การเลือกใช้อุปกรณ์ Handheld สำหรับธุรกิจค้าปลีก

EP-1      :     รู้เขารู้เรา ซื้อใช้กี่ครั้งก็คุ้ม

ก่อนที่เราจะเลือกอุปกรณ์ใดเพื่อเข้ามาเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในธุรกิจนั้นๆ เราจะต้องทำความรู้จักกิจกรรมส่วนต่างๆ ให้ดีก่อน “รู้เขารู้เรา ซื้อใช้กี่ครั้งก็คุ้ม” ไม่ต้องมาลุ้นเปิดกล่องสุ่มให้ความดันขึ้น สู้มาหงายการ์ดเลือกของใส่กล่องด้วยตัวเองกันดีกว่า ไม่รอช้า มาดูกันให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย เริ่มจาก “รู้เราก่อน” เราในที่นี้ คือ “ธุรกิจค้าปลีก คืออะไร” และตามด้วย “รู้เขา” เขา ก็คือ “อุปกรณ์ Handheld Computer คืออะไร” มาลุยกันเลยครับ

“ธุรกิจค้าปลีก (Retail Business) คืออะไร” นิยามกระชับให้เข้าใจตัวตนของธุรกิจค้าปลีกได้ง่ายที่สุด ก็คือ ผู้ที่จำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภคเป็นคนสุดท้ายนั้นเอง ไม่ต้องอธิบายให้มากความ มาดูกันให้เห็นภาพชัดเจนเลยว่าธุรกิจค้าปลีกอะไรบ้างที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด อาทิเช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ ร้านมินิมาร์ท ห้างสรรพสินค้า ร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านอุปกรณ์ไอที ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านขายยา หรือแม้กระทั้งร้านค้าออนไลน์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ก็ถือว่าเป็นธุรกิจค้าปลีกเช่นเดียวกัน ด้วยความหลากหลายชนิดของผู้ประกอบการร้านค้าปลีก จึงมีการจำแนกแบ่งประเภทกลุ่มร้านค้าปลีกออกตามความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ  

กลุ่มธุรกิจค้าปลีกแต่ละประเภทที่พบเห็นได้ในประเทศไทย

  1. ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก (Small Retailer) เช่น ร้านค้าขายของชำในหมู่บ้าน
  2. ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง (Specialty Store) เช่น ร้านขายยา, ร้านขายวัสดุก่อสร้าง
  3. ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Stores) เช่น ร้าน 7-11, ร้าน Family Mart
  4. ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เช่น Tops Market, BigC Supermarket
  5. ห้างสรรพสินค้า (Department Store) เช่น สยามพารากอน, เซ็นทรัล, เดอะมอลล์, โรบินสัน
  6. ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ (Discount Store, Hypermarket) เช่น Tesco Lotus, Big-C, Makro

สินค้า (Product) คือหัวใจของธุรกิจค้าปลีก ร้านค้าปลีกแต่ละกลุ่มจะต้องดำเนินการจัดหาสินค้าเข้ามาจัดจำหน่าย โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก “ซื้อมาและขายไป” ฟังดูง่าย แต่กระบวนการนั้นซับซ้อนไม่เบา ยิ่งกลุ่มห้างร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ด้วยแล้ว จะมีประเภทของสินค้าหลากหลายและจำนวนมาก เพื่อจัดเก็บให้มีปริมาณที่พอกับการซื้อของผู้บริโภค ถ้ามีการบริหารจัดการสินค้าได้ไม่ดีปัญหาและข้อผิดพลาดก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายและบ่อยซ้ำตามมาให้แก้ไขไม่รู้จบ

ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกนิยมนำระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System) โดยจะมีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เป็นองค์ประกอบหลักในการทำงานร่วมกัน ทำให้กระบวนการบริหารจัดการสินค้าเป็นระบบที่มีมาตรฐานมากขึ้น และสามารถเข้าถึงข้อมูลของสินค้าได้อย่างง่ายดายมากกว่ารูปแบบเดิม ถือว่าเป็นการเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกและสามารถบริหารการให้บริการหน้าร้านแก่ผู้บริโภคในเวลาเดียวกันได้อย่างมีคุณภาพ            

ความถูกต้องและแม่นยำของข้อมูลสินค้าถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก การเริ่มต้นที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่งทาง การรับข้อมูลตั้งต้นของสินค้าที่เข้ามาในระบบ ถ้ามีความถูกต้องครบถ้วน กระบวนการต่อไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ก็จะสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลต่อให่แก่ผู้บริโภคได้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น

Handheld Computer คือเครื่องทุ่นแรงที่เข้ามาเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ให้การคีย์บันทึกข้อมูลสินค้าเข้ามาในระบบได้สะดวกและถูกต้องมากขึ้น ทดแทนการคีย์ข้อมูลด้วยมือ วัตถุประสงค์หลักนั้น เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานให้มีคุณภาพมากขึ้น สามารถช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ลดความผิดพลาดของข้อมูลให้มีความถูกต้องครบถ้วน 100% ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า การตรวจนับสินค้าคงคลัง การจำหน่ายสินค้าออกจากคลังให้กับผู้บริโภค ระบบซอฟต์แวร์มีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลให้เป็นระเบียบตามที่ระบบกำหนดไว้

หลักการเลือกอุปกรณ์ Handheld Computer ให้เหมาะกับธุรกิจค้าปลีกต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง

Smart Retail

เลือกอุปกรณ์ Handheld Computer

ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน

กิจกรรมและพฤติกรรมการทำงานของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในแต่ละส่วนงาน ถ้าเลือกอุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงให้ไม่ตรงกับท่าทางในการทำงาน อุปกรณ์นั้นจะกลายเป็นตัวภาระทันที แทนที่จะเล่นท่าง่าย กลับต้องฝืนทนเล่นท่ายาก ฟังแล้วเมื่อยแทน การทำงานในแต่ละส่วนงานในธุรกิจค้าปลีก จะมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ คือ ส่วนงานคลังสินค้า และ ส่วนงานหน้า

ร้านส่วนงานคลังสินค้า

มีหน้าที่หลักอยู่ 3 อย่าง คือ รับสินค้าเข้า, จัดวางสินค้า, นำสินค้าออกจากคลัง ควรเลือกอุปกรณ์ Handheld Computer ที่ทนทาน น้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด ไม่เน้นหน้าจอใหญ่ เน้นความคล่องตัว ให้นึกถึงปืน หยิบออกจากซอง ยิงได้ทันที และเก็บเข้าซองพร้อมลุย

ส่วนงานหน้าร้าน

มีหน้าที่จำหน่ายสินค้าที่ผู้บริโภคหยิบใส่ตะกร้าออกจากระบบ (Counter Service) ควรเลือกอุปกรณ์ Handheld Computer ที่เน้นความรวดเร็วในการสแกนอ่านข้อมูลบาร์โค้ดสินค้าเป็นหลัก รองลงมาจะต้องมีรูปลักษณ์ทางกายภาพที่เหมาะสมกับสถานที่ไม่เกะกะขวางหูขวางตา ปัจจุบันเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ออกแบบรุ่นเฉพาะที่ใช้งานบน Counter Service จึงง่ายต่อการเลือกมาใช้งาน ส่วนมากจะคัดสรรรุ่นกันที่สเปคประสิทธิภาพของหัวอ่านบาร์โค้ดล้วนๆ อ่านเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ สามผ่าน

เลือกอุปกรณ์ Handheld Computer

ให้เหมาะสมกับระบบงาน (System Requirement)

         ข้อมูลด้านเทคนิค (Technical Hardware) ของชุดอุปกรณ์ Handheld Computer ต้องสามารถทำงานร่วมกับระบบซอฟต์แวร์หลักของธุรกิจค้าปลีกได้ (System Hardware Requirement) และให้ความสำคัญกับคุณภาพของประเภทหัวอ่านบาร์โค้ดเป็นหลัก เพื่อสามารถรองรับการอ่านข้อบาร์โค้ดบนสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ มาดูกันว่าข้อมูลด้านเทคนิคของอุปกรณ์ Handheld อะไรบ้างที่ระบบหลังบ้านของธุรกิจค้าปลีกกำหนดไว้บ้าง

บาร์โค้ด (Barcode)

  • ประเภทบาร์โค้ด (Barcode Type) ปัจจุบันเทคโนโลยีชนิดของบาร์โค้ดจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ แบบ 1D และ 2D ธุรกิจค้าปลีกส่วนใหญ่จะเลือกใช้หัวอ่านแบบ 2D เพราะสามารถใช้งานอ่านข้อมูลของบาร์โค้ดบนสินค้าได้ครอบคลุมกว่า
    • แบบ 1D สามารถอ่านบาร์โค้ดชนิดแท่งได้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถอ่านบาร์โค้ดแบบ 2D หรือ QR Code ได้
    • แบบ 2D สามารถอ่านบาร์โค้ดได้ทั้ง 1D, 2D และ QR Code และปัจจุบันเป็นที่นิยมมากกว่า 1D
    • ประเภทเครื่องอ่านบาร์โค้ด (ฺBarcode Scanner Type) เทคโนโลยีเครื่องอ่านบาร์โค้ดมีอยู่ 4 ประเภท
      1. CCD Scanner มีลักษณะลำแสงหนา จุดเด่น สามารถอ่านบาร์โค้ดในสภาวะแสงสว่างมากๆ ได้ดี ข้อจำกัดของ CCD Scanner บาร์โค้ดจะต้องอยู่บนพื้นผิวที่แบนเรียบ และระยะการอ่านต้องไม่เกิน 1 นิ้ว
      2. Laser Scanner มีลักษณะลำแสงเลเซอร์เส้นตรงเส้นเดียว ขนาดเล็ก จุดเด่น สามารถอ่านบาร์โค้ดขนาดเล็กได้ดี
      3. Omi-Directional Scanner มีลักษณะเหมือนประเภท Laser แต่จะยิงลำแสงออกมาหลายเส้นหลายทิศทางคล้ายใยแมงมุม จุดเด่น สามารถอ่านบาร์โค้ดได้เร็ว เป็นที่นิยมในนำมาใช้งานในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ต้องการความรวดเร็วในการให้บริการ
      4. Imager Scanner มีลักษณะการทำงานในรูปแบบการจับภาพตัวบาร์โค้ดเหมือนการทำงานของกล้องถ่ายรูป แล้วนำมาประมวลผลถอดรหัสข้อมูลบาร์โค้ด จุดเด่น สามารถอ่านบาร์โค้ดที่มีขนาดเล็กมากๆ และระยะการอ่านไกลได้ดี แต่จะอ่านข้อมูลบาร์โค้ดได้ช้ากว่า Laser Scanner
    • ประเภทของหัวอ่านบาร์โค้ดในลักษณะเฉพาะ
      1. SR (Standard Resolution) หัวอ่านบาร์โค้ดทั่วไป
      2. FZ (Fuzzy Logic) หัวอ่านบาร์โค้ดที่มีลักษณะซีดจาง หรือมีความเข้มลดลงจากต้นฉบับเดิม
      3. ER (Extra Long Range) หัวอ่านบาร์โค้ดในระยะไกล หรือบาร์โค้ดขนาดใหญ่ เหมาะกับพื้นที่ปิดโรงงานอุตสาหกรรม
      4. OCR (Optical Character Recognition) หัวบาร์โค้ด และสำหรับตัวอักษร ที่มีชนิด Fonts เฉพาะเทคโนโลยี OCR รองรับเท่านั้น เหมาะกับลักษณะงานที่ต้องการอ่านค่าของบาร์โค้ดที่ต้องการตัวอักษรเข้ามาประมวลผลด้วย เพื่อความรวดเร็วและความถูกต้อง
      5. HD (High Density) หัวอ่านบาร์โค้ดที่มีขนาดเล็กเกินกว่า 4 มิล (mil)
      6. DP / DPM (Direct Part Marks) หัวอ่านบาร์โค้ดที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบสกัดฝังลงบนพื้นผิววัสดุ ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุที่ต้องใช้ในงานเฉพาะที่มีพื้นผิวไม่สามารถติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดได้ หรือต้องการความคงทนของบาร์โค้ดที่อาจจะเกิดจากการขีดข่วน ล้างด้วยสารเคมี เป็นต้น

หน้าจอ (Monitor)

Monitor Resolution : ขนาดหน้าจอมีผลต่อการแสดงผลหน้าตาเมนูต่างๆ ของซอฟต์แวร์บริหารค้าปลีก  Handheld แต่ละยี่ห้อจะมีสเปคที่ใกล้เคียงกัน ส่วนมากแนะนำให้ทำการทดสอบกับระบบซอฟต์แวร์แต่ละร้านค้าจะชัวร์ที่สุด

ระบบประมวลผล (Processor System)

  • OS : (Operation System) : มีให้เลือกอยู่ 2 ค่าย คือ Windows Mobile และ Android ขึ้นอยู่กับความต้องการของระบบซอฟต์แวร์และการันตีการเลือกใช้งาน
  • CPU : เลือกเวอร์ชั่นปัจจุบันไว้ก่อน และขึ้นอยู่กับความต้องการของระบบซอฟต์แวร์และการันตีการเลือกใช้งาน
  • RAM : หน่วยความจำหลักของอุปกรณ์ Handheld Computer ยิ่งเยอะยิ่งดีต่อการทำงานร่วมกับระบบ ราคาก็จะสูงเช่นกัน
การเชื่อมต่อ (Connectivity)
          Wireless และ Bluetooth เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายหลักที่อยู่บนอุปกรณ์ Handheld Computer ซึ่งความพิเศษของ Enterprise Grad จะสามารถเลือกฟังก์ชั่นปิดการทำงานแบบถาวรของ Wireless ออกจากการสั่งซื้อตั้งต้นได้ (ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบของแต่ละองค์กร) ราคาตัวเครื่องก็จะถูกลง แต่ฟังก์ชั่น Bluetooth นั้น เป็นพื้นฐานที่จะมีให้มาทุกรุ่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดใหญ่ ส่วนมากจะออกแบบระบบให้ทำงานในรูปแบบ Online ใช้วิธีการ Remote Run Software บน Server ผ่านโครงข่ายการสื่อสารขององค์กร ซึ่งก็คือ Wireless เพราะฉะนั้น ฟังก์ชั่นนี้ มีความสำคัญมากพอสมควร แนะนำให้ทดสอบระบบร่วมกันเพื่อเลือกความเสถียรภาพในการเชื่อมต่อสื่อสารให้มีประสิทธิภาพตามความต้องการ
Barcode 1D / 2D

ปัจจุบันอุปกรณ์ Handheld Computer มีให้เลือกกันหลายยี่ห้อ และหลากหลายรุ่น ราคาสูงใช่ว่าจะดีสำหรับเราเสมอไป หรือราคาถูกไว้ก่อน อาจจะไม่ใช่ทุกข้อที่เราต้องการ เปรียบเทียบคุณสมบัติโดยรวมเพื่อคัดเลือกคู่เปรียบมวยให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาทดสอบคุณภาพให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าเหมาะสมกับราคาที่คุยไว้หรือไม่ โดยทั่วไปจะแบ่งออก 2 สัญชาติ คือ 1. สัญชาติ Asia / Pacific และ 2. สัญชาติ USA และ Europe เรามาดูกันว่ายี่ห้อใดบ้างที่มีอุปกรณ์ Handheld Computer ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกบ้าง โดยยกตัวอย่างเฉพาะที่มีตัวแทนจัดจำหน่ายและบริการในประเทศไทย ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีจุดเด่นทางด้านเทคนิคและการตลาดในรูปแบบนโยบายของตัวเอง ลองมาทำความรู้จักกันเลย

สัญชาติ Asia / Pacific มีอุปกรณ์ Handheld Computer ยี่ห้ออะไรบ้าง

Cipherlab จากประเทศ Taiwan

เน้นผลิตภัณฑ์ประเภท Handheld Computer เพียงกลุ่มเดียว จุดเด่นของ Cipherlab จะมีทั้งหัวอ่านบาร์โค้ด OEM Engine ของตัวเอง และใช้ของยี่ห้อ USA ให้เลือกใช้งาน ซึ่งมีผลต่อราคาที่แตกต่างกันในรุ่นเดียวกัน Cipherlab มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกให้เลือกใช้งาน เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (ประเมินจากทั้งระบบงาน Total Solutions) โดยรวมราคาไม่สูงมาก อยู่ระดับกลางๆ

Unitech จากประเทศ Taiwan

เน้นผลิตภัณฑ์ประเภท Handheld Computer เพียงกลุ่มเดียว แต่มีความหลากหลายตามคุณสมบัติเฉพาะธุรกิจนั้นๆ เช่น Handheld Computer Healthcare สำหรับกลุ่มงานโรงพยาบาล เป็นต้น และ Unitech ยังมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกให้เลือกใช้งาน เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ราคาไม่สูงมาก อยู่ระดับกลางๆ  

สัญชาติ USA / Europe มีอุปกรณ์ Handheld Computer ยี่ห้ออะไรบ้าง

Zebra และ Honeywell จากประเทศ USA         

“Zebra และ Honeywell” ทั้ง 2 แบรนด์จากประเทศเดียวกันนี้ มีผลิตภัณฑ์ครบทุกประเภทของกลุ่ม Auto-ID Solutions ครอบคลุมทุกธุรกิจทั้งระดับออฟฟิศไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ ทั้งอุปกรณ์ Handheld Computer Scan Barcode และอุปกรณ์ Pinter Barcode ถือว่ามีระดับผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับ Enterprise Grade สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ในธุรกิจค้าปลีกนั้น มีให้เลือกใช้งานครบครันทั้งระบบงานในทุกขนาดธุรกิจ ตั้งแต่ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ราคาอยู่ในระดับกลางๆ ถึงระดับสูงมาก

Opticon จากประเทศ Netherlands            

จริงๆ แล้ว Opticon เป็นกลุ่มบริษัทลูกผสมทั่วโลก ประกอบด้วย OPTO Electronics (ญี่ปุ่น), Opticon Sensors Europe BV (เนเธอแลนด์) และ Opticon Inc. (อเมริกาเหนือ) โดยผลิตภัณฑ์ Opticon เน้นผลิตภัณฑ์ประเภท Handheld Computer เพียงกลุ่มเดียว มีจุดเด่นเรื่องออกแบบเทคโนโลยี OEM Scan Engines เป็นของตัวเอง รองรับการทำงานด้านการอ่านบาร์โค้ดได้ทุกธุรกิจ สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกนั้น เกือบจะครบทุกฟังก์ชั่น จึงทำให้เหมาะสำหรับธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กและขนาดกลาง (ประเมินจากทั้งระบบงาน Total Solutions) ราคาไม่สูงมาก อยู่ระดับกลาง

“รู้เขาแล้ว รู้เราแล้ว จะเลือกรุ่นไหนดีถึงจะเหมาะกับเรา”          

ต้องเจาะลึกเข้าไปให้ถึงธาตุแท้ของอุปกรณ์ Handheld Computer แต่ละรุ่น ก่อนจะส่งขันหมากไปสู่ขอ เราจะต้องศึกษาดูนิสัยใจคอกันให้ดี อย่าให้ต้องแต่งแล้วหย่า ปล่อยให้ระบบร้านค้าปลีกเป็นหม่ายกลับคืนสู่สามัญให้ถูกนินทาว่า “ค้าปลีก ทำมือ” โปรดติดตาม EP2 ตอน “เจาะสเปคอุปกรณ์ Handheld Computer ที่เหมาะกับธุรกิจค้าปลีก”

ที่มารูปภาพ : www.zebra.com, www.honeywell.com, www.cipherlab.com, www.opticon.com


About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี! The New Digital Age: Reshaping The Future Of Your Digital Workforce [16 มิ.ย.22]

มาร่วมค้นหา New Operating Model ในการนำ Intelligent Automation (IA) เข้ามาช่วยผลักดันให้เป็นผู้นำในธุรกิจแม้สถานการณ์โลกต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำการลงทุนใน IA ให้คุ้มค่าจากประสบการณ์ของ Blue Prism CTO …

ปกป้องข้อมูลและกู้สถานการณ์จาก Ransomware โดยอัตโนมัติ ด้วย IBM FlashSystem Cyber Vault

ทุกวันนี้ การรับมือกับ Ransomware ได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าที่พื้นฐานของเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ภายในองค์กรไปแล้ว และแน่นอนว่าเหล่าผู้พัฒนาโซลูชันระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะ Enterprise Storage เองต่างก็ได้มีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ในการรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว