัฒนา ร่วมกับแอปพลิเคชันเดิมที่เป็นระบบงานสำคัญของธุรกิจที่ยังคงต้องทำงานอยู่บนสภาพแวดล้อมแบบเดิมหรือแบบ VM เนื่องจากไม่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นแอปพลิเคชัน Cloud Native ได้ ดังนั้นเมื่อองค์กรต้องมีระบบงานในหลายรูปแบบ ทั้ง Traditional ทั้ง VM และทั้ง Container บนเครื่องเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมด้านการรักษาความปลอดภัยควบคู่กับความยืดหยุ่นด้วย โดย Power10 ได้ใส่ฟีเจอร์และความสามารถที่เหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็น

  • Live Partition Mobility (LPM) – เพื่อให้ระบบสามารถโยกย้าย VM ต่าง ๆ ที่กำลังทำงานอยู่แบบออนไลน์โดยไม่มี Downtime และยังมีความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส VM ระหว่างการโยกย้ายข้ามฮาร์ดแวร์ รวมไปถึงการย้าย VM ขึ้นสภาพแวดล้อมแบบคลาวด์ได้อีกด้วย
  • Protected Execution Facility – เป็นการปกป้องและเข้ารหัส VM ที่กำลังทำงานอยู่ใน Memory อย่างปลอดภัย แม้ถูกโจมตีก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในแต่ละ VM ได้ ไม่ว่าทำงานอยู่บน On-premises หรือบนคลาวด์ก็ตาม การถอดรหัสจะทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่บนระบบที่ได้รับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องเท่านั้น

ความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยดังกล่าว ถือเป็นความสามารถที่โดดเด่นและเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ IBM Power Systems ในแง่ของความมั่นคงปลอดภัยและมีใช้งานอยู่ในหลายลูกค้าหลากธุรกิจ โดยเฉพาะสถาบันการเงินหรือหน่วยงานทางการทหาร ดังนั้นลูกค้าธุรกิจองค์กรอื่น ๆ ก็สามารถมั่นใจได้เต็มที่

ผสานความปลอดภัยที่เหนือระดับพร้อมรองรับ Compliance ด้วย IBM PowerSC 2.0

หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือระดับ Enterprise ที่สามารถบริหารจัดการด้านความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ พร้อมทั้งการตรวจสอบความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม Power Systems ทุกรุ่นได้แบบ End-to-end เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือ Compliance สากล เช่น SOC, PCI-DSS, HIPAA, ISO, GDPR, PDPA เป็นต้น IBM PowerSC เป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการด้านความปลอดภัยระดับองค์กรที่ดีที่สุดที่คุณกำลังมองหา ทั้งยังออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายผ่านหน้าจอ UI แบบเว็บ ครอบคลุมการจัดการแพลตฟอร์ม Power Systems รวมทั้ง IBM Power10 ได้ทั้งองค์กรไม่ว่าจะทำงานบน On-premises บนคลาวด์ หรือแบบไฮบริด ก็ตาม ด้วยความสามารถในการทำงานแบบอัตโนมัติในหลาย ๆ ด้าน  PowerSC ยังช่วยลดเวลาการทำงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กร และตอบโจทย์ด้าน Audit และ Compliance อย่างครบวงจร

Credit : IBM

ด้วยความสามารถที่จัดเต็มของ IBM PowerSC จะสามารถช่วยบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยให้กับเครื่อง IBM Power10 และเครื่อง Power Systems รุ่นอื่นทั้งหมดภายในองค์กร ได้ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วน ได้แก่

  • Compliance Automation – ในการดำเนินธุรกิจและการสร้างมาตรฐานให้กับองค์กร การทำตามระเบียบข้อบังคับที่แต่ละภาคธุรกิจอุตสาหกรรมกำหนดขึ้นมาเป็นมาตรฐานสากล หรือ Industry Compliance นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ที่ธุรกิจองค์กรไม่อาจละเลยและจำเป็นต้องปฏิบัติตาม ซึ่งมีรายละเอียดยิบย่อยและใช้ทั้งเวลาและกำลังคนในการตั้งค่า ตรวจสอบ และแก้ไขระบบไอทีอย่างมาก แต่หากลูกค้าใช้ IBM PowerSC สำหรับแพลตฟอร์ม IBM Power Systems ความยุ่งยากนี้จะลดลงอย่างมีนัย เพราะ PowerSC จะมี Profile ของ Standard Compliance ต่าง ๆ สำหรับหลากหลายกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรม มาให้พร้อม ทำให้คุณติดตั้งใช้งานและปรับตั้งค่าพารามิเตอร์ของเครื่อง Power Systems ภายในองค์กรได้ทันทีโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ลดเวลาและสรรพกำลังขององค์กรได้อย่างมหาศาล
  • Real-time Compliance – แม้การปรับตั้งค่า Profile ตาม Compliance ทุกครั้งที่มีการติดตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือระบบใหม่ ๆ จะดีมากแล้วก็ตาม แต่การมีเครื่องมือที่คอยช่วยผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบและแก้ไขความผิดปกติที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าวแบบเรียลไทม์ และอยู่ในสายตาของผู้ดูแลระบบตลอดเวลา เมื่อมีการกระทำใด ๆ ที่เบี่ยงเบนไปจากมาตรฐาน หรือมีการเข้าถึงไฟล์สำคัญพิเศษ ก็จะมีการแจ้งเตือนให้กับผู้รับผิดชอบให้เข้ามาตรวจสอบและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย  
  • Trusted Network Connect (TNC) – เป็นฟังก์ชันที่จะคอยตรวจสอบและแจ้งเตือนเมื่อมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือ VM ใดๆ มีช่องโหว่ซึ่งยังไม่ได้รับการ Patch ที่ปลอดภัย พร้อมแจ้งอัปเดตเมื่อ Patch เหล่านั้นถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
  • Trusted Boot – เป็นฟีเจอร์ที่สามารถตรวจสอบและยืนยันกระบวนการเปิดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมา โดยตรวจสอบตั้งแต่การประมวลผลบนเฟิร์มแวร์จากระยะไกล เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีมัลแวร์หรือโค้ดใด ๆ แปลกปลอมระหว่างขั้นตอนการบูตของระบบ และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แต่ละเครื่องถูกเปิดขึ้นมาทำงานอย่างถูกต้องและปลอดภัย
  • Trusted Firewall – การสร้างไฟร์วอลล์ส่วนตัวสำหรับแต่ละ VM และยังสามารถกำหนดค่า Firewall Policy ในการรับส่งข้อมูลหรือการทำงานของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทั้งภายในเครื่องและระหว่างเน็ตเวิร์กได้ง่าย ๆ รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ AIX, IBM i และ Linux
  • Trusted Logging – คือการสร้างไฟล์ Audit Log เก็บไว้ที่ส่วนกลางไม่กระจัดกระจาย ทำให้ง่ายต่อการค้นหา ตรวจสอบ สำรองข้อมูล จัดเก็บย้อนหลังระยะยาว และการนำเอาไฟล์ Log เหล่านั้นไปวิเคราะห์และทำรายงานสรุปเพื่อส่งให้กับแผนก IT Audit หรือผู้บริหาร
  • Preconfigured Reporting & Interactive Timeline – ระบบรายงานที่มีตัวอย่างรายงานสำเร็จรูปมาให้พร้อมใช้งานทันที 5 รูปแบบ รวมทั้งยังมีประวัติย้อนหลังหรือ Timeline แสดงข้อมูลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในระบบให้สามารถตรวจสอบติดตามได้โดยง่าย เช่น การเข้าถึงไฟล์หรือข้อมูลสำคัญ การตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้และการเข้าระบบในแต่ละช่วงเวลา เป็นต้น

และต้องขอบอกว่า ปัจจุบัน IBM PowerSC 2.0 ก็ได้รวมเอาฟังก์ขันการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอนหรือ Multi-Factor Authentication (MFA) มาให้ในชุดเครื่องมือที่พร้อมติดตั้งใช้งาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกด้วย (โดยที่ MFA เดิมเป็นโปรแกรมที่ IBM ขายแยกต่างหาก) ทำให้ลูกค้าที่ใช้เครื่อง Power Systems ทุกรุ่น รวมถึงรุ่น Power10 สามารถตั้งค่าเสริมความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าใช้งานระบบ ด้วยการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือได้มากกว่าการใช้เพียงแค่ Username และ Password เท่านั้น

จะเห็นได้ว่า จริง ๆ แล้วเครื่องเซิร์ฟเวอร์ IBM Power Systems รวมทั้งรุ่นล่าสุดอย่าง Power10 ถูกออกแบบมาบนพื้นฐานที่คำนึงถึงความปลอดภัยของระบบและการใช้งานเป็นสำคัญ และ IBM ก็ได้นำเสนอและติดตั้งความสามารถและคุณสมบัติด้าน Cybersecurity มาให้อย่างเต็มเปี่ยมและตอบโจทย์การป้องกันความปลอดภัยให้กับระบบได้ในทุกระดับตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ เฟิร์มแวร์ ระบบปฏิบัติการ เครื่องเสมือนหรือ VM ไปจนถึง Container รองรับการติดตั้งใช้งานทั้งบน On-premises บนคลาวด์ และแบบไฮบริด และยิ่งถ้าเสริมการป้องกันด้านความปลอดภัยด้วยเครื่องมือที่ครบวงจรอย่าง IBM PowerSC 2.0 ล่าสุด

จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบและป้องกันภัยร้ายทางไซเบอร์ได้ทุกรูปแบบได้อย่างที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน ช่วยเสริมความมั่นคงปลอดภัยไม่ใช่แค่บวกเพิ่ม แต่เป็นการทวีคูณการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับธุรกิจองค์กรในทุกอุตสาหกรรมและหลากหลายรูปแบบการใช้งานและความต้องการ อีกทั้งยังตอบโจทย์เรื่อง Industry Compliance และให้คุณสบายใจได้แม้จะถึงรอบการตรวจสอบตามมาตรการณ์ของ IT Audit ในแต่ละครั้ง

สนใจโซลูชันด้าน Cybersecurity รวมไปถึงโซลูชันต่าง ๆ ที่มีใน IBM Power10 เพื่อการปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบไอทีของธุรกิจองค์กรของท่าน ติดต่อทีมงาน Metro Connect ได้ติดต่อทีมงาน Metro Connect ได้ที่ mktmcc@metroconnect.co.th

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ