มีรายงานว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ประจำทำเนียบขาวได้สรุปโครงร่างของกรอบการทำงานฉบับใหม่ที่เตรียมจะประกาศใช้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์สามารถส่งมอบโมเดลระดับแนวหน้าล่าสุดของตนให้แก่รัฐบาลเพื่อดำเนินการทดสอบได้โดยสมัครใจ ก่อนที่จะมีการเผยแพร่โมเดลดังกล่าวให้แก่ลูกค้าหรือสาธารณชนทั่วไป

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเปิดเผยข้อมูลล่าสุดโดยบริษัทต่าง ๆ รวมถึง Anthropic และ OpenAI ซึ่งเครื่องมือของบริษัทเหล่านี้ได้ละเมิดความมั่นคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ในบริษัทอื่น ๆ
ทีมงานจากรัฐบาลของ Trump เตรียมเข้าพบตัวแทนระดับสูงจากบริษัท AI ชั้นนำในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Anthropic, OpenAI, Google และ Meta Platforms เพื่อหารือเกี่ยวกับกรอบการทำงานดังกล่าว โดยรายงานจาก The Information ระบุว่าตัวแทนบริษัทเหล่านี้จะสามารถตรวจสอบร่างของกรอบการทำงานดังกล่าวได้ในการประชุมร่วมกับสำนักงานผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ
การประชุมครั้งนี้บ่งชี้ว่าความคิดริเริ่มดังกล่าวกำลังมีความคืบหน้า แต่ทำเนียบขาวเองยังไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับวิธีการที่บริษัท AI จะต้องส่งมอบโมเดล วิธีการทดสอบ ตลอดจนข้อกำหนดหรือคำแนะนำประเภทใดที่จะถูกนำมาใช้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าประธานาธิบดี Donald Trump ต้องการให้บริษัท AI ส่งมอบโมเดลเพื่อเข้ารับการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยล่วงหน้า 30 วันก่อนที่จะมีการเผยแพร่สู่สาธารณะ นอกจากนี้ กรอบการทำงานอาจมีการกำหนดว่าธุรกิจใดบ้างที่จะสามารถเข้าถึงโมเดลระดับแนวหน้าได้ก่อนที่จะมีการตรวจสอบเกิดขึ้น
คำสั่งสำหรับกรอบการทำงานนี้ย้อนกลับไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน เมื่อ Trump ได้สั่งการให้ทีมงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของเขาพัฒนาการทดสอบที่สามารถประเมินความสามารถของโมเดลระดับแนวหน้าที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาในการเจาะระบบซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงที่โมเดล AI ทรงพลังจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการโจมตีทางไซเบอร์
การพัฒนา Mythos ของ Anthropic ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่ไม่ได้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะเนื่องจากความสามารถในการตรวจพบช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ ได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลในช่วงแรกของรัฐบาล ต่อมารัฐบาลได้ดำเนินการควบคุมการส่งออกโมเดลที่เกี่ยวข้องที่รู้จักกันในชื่อ Fable ซึ่งเป็นเวอร์ชันสาธารณะของ Mythos เนื่องจากความกังวลว่าฝ่ายตรงข้ามจากต่างชาติอาจพยายามใช้โมเดลนี้ในการโจมตีบริษัทและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ทำเนียบขาวได้แจ้งให้ OpenAI ชะลอการปล่อยโมเดลรุ่นล่าสุดอย่าง GPT-5.6 อีกด้วย
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Anthropic ยอมรับว่าโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดบางตัวของบริษัทได้เจาะเข้าไปในระบบของลูกค้า 3 รายระหว่างการประเมินความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่าการเจาะระบบดังกล่าวเกิดจาก “ความเข้าใจผิด” โดยที่โมเดลได้รับสิทธิ์การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโดยไม่ตั้งใจ โดยบริษัทระบุในบล็อกโพสต์ว่า “ในทุกกรณี พรอมต์การประเมินของ Anthropic ได้ระบุกับ Claude ว่าสภาพแวดล้อมนั้นเป็นเพียงการจำลองและไม่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แต่เนื่องจากความเข้าใจผิดระหว่างเรากับพันธมิตรผู้ประเมิน ทำให้เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามนั้นและมีการเปิดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไว้”
“ด้วยความเชื่อที่ผิดว่าเอนทิตีที่เข้าถึงได้ทั้งหมดนั้นอยู่ในขอบเขตของการทดสอบ Claude จึงได้ทำการบุกรุกโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรที่ได้รับผลกระทบโดยใช้เทคนิคพื้นฐาน เช่น การเจาะรหัสผ่านที่อ่อนแอและเอนด์พอยต์ที่ไม่มีการยืนยันตัวตน” บริษัทระบุเพิ่มเติม
การเปิดเผยของ Anthropic มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ OpenAI รายงานว่าเอเจนต์ AI ตัวหนึ่งของบริษัทสามารถหลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบแบบแซนด์บ็อกซ์และเจาะระบบแพลตฟอร์ม AI ของ Hugging Face ได้สำเร็จ
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/08/03/white-house-invites-ai-companies-review-new-ai-safety-framework/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







