รัฐบาลสิงคโปร์จะเริ่มเก็บภาพแสกนม่านตาของประชาชนในปีหน้า

เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รัฐบาลสิงคโปร์จะเริ่มทำการเก็บภาพแสกนม่านตาของประชาชน เริ่มปีหน้าเป็นต้นไป

ภาพแสกนม่านตาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในการพิสูจน์ตัวตนของประชาชน เพิ่มเติมจากรูปถ่ายและลายนิ้วมือที่มีในฐานข้อมูลอยู่แล้ว โดยกฎหมายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2017 ซึ่งมีผลโดยตรงกับพลเมืองสัญชาติสิงโปร์และผู้ที่ได้รับสิทธิเป็น Permanent Residents (PRs) สำหรับการเก็บภาพแสกนม่านตาจะค่อยๆทำผ่านกระบวนการทำบัตรประชาชนและการทำเอกสารพาสปอร์ต

สิงคโปร์ไม่ใช่ชาติแรกที่เริ่มเก็บข้อมูลภาพแสกนม่านตาของประชาชน โดยประเทศเยอรมนีและประเทศเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มทำกันมาตั้งแต่ต้นปี 2000 แล้ว รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่บังคับให้มีการแสกนม่านตาในกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองอีกด้วย

ที่มา : http://www.zdnet.com/article/singapore-to-record-iris-scans-of-citizens/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

วิกฤต AI แย่งงานมนุษย์ยังไม่เกิด เหตุตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้อานิสงส์ AI Boom จนสร้างงานใหม่สุทธิทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง

กระแสความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจนเกิดวิกฤตแรงงานตกงานจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเมื่อมีข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาชี้ชัดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยี AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่าจำนวนการเลิกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือคิดเป็นตัวเลขกว่า 1 ล้านตำแหน่ง