Salesforce เปิดตัว Enterprise AI Harness และ AI Control Plane

Salesforce เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รายการ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างและบริหารจัดการเอเจนต์ AI ได้ โดยนักพัฒนาสามารถเปลี่ยนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ให้กลายเป็นเอเจนต์ด้วยการเสริมส่วนขยายต่าง ๆ เข้าไป เช่น พรอมต์ ตัวเชื่อมต่อฐานข้อมูล และสินทรัพย์ทางเทคนิคอื่น ๆ อีกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสินทรัพย์ทางเทคนิคที่ใช้ในการปรับแต่งเอเจนต์เหล่านี้ถูกเรียกโดยรวมว่า Harness

Credit: Salesforce

ผลิตภัณฑ์แรกที่ Salesforce เปิดตัวในครั้งนี้มีชื่อว่า Enterprise AI Harness ซึ่งเป็นชุดเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือและความมั่นคงปลอดภัยของเอเจนต์ AI ของลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทระบุว่าเทคโนโลยีหลายอย่างที่เป็นหัวใจสำคัญของข้อเสนอนี้มีให้บริการอยู่แล้วในบริการคลาวด์ของบริษัท ส่วนที่เหลือจะเริ่มทยอยเปิดตัวในช่วงต้นปีงบประมาณ 2028 ของ Salesforce ซึ่งจะเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์รายนี้ระบุว่า Enterprise AI Harness จะประกอบด้วยชุดฟีเจอร์หลัก 6 ชุด โดยครึ่งหนึ่งเน้นไปที่ข้อมูลทางธุรกิจที่เอเจนต์ AI ใช้ในการปฏิบัติงาน

ชุดฟีเจอร์แรกคือ Trusted Context ซึ่งรวบรวมสินทรัพย์ข้อมูลต่าง ๆ เช่น บันทึกข้อมูลลูกค้าและข้อมูลความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ Salesforce ระบุว่าจะมีการรองรับ “สัญญาณแบบเรียลไทม์” ด้วย ซึ่งในด้านการขาย สัญญาณแบบเรียลไทม์มักหมายถึงการกระทำของผู้ซื้อที่ส่งผลให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการติดต่อสื่อสารอย่างรวดเร็ว

ชุดฟีเจอร์อื่น ๆ ของ Enterprise AI Harness จะช่วยรับประกันว่าข้อมูลที่เอเจนต์ AI ใช้งานนั้นมีความถูกต้อง โดย Salesforce วางแผนที่จะจัดเตรียมการควบคุมคุณภาพข้อมูลหลายรูปแบบ รวมถึงเครื่องมือติดตามที่มาของข้อมูล ในขณะเดียวกัน ทีมงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จะได้รับความสามารถในการควบคุมว่าเอเจนต์ตัวใดสามารถใช้ชุดข้อมูลใดได้บ้างและใช้งานในลักษณะใด

บริษัทต่าง ๆ มักใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่หลายตัวในโครงการเอเจนต์ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน โดยโมเดลระดับแนวหน้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเอเจนต์ที่ทำงานซับซ้อน ในขณะที่เอเจนต์ที่เรียบง่ายกว่าจะส่งคำร้องขอไปยังโมเดลที่มีขนาดเล็กลงและราคาถูกกว่า ทั้งนี้ Enterprise AI Harness จะมาพร้อมกับกลไก “intelligent model routing” ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานดังกล่าว โดยระบบจะส่งคำร้องของเอเจนต์ไปยัง LLM ที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ โดยอ้างอิงจากพารามิเตอร์ต่าง ๆ เช่น ความแม่นยำและต้นทุน

โมเดลภาษาขนาดใหญ่มีลักษณะไม่แน่นอน ซึ่งหมายความว่าการป้อนคำสั่งเดียวกัน 5 ครั้งอาจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้ Salesforce ระบุว่า Enterprise AI Harness จะช่วยให้ลูกค้าสามารถจับคู่เอเจนต์ AI ของตนเข้ากับการควบคุมความน่าเชื่อถือแบบกำหนดค่าได้ชัดเจน อีกทั้งยังช่วยลดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อเอเจนต์เข้ากับแอปพลิเคชันภายนอกอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์อีกรายการหนึ่งที่ Salesforce เปิดตัวในครั้งนี้คือ AI Control Plane โดยบริษัทระบุว่าจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพและต้นทุนอินเฟอเรนซ์ของเอเจนต์ AI ได้จากศูนย์กลาง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าเอเจนต์จะปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเคร่งครัด

Rohan Kumar ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแพลตฟอร์มและวิศวกรรมของ Salesforce กล่าวว่า โมเดลต่าง ๆ จะยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และความฉลาดจะสามารถเข้าถึงได้จากทุกหนทุกแห่ง สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับองค์กรธุรกิจคือบริบทที่เชื่อถือได้และเป็นกรรมสิทธิ์ขององค์กรที่นำมาใช้กับความฉลาดเหล่านั้น โดยเริ่มต้นจากตัวลูกค้าเอง รวมถึงความสามารถในการนำบริบทดังกล่าวไปใช้งานได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เรากำลังสร้างขึ้นด้วย Enterprise AI Harness ของ Salesforce

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/09/10/salesforce-introduces-enterprise-ai-harness-ai-control-plane/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Google Cloud เปิดตัว Agent Compute Engine ใช้ microVM แยกระดับฮาร์ดแวร์ พร้อมขยาย Agent Governance

Google Cloud เปิดตัว Agent Compute Engine บริการ compute ที่ออกแบบมาเพื่อรัน AI Agent โดยเฉพาะ ซึ่ง Google ใช้รองรับการทำงานของ …

Microsoft เตือน Windows Server 2016 หมดระยะ Support มกราคม 2027 แนะนำอัปเกรดสู่ Server 2025

Microsoft แจ้งเตือนว่า Windows Server 2016 จะสิ้นสุดระยะ Extended Support ในวันที่ 12 มกราคม 2027 หลังจากนั้นจะไม่มีการปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยอีกต่อไป พร้อมแนะนำให้ผู้ดูแลระบบวางแผนอัปเกรดไปยัง Windows …