Breaking News

[PR] โซลาร์ ฟรอนเทียร์ แห่งญี่ปุ่น ร่วมกับ บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ประกาศความสำเร็จติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ชนิด CIS ในประเทศไทย

 

บริษัท โซลาร์ ฟรอนเทียร์ (Solar Frontier) เป็นผู้นำระบบเซลพลังงานแสงอาทิตย์ ชนิดที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ CIS ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด และ บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำนวัตกรรมอีเลคโทรนิคส์ไอซีทีและการจัดการพลังงานของโลก ได้ประกาศความสำเร็จของความร่วมมือใน 4 โครงการที่ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดที่ทำจากสารกึ่งตัวนำคอปเปอร์อินเดียมไดเซเลไนด์ หรือ CIS ขนาด 510 Kwp (กิโลวัตต์) ที่โรงงานของ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ในนิคมอุตสากรรมบางปู

เซลพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มบางของโซลาร์ ฟรอนเทียร์ ได้รับการติดตั้งบนหลังคาดาดฟ้าของอาคารและลานจอดรถโรงงานทั้ง 4 แห่งของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ โดยโครงการได้เริ่มเมื่อเดือนกรกฏาคม พ.ศ.2559 และติดตั้งแล้วเสร็จสมบูรณ์
เมื่อเร็ว ๆนี้ ทั้งนี้พลังงานแสงอาทิตย์นี้คาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ประมาณ 793 MWh (เมกกะวัตต์ชั่วโมง) และจะนำไปจ่ายกระแสไฟเพื่อป้อนใช้งานในโรงงานของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ สำหรับอินเวอเตอร์ RPI M50A และ RPI-M20A series นับเป็น 1 ใน PV inverter ทีมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในตลาดขณะนี้ และสำหรับ RPI M50A ก็นับเป็น PV inverter ที่เล็กที่สุดและมีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก โดยมีขนาด 50 kw (กิโลวัตต์) ด้วยการออกแบบอันเยี่ยมยอดของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ผสมผสานกับการใช้งานจากนวัตกรรมใหม่เพื่อประหยัดต้นทุนและพื้นที่สะดวกและง่ายต่อการติดตั้งและตรงตามมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ระบบปฎิบัติการของพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งหมดนี้ถูกเชื่อมโยงอย่างเสถียรและแม่นยำด้วยซอฟแวร์ที่พัฒนาโดยเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ซึ่งจะติดตามและควบคุมการใช้พลังงานของระบบ

มร.เซีย เชน เยน ประธานบริหาร บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ในตลาดอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์นั้น เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เป็นผู้ส่งออกอินเวอร์เตอร์ให้กับ โซลาร์ ฟรอนเทียร์ (Solar frontier) ในประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 เรามั่นใจว่าความสำเร็จของ 4 โครงการนี้ จะร่วมกันพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจกับ Solar frontier (โซลาร์ ฟรอนเทียร์) ในตลาดประเทศไทยต่อไป  สำหรับอาคารเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ อยู่ระหว่างขอการรับรองมาตรฐาน LEED (ระบบการออกใบประกาศการยอมรับอาคารสีเขียวประหยัดพลังงานในระดับนานาชาติ) ความสำเร็จของการติดตั้งนี้เป็นความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีของระบบเซลพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ CIS ทำให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดีเยี่ยมภายใต้แสงแดดแรงและแม้กระทั่งในฤดูฝนที่ยาวนาน 4-5 เดือน  จึงทำให้ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพตลอดทั้งปี

มร.ยูอิชิ คูโรดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโซลาร์ ฟรอนเทียร์ (Solar Frontier) ให้ความเห็นว่าประเทศไทยมีเป้าหมาย
มุ่งที่จะเพิ่มการติดตั้งระบบโซลาร์ที่มีกำลังการผลิต 6 GW (กิกะวัตต์) ภายในปี ค.ศ.2036 และมีศักยภาพสูงในการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอย่างยิ่ง แผงพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ CIS ของ โซลาร์ ฟรอนเทียร์ (Solar Frontier)
สามารถผลิตพลังงานกระแสไฟฟ้า
(kilowatt-hours per kilowatt-peak) ได้มากกว่าเมื่อเทียบกับแผงเซลชนิดผนึกซิลิคอน นอกจากนี้แผงรับเซลแสงอาทิตย์มีความทนทานสูงและมีประสิทธิภาพแม้ในฤดูฝนซึ่งกินเวลานานถึง 6 เดือนของกรุงเทพมหานครฯ เราเชื่อว่าด้วยความร่วมมือระหว่างเทคโนโลยีโซลาร์ ฟรอนเทียร์ (Solar Frontier) จากประเทศญี่ปุ่นกับความเชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นการจัดการพลังงานของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ จะส่งเสริมการแพร่หลายของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ไปทั่วประเทศต่อไป

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ เพิ่งได้รับรางวัลสุดยอดแบรนด์ (Thailand’s Top Corporate Brand) ในภาคอุตสาหกรรม
อิเล็กทรอนิกส์ / ICT และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทผู้นำที่มีการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมในแนวทาง ESG (environmental, social and governance) ขณะที่ โซลาร์ ฟรอนเทียร์ (Solar Frontier) ก็จะดำเนินงานพัฒนาความร่วมมือด้านโซลาร์ โซลูชั่น เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ให้ผู้บริโภคเข้าถึงมากขึ้น พร้อมไปกับการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมพลังงานสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน



About TechTalkThai PR 2

Check Also

[Guest Post] บริษัท พาโล อัลโต เน็ตเวิร์ค เผยคาดการณ์ความมั่งคงปลอดภัย ปี 2563

เควิน โอ แลรีย์ (Kevin O’Leary) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยระบบสารสนเทศ (Chief Security Officer) และ ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยระบบสารสนเทศ ประจำเอเชียแปซิฟิก และคงศักดิ์ ก่อตระกูล ผู้จัดการวิศวกรระบบ …

[PR] 3 เทคโนโลยียกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกพร้อมสร้างประสบการณ์ลูกค้า โดยอะโดบี

ภายในปี 2565 อุตสาหกรรมค้าปลีกจะเป็นหนึ่งในห้าอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็วที่สุดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าไอโอที (IoT) จะกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ค้าปลีกทั่วโลก อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ค้าปลีกคือ การสรรหากลยุทธ์มาสร้างความน่าสนใจดึงดูดสายตาลูกค้าพร้อมกับรักษาฐานลูกค้าในเวลาที่ตลาดมีการแข่งขันสูงเช่นทุกวันนี้