Breaking News

Sophos เปิดตัว Intercept X for Server with EDR

Sophos ได้ผสมผสานเอา 2 เทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันคือ Intercept X for Server และ Endpoint Detection and Respond (EDR) เพื่อตอบสนองในการค้นหาและจัดการภัยคุกคามได้อย่างครอบคลุมครบวงจร

credit : Sophos

Intercept X คือชื่อของ Endpoint Protection จาก Sophos นั่นเองโดยภายในได้รับอิทธิพลมากจากการเข้าซื้อกิจการของ SurfRight ที่ตัวผลิตภัณฑ์จะมีการตรวจจับพฤติกรรมอันตรายแบบ Behavior-based แทน Signature-based ซึ่ง Intercept X ยังมีฟีเจอร์ที่ครอบคลุม เช่น Anti-ransomware, Anti-Exploit, Root Cause Analysis(แสดงภาพกราฟ) เป็นต้น นอกเหนือจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับโซลูชันบน Firewall ของตัวเองได้ด้วย เช่น สั่งให้บล็อกในระดับเครือข่าย ไม่เพียงแค่นั้นยังสามารถบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ด้วยแพลตฟอร์มที่ชื่อ Sophos Central ได้ด้วย (อ่านข่าวเก่าจาก TechTalkThai ได้ที่นี่)

Intercept X for Server ก็คือโซลูชันที่ต่อยอดจาก Intercept X ที่โฟกัสไปในการปกป้องฝั่งเซิร์ฟเวอร์มากขึ้นเนื่องจากเซิร์ฟเวอร์มีความสำคัญและต้องออนไลน์ตลอดเวลา โดย Sophos โฆษณาถึงความสามารถ เช่น Deep Learning หรือการปกป้อง MBR สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากวีดีโอด้านล่าง

Endpoint Detection and Respond (EDR) ถูกนิยามจาก Gartner เมื่อปี 2013 ว่า “เป็นเครื่องมือเพื่อให้เรื่องของ Endpoint Visibility กิจกรรมที่น่าสงสัยหรือปัญหาต่างๆ ไปทำการ Detect และ Respond ” จากเว็บของ Gartner เองนิยามโซลูชัน EDR ว่าประกอบด้วยความสามารถ 4 ด้านคือ ตรวจจับเหตุการณ์ Incident, จำกัดเหตุการณ์ incident ที่ Endpoint, สืบสวนเหตุการณ์ Incident และสุดท้ายคือต้องแนะนำการทำ Remediation ได้ อย่างไรก็ตาม EDR จากแต่ละ Vendor นั้นมีความสามารถไม่เท่ากันทั้งหมด (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ [1,2,3]) สำหรับ Sophos เองชี้ว่า EDR ออกแบบมาเพื่อตรวจจับเหตุการณ์น่าสงสัยที่ยังไม่ฟังธงว่าร้ายหรือแสร้งว่าดีและเกิดประโยชน์กับผู้ใช้ดังนี้

  • สามารถค้นหา Indicator of Compromise (IoC) ในเครือข่ายได้
  • ลำดับความสำคัญของเหตุการณ์เพื่อสืบสวนต่อไป
  • วิเคราะห์เพื่อค้นหาว่าเป็นภัยคุกคามหรือเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการเท่านั้น
  • ตอบโจทย์ Compliance ในเหตุการณ์รั่วไหลได้

ด้วยเหตุนี้เองการผสาน Intercept X for Server และ EDR จึงทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการภัยคุกคามชั้นแรกด้วย Intercept X for Server จนเหลือน้อยก่อน เมื่อเหลือส่วนที่ตัดสินไม่ได้ EDR จะเข้ามาช่วยสืบสวนและจัดหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงสามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างครอบคลุม ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก Datasheet

ที่มา :  https://news.sophos.com/en-us/2019/05/30/intercept-x-for-server-now-with-edr/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิด Beta สำหรับ Chromium-based Edge แล้ว

Microsoft ได้ประกาศปล่อยตัว Beta ของ Edge ตัวใหม่ที่อาศัย Chromium เป็นพื้นฐานมาให้ทดสอบกันแล้ว ซึ่งจะเป็นการทดลองครั้งสุดท้ายก่อนออกตัวจริงในอนาคต

GitHub ขยายความสามารถ Token Scanning ไปยัง Atlassian Dropbox และ Discord

GitHub ได้ประกาศขยายความสามารถของ Token Scanning ไปยังพาร์เนอร์ใหม่ 5 รายคือ Atlassian, Dropbox, Discord, Proctorio และ Pulumi