เบื้องหลังโครงการแสนสุข Smart City เทศบาล IoT แห่งแรกในเมืองไทย

ในงาน Dell Future Ready 2016 นั้น ทาง Dell ได้มีการสัมภาษณ์นายกตุ้ย ผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีแสนสุข หัวหอกแห่งโครงการ Internet of Things (IoT) ภายในเทศบาลเมืองแสนสุขหรือบางแสน ที่ได้เริ่มทำ IoT ในระดับของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองให้ได้ประโยชน์จริงๆ และกลายเป็นเมืองทดลองระดับประเทศที่ได้รับรางวัลจาก IDC มาแล้ว ทางทีมงาน TechTalkThai จึงขอสรุปเนื้อหาเอาไว้ดังนี้นะครับ

dell_future_ready_2016_sansook_smart_city_w600

เริ่มต้นด้วยความหวังดีต่อประชาชนและอนาคตของประเทศไทย

จุดเริ่มต้นของโครงการนี้คือการที่ต้องการจะผลักดันให้คุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองแสนสุขนั้นดีขึ้นในทุกแง่มุม โดยเริ่มต้นจากการนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เข้ามาใช้ในการจัดการเมืองด้วยข้อมูล และจากการประชุมร่วมกันระหว่างเทศบาล, หน่วยงานรัฐ, ภาคการศึกษา และประชาชน ก็ทำให้โครงการนี้ได้เริ่มต้นจากการดูแลผู้สูงอายุกันก่อน

ในเฟสแรกนั้นทางเทศบาลเมืองได้เริ่มต้นจากการพัฒนา Remote Control สำหรับผู้ป่วยบนเตียงให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น และในเฟสถัดมาของโครงการนี้ได้ใช้ IoT ในการตรวจจับการล้มของผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยในบริเวณเมือง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามได้ว่าผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียวนั้นหกล้มหรือไม่ และแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือได้ทันที ซึ่งโครงการนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.บูรพา, Dell และ Intel ในเชิงเทคโนโลยี

โครงการลักษณะนี้ถือว่าเป็นโครงการแนวใหม่และการประเมินความคุ้มค่านั้นไม่สามารถประเมินออกมาเป็นเม็ดเงินได้ แต่ทางเทศบาลเมืองก็มีการติดตามสถิติตัวเลขต่างๆ สำหรับใช้ในการชี้วัดถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้นได้นั่นเอง รวมถึงหน่วยงานเอกชนอย่างสมิติเวชศรีราชาเองก็ได้นำเทคโนโลยีเดียวกันไปใช้แล้วด้วยเช่นกัน

 

อนาคตเล็งต่อยอดจากการดูแลสุขภาพ ไปยังสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวด้วย

สำหรับในอนาคต ทางบางแสนเองก็จะขยับขยายการนำ IoT ไปใช้เพิ่มเติมในการติดตามประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำทะเล, การเพิ่มขึ้นของแมงกระพรุน, การตายของปลาวาฬ, น้ำท่วม เพราะประเด็นเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวโดยตรง เพื่อให้ทางเทศบาลสามารถรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น

ในขณะเดียวกันทางเทศบาลเองก็มีแผนเชิงรุก ด้วยการเริ่มโครงการ Bluetooth Low Energy (BLE) สำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวสามารถรับ Push Notification แบบ Location-based เพื่อนำเสนอข้อมูลหรือโปรโมชันต่างๆ ให้แก่นักท่องเที่ยวได้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากสำหรับอนาคต

 

ความท้าทายในการทำโครงการ IoT ระดับเมือง คนคือเรื่องที่สำคัญที่สุด

ประเด็นสำคัญที่สุดในการทำโครงการนี้ให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีก็คือการประสานงานระหว่างคนและหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการต่างๆ เปิดรับต่อการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ, การร่วมมือกับภาคการศึกษาเพื่อช่วยทำงานวิจัยและสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมา, การร่วมมือกับภาคเอกชนในการสนับสนุนต่างๆ และการร่วมมือกับประชาชนในการรับข้อมูลและความต้องการ รวมถึงนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าไปใช้งานจริง ในขณะที่ทางภาครัฐไม่ได้มีการสนับสนุนหรือกฎหมายอะไรที่เป็นรูปธรรมในประเด็นนี้เพราะเป็นเรื่องใหม่มาก การจัดการเรื่องความร่วมมือต่างๆ ให้โครงการเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้จริงจึงถือเป็นประเด็นที่สำคัญมาก

อีกประเด็นก็คือในแง่ของค่าใช้จ่าย เพราะโครงการลักษณะนี้นั้นจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเสมอ ซึ่งหน้าที่ของเทศบาลเมืองนั้นก็คือการปรับปรุงให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น แต่อุปกรณ์หรือระบบเหล่านี้ก็มักมีราคาสูง และโครงการแบบนี้ก็มีผลตอบแทนในลักษณะที่ชี้วัดเป็นเม็ดเงินได้ยาก ดังนั้นการบริหารจัดการงบประมาณของหน่วยงานให้ดี และการรับการสนับสนุนจากภายนอก รวมถึงการกำหนดตัวชี้วัดให้โปร่งใสเองก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ดีทั้งสิ้น เพื่อให้ประชาชนแบกรับค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด แต่ได้รับบริการที่ดีที่สุดกลับไปนั่นเอง

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Vertiv ช่วยองค์กรในการเปลี่ยนผ่านจากโครงการนำร่อง AI สู่การใช้งานจริงในระดับ Production [PR]

Vertiv Holdings Co. (NYSE: VRT) หรือ เวอร์ทิฟ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญระดับโลก ร่วมกับ Deloitte Center for Integrated Research ประกาศความร่วมมือเพื่อช่วยให้องค์กรก้าวข้ามความท้าทายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ …

รายงาน Kyndryl ชี้ ผู้นำในเอเชียแปซิฟิกเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจเป็นอันดับแรก ในยุคที่ AI ขยายบทบาทในการยกระดับไอทีให้ทันสมัย [PR]

คินดริล (Kyndryl – NYSE: KD) ผู้นำด้านการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับส่วนงานสำคัญในระดับองค์กร เผยผลสำรวจของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Modernization Report ฉบับทั่วโลกที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก ผลสำรวจพบว่าองค์กรต่างขยายการลงทุนทั้งแพลตฟอร์มดั้งเดิมที่ใช้อยู่และแพลตฟอร์มสมัยใหม่ การปรับระบบให้ทันสมัยต้องการกระบวนการทำงานทางธุรกิจที่สอดประสานกันมากขึ้น ไม่ใช่การรวมเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพียงอย่างเดียว