Sophos เข้าซื้อกิจการ Secureworks มูลค่า 859 ล้านดอลลาร์

Sophos ประกาศเข้าซื้อกิจการ Secureworks บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เคยเป็นบริษัทลูกของ Dell Technologies มูลค่า 859 ล้านดอลลาร์ ขยายความสามารถด้านการป้องกันภัยคุกคามและเสริมความแข็งแกร่งด้านข้อมูลสำหรับ AI

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีมูลค่า 8.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าราคาเฉลี่ยในช่วง 90 วันที่ผ่านมาถึง 28% โดย Secureworks มีผลิตภัณฑ์ชุด Taegis ซึ่งประกอบด้วยโซลูชันสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ระบบตรวจจับช่องโหว่ในโครงสร้างพื้นฐาน, ระบบตรวจจับการโจมตีบนเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ปลายทาง และระบบตรวจจับ Traffic ที่ไม่ปลอดภัย ที่เพิ่งเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2024

จุดเด่นสำคัญของดีลนี้คือฐานข้อมูลด้านความปลอดภัยขนาดใหญ่กว่า 50 เพตาไบต์ของ Secureworks ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพโมเดล AI ของ Sophos ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดย Sophos วางแผนผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับระบบ Firewall ที่ใช้ AI และบริการ Managed Services ที่มีอยู่ นอกจากนี้ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าเพิ่มอีกกว่า 2,000 องค์กรทั่วโลก แม้ว่า Secureworks จะมีรายได้ลดลงเหลือ 82.2 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด แต่รายได้จากผลิตภัณฑ์ Taegis กลับเติบโตขึ้นเป็น 71.2 ล้านดอลลาร์

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Thoma Bravo ซึ่งเป็นเจ้าของ Sophos ตั้งแต่ปี 2019 โดย Dell Technologies ซึ่งถือหุ้น Secureworks อยู่เกือบ 80% จะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการขายส่วนใหญ่ คาดว่าการเข้าซื้อกิจการจะแล้วเสร็จในต้นปี 2025

ที่มา: https://siliconangle.com/2024/10/21/sophos-buy-rival-cybersecurity-provider-secureworks-859m/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Tenable จับมือ Anthropic เข้าร่วม “Project Glasswing” ยกระดับการป้องกันไซเบอร์ในยุค AI [Guest Post]

การเข้าร่วม Project Glasswing และการได้ร่วมทำงานกับ Claude Mythos Preview ในครั้งนี้ จะช่วยให้ Tenable สามารถสนับสนุนลูกค้าให้เข้าใจพฤติกรรมของโมเดล AI ระดับแนวหน้า (Frontier AI) …

Amazon เตรียมปลดระวาง Mechanical Turk ไม่รับผู้ใช้งานเพิ่มแล้ว

Amazon Web Services (AWS) ได้ยุติการรับลูกค้าใหม่สำหรับบริการที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษอย่าง Mechanical Turk เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดสิ้นสุดของแพลตฟอร์มตลาดแรงงานแบบคราวด์ซอร์สรุ่นบุกเบิกนี้