[PR] องค์กรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคใช้ Red Hat OpenStack Platform เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานไอทีบนคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว

แพลตฟอร์มคลาวด์โอเพนซอร์สที่มีความสามารถในการปรับขยายอย่างสูง
ช่วยพัฒนาความน่าเชื่อถือ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและทุ่นค่าใช้จ่าย

กรุงเทพฯ – ประเทศไทย – 4 ธันวาคม 2560 – เร้ดแฮท (NYSE: RHT) ผู้ให้บริการโซลูชั่นโอเพนซอร์สระดับโลก เผยว่า องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เช่น ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง เกาหลีและสิงคโปร์ ต่างเลือกนำ Red Hat OpenStack Platform ซึ่งโดดเด่นด้วยโซลูชั่น IaaS ที่มีความสามารถในการปรับขยายอย่างสูง ประยุกต์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของไฮบริดคลาวด์แบบเปิดขององค์กร

จากผลสำรวจผู้ใช้งานของ OpenStack Foundation User Survey1 พบว่าเทคโนโลยี OpenStack ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก ผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงการนำเอาเทคโนโลยี OpenStack มาใช้ที่เพิ่มมากขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน และพบว่า 74% เป็นการใช้งานนอกประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงการใช้งานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การปรับขยายโครงสร้าง และฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องมาจากความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการขับเคลื่อนนวัตกรรม และหลีกเลี่ยงการผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง

เร้ดแฮท เป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีระบบเปิดที่ปลอดภัยกว่า และทำให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ง่ายขึ้น โดยจัดเตรียมโซลูชั่นต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นรากฐานการใช้งานคลาวด์ที่ทันสมัย ยืดหยุ่นและปรับขยายโครงสร้างได้ Red Hat OpenStack Platform สร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับโครงสร้างพื้นฐานไพรเวทคลาวด์ หรือพับลิคคลาวด์ที่ตั้งอยู่บนโครงสร้างหลักระดับองค์กรคือ Red Hat Enterprise Linux

Red Hat OpenStack Platform ซึ่งทำงานด้วย OpenStack community code ได้รับการทดสอบ รับรอง และสนับสนุน โดย OpenStack ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคล่องตัวในการปรับขยายการทำงาน และตอบโจทย์ลูกค้าโดยไม่เป็นรองในเรื่องของความพร้อมในการใช้งาน ประสิทธิภาพ หรือความปลอดภัยที่เป็นเงื่อนไขทางด้านไอที

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นรายชื่อองค์กรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคที่ไว้วางใจและเลือกใช้ Red Hat OpenStack Platform ในการยกระดับพับลิคคลาวด์ และไฮบริดคลาวด์เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน

  • บริษัท แคปปิตอลออนไลน์ดาต้าเซอร์วิส จำกัด : CapitalOnline Data Service Co., Ltd. (จีน)
  • บริษัท คาร์โก้สมาร์ท จำกัด: CargoSmart Limited (ฮ่องกง)
  • สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค: Cathay Pacific Airways (ฮ่องกง)
  • อินชัวร์รันออสเตรเลียกรุ๊ป: Insurance Australia Group (ออสเตรเลีย)
  • บริษัท ล็อตเต้ดาต้าคอมมิวนิเคชั่น: Lotte Data Communication Company (จีน)
  • มายด์รีพับบลิค: MyRepublic (สิงคโปร์)
  • เอสทีทีคอนเน็คท์: STT Connect (สิงคโปร์)

บริษัท แคปปิตอลออนไลน์ดาต้าเซอร์วิส จำกัด

บริษัท แคปปิตอลออนไลน์ดาต้าเซอร์วิส จำกัด ผู้ให้บริการคลาวด์ระหว่างประเทศ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง มีความต้องการที่จะติดตั้งไพรเวทคลาวด์ด้วยเทคโนโลยี OpenStack เพื่อยกระดับความพร้อมในการให้บริการ ความยืดหยุ่น การปรับขยายโครงสร้างไปพร้อมๆ กับควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสตอเรจ ทางองค์กรเลือก Red Hat OpenStack Platform สำหรับสภาพแวดล้อมคลาวด์ที่ต้องอาศัยปัจจัยหลักต่างๆ เช่น ความสามารถทางการให้บริการ, third-party drivers, ประสิทธิภาพของระบบและความปลอดภัยที่เหนือชั้นกว่า บริษัท Capital Online ต้องการสิ่งเหล่านี้เพื่อสภาพแวดล้อมทางการผลิต ทำให้บริษัทสามารถสร้างสรรค์และขับเคลื่อนบริการได้เร็วกว่า ทั้งภายในองค์กรและสำหรับลูกค้าเอง ด้วยคลาวด์ที่ครบวงจรและทันสมัยมากขึ้นจากการใช้งาน Red Hat Ceph Storage ซึ่งเป็นโซลูชั่นแบบเปิดที่สามารถปรับขยายโครงสร้างได้อย่างมหาศาล ร่วมกับ Red Hat OpenStack Platform  ซึ่งเป็น Software Defined Network (SDN) สำหรับโอเพนซอร์ส บริษัทฯ รายงานว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้าได้มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับการใช้เอ็นเตอร์ไพรส์ซอร์ฟแวร์ที่มีลิขสิทธิ์

บริษัท คาร์โก้สมาร์ท จำกัด

บริษัท คาร์โก้สมาร์ท จำกัด มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นทางด้านซอร์ฟแวร์เกี่ยวกับการจัดการระบบขนส่งสินค้าทั่วโลก โดยช่วยเหลือบริษัทนำเข้า-ส่งออก และท่าขนส่งสินค้า ด้วยการพัฒนาความน่าเชื่อถือทางด้านการจัดส่ง ลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างคล่องตัว เนื่องด้วยความต้องการทางด้านการขนส่งข้อมูลผ่านทางเครือข่ายของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ จึงได้ริเริ่มโครงการ Network Optimization Engine (NOE) ซึ่งเป็นรูปแบบบริการ Infrastructure as a Service (IaaS) ที่ช่วยเพิ่มรายได้จากการจองการขนส่งสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ ในขณะเดียวกันยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้อีกด้วย คาร์โก้สมาร์ท ได้ขยายการใช้งาน Red Hat CloudForms พร้อมนำ Red Hat OpenStack Platform มาใช้งาน เพื่อสร้างระบบไอทีที่มั่นคงแข็งแรงเพื่อรองรับ Network Optimization Engine (NOE) ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยจัดการระบบเวอร์ชวลแมชชีน (VM) และเอื้อให้องค์กรใช้ประโยชน์จากความสามารถในการบริการตนเองได้ ภายใต้สภาพแวดล้อมของเร้ดแฮท บริษัทฯ รายงานว่าสามารถสร้างระบบ VM รวมถึงระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชั่นได้ภายในเวลาเพียง 27 นาที

คาร์โก้สมาร์ท ยังระบุอีกว่าสามารถขยายและจัดเก็บหน่วยประมวลผลกลางของคอมพิวเตอร์ (CPU) โดยใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น ส่วนการเตรียมการเฉพาะระบบ VM นั้น สามารถลดลงเหลือเพียง 20 นาทีจาก 8 ชั่วโมง

สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค

คาเธ่ย์แปซิฟิค เป็นสายการบินระหว่างประเทศที่จดทะเบียนและมีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกง ให้บริการผู้โดยสารและบริการขนส่ง 199 เส้นทางสู่ 49 ประเทศและดินแดนต่างๆ

สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญโดยใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจรูปแบบดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อน พร้อมเปลี่ยนแปลงด้วยโซลูชั่นคลาวด์แบบครอบคลุมที่มีความมั่นคง ผ่านทางการสร้างมาตรฐาน การจัดการที่เป็นศูนย์กลางและความสามารถในการนำแอปพลิเคชั่นมาใช้งาน รวมถึงการเพิ่มความรวดเร็วในการทำตลาดที่สามารถรองรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในภาพรวม คาเธ่ย์แปซิฟิคสามารถพัฒนาแพลตฟอร์มไฮบริดคลาวด์ได้ด้วยการนำเทคโนโลยีและบริการของเร้ดแฮทมาใช้งานให้สัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็น Red Hat OpenShift Container Platform, Red Hat JBoss Enterprise Application Platform, Red Hat CloudForms, Red Hat Ansible Tower, Red Hat Enterprise Linux, Red Hat OpenStack Platform และ Red Hat Satellite สายการบินได้ทำการติดตั้ง Red Hat OpenShift Container Platform บน Red Hat OpenStack เพื่อปรับขยายชั้นโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการปรับขยายที่มากขึ้นและนำแอปพลิเคชั่นไปใช้โดยอัตโนมัติ

บริษัท ล็อตเต้ดาต้าคอมมิวนิเคชั่น

บริษัท ล้อตเต้ดาต้าคอมมิวนิเคชั่น (LDCC) เป็นบริษัทในเครือของล็อตเต้กรุ๊ป (Lotte Group) ผู้ให้บริการด้านไอที มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโซล เตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตด้วยการสร้างแพลตฟอร์มคลาวด์เพื่อขยายธุรกิจของตัวเอง ควบรวมทรัพยากรทางไอทีและเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น LDCC เลือกที่จะนำ Red Hat OpenStack Platform และ Red Hat Ceph Storage มาใช้งานร่วมกัน จึงสามารถสร้างสภาพแวดล้อมระบบประมวลผลไพรเวทและพับลิคคลาวด์ได้ ซึ่งสามารถลดต้นทุนรวมในระยะเวลา 5 ปี และยังเพิ่มความคล่องตัวและความมั่นคงได้ในเวลาเดียวกัน เทคโนโลยี OpenStack รูปแบบใหม่ ยังเปิดโอกาสให้องค์กรได้เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์ภายนอก สิ่งที่เพิ่มขึ้นจากบริการเหล่านี้ช่วยให้ LDCC ขยายขอบเขตข้อเสนอทางการค้าและความยืดหยุ่นทางการตลาดกับบริษัทระดับโลกอื่นๆ ได้

มายด์รีพับบลิคกรุ๊ป จำกัด

มายด์รีพับบลิคกรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ ได้นำ Red Hat OpenStack Platform, Red Hat Ceph Storage และ Red Hat CloudForms มาใช้งานเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบไฮบริดคลาวด์แบบเปิดเป็นครั้งแรก แพลตฟอร์มคลาวด์ที่ปรับขยายได้ จะสามารถแทนที่โครงสร้างพื้นฐานทางไอทีแบบดั้งเดิมที่แยกส่วนกัน สร้างความพร้อมในการใช้งาน มีความคล่องตัวมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายทางด้านฮาร์ดแวร์ได้อย่างมาก

โครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ ทำให้มายด์รีพับบลิคกรุ๊ป สามารถปรับขยายและเพิ่มทรัพยากรเพื่อรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความพร้อมในระบบสูงขึ้นและลดลาเทนซี่ลงได้ ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างพื้นฐานของมายด์รีพับบลิคกรุ๊ปยังมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ด้วยการลดระยะเวลาที่ระบบขัดข้องหรือหยุดชะงัก และสร้างประโยชน์ให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

เอสทีทีคอนเน็คท์

เอสทีทีคอนเน็คท์ เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเอสทีเทเลมีเดีย (ST Telemedia) ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแพลตฟอร์มไพรเวทคลาวด์ให้แก่องค์กรและภาครัฐ ประกอบไปด้วยการประมวลผล สตอเรจ และเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงบริการที่เป็นมืออาชีพ การเลือกใช้ Red Hat OpenStack Platform, Red Hat Ceph Storage และ Red Hat Ansible Tower ช่วยให้เอสทีทีคอนเน็คท์สามารถเพิ่มลูกค้ารายใหม่ๆ ทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและย่นระยะเวลาในการทำตลาดได้ เอสทีทีคอนเน็คท์ รายงานว่าเมื่อย้ายมาใช้เทคโนโลยีของเร้ดแฮท ต้นทุนรวมลดลงถึง 15% และประสบความสำเร็จในการลดพื้นที่ที่ใช้สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ลง ได้ถึง 50% ทั้งยังได้รับประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น มีระบบจัดสรรทรัพยากรส่วนเกิน (over-provisioning) ที่มีราคาดีกว่า ช่วยสร้างประโยชน์ทางด้านการลงทุนที่ดีที่สุด ล่าสุดเอสทีทีคอนเน็คท์ได้รับการรับรองมาตรฐาน MTCS SS 584 (The Multi-Tiered Cloud Computing Security SS 584) ในระดับ 3 จากประเทศสิงคโปร์

คำกล่าวของผู้บริหาร

แฟรงค์ เฟลด์แมน, หัวหน้าสำนักงานเทคโนโลยีภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค, เร้ดแฮท

การที่องค์กรทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคเปลี่ยนมาใช้ระบบคลาวด์ ทำให้แผนกไอทีขององค์กรมีความคล่องตัวในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและปรับขยายโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอทีมากขึ้น

Red Hat OpenStack Platform ที่ทำงานร่วมกับ Red Hat Enterprise Linux และเทคโนโลยี Red Hat OpenStack ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบรากฐานที่มีความสามารถในการปรับขยายและมีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อสร้างและจัดการพับลิคคลาวด์และไพรเวทคลาวด์ การเลือกใช้โซลูชั่นที่มาจาก Red Hat OpenStack Platform ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมโอเพนซอร์สได้เร็วขึ้น และยังสามารถรักษาแพลตฟอร์มทางด้านการผลิตให้สมดุลได้อีกด้วย”

คิม ยุนซู ผู้จัดการด้านบริการคลาวด์ บริษัทล็อตเต้คอมมิวนิเคชั่น

“เราเลือกใช้คลาวด์เพื่อสร้างมาตรฐานและควบรวมระบบที่เป็นไซโลต่างๆ ในกลุ่มของเรา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น เทคโนโลยี OpenStack ได้รับการยกย่องให้เป็นมาตรฐานชั้นนำในตลาดคลาวด์ เราจึงเลือกใช้แพลตฟอร์ม OpenStack กับบริการคลาวด์ภายนอก เราเชื่อว่าเทคโนโลยี OpenStack จะสามารถทำงานได้ดีที่สุดบนสภาพแวดล้อมของลีนุกซ์ และเร้ดแฮทเป็นอันดับต้นๆ ที่เราเลือก เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือ Red Hat OpenStack Platform มีประสิทธิภาพที่ช่วยให้เราขยายโมเดลธุรกิจไปได้อย่างต่อเนื่อง และเราสามารถจัดเตรียมบริการพับลิคคลาวด์หลังจากที่ได้ทดลองบนสภาพแวดล้อมจำลองที่เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด

อิริค วอง ผู้จัดการทั่วไป คาร์โก้สมาร์ท จำกัด

“เรามอบโซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่สนับสนุนองค์กร เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชั่นของพวกเขาเองได้  เทคโนโลยีของเร้ดแฮทสามารถควบรวมกับซอร์ฟแวร์โอเพนซอร์สอื่นๆ ได้อย่างยืดหยุ่น และได้รับการรับรองจากนักพัฒนาและตัวแทนจำหน่ายมากมาย โซลูชั่นของเร้ดแฮททำให้เราค่อยๆ พัฒนาไปเป็นผู้ให้บริการและผู้นำเสนอโซลูชั่น IaaS และ SaaS ให้แก่ลูกค้าของเราได้ ความยืดหยุ่นของทางผู้จำหน่ายได้เพิ่มมูลค่าให้แก่กลยุทธ์หลักทางธุรกิจของเราและนำไปสู่การพัฒนาในอนาคตที่ทำให้เราเป็นผู้จำหน่ายซอร์ฟแวร์อิสระได้”

เจิง อี้ รองประธานกรรมการ บริษัท แคปปิตอลออนไลน์ดาต้าเซอร์วิส จำกัด

“มีเหตุผลหลายอย่างที่เราติดตั้ง OpenStack ไพรเวทคลาวด์ เราต้องการสภาพแวดล้อมคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นสูง ที่ช่วยให้เราสามารถใช้งานทรัพยากรฮาร์ดแวร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานและลดค่าใช้จ่าย เรายังต้องการ Software-Defined Networking (SDN) สำหรับบริการคลาวด์อีกด้วย

เร้ดแฮทเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำโซลูชั่นโอเพนซอร์สระดับโลก เราเลือกที่จะทำงานกับเร้ดแฮทเนื่องจากเราเชื่อว่าพวกเขาจะให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคที่ตอบโจทย์เราได้ดีที่สุด”

เคอร์รี่ เพียร์ส ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและการปฏิบัติการ สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค“สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิคมุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและประสิทธิภาพการดำเนินการ ในฐานะสายการบิน เราแข็งแกร่งในระบบคลาวด์ เราต้องการสภาพแวดล้อมที่มีทั้งโซลูชั่นที่เป็นเวอร์ชวลไพรเวทหรือพับลิคคลาวด์ ที่ทำงานร่วมกับโซลูชั่นและโครงสร้างพื้นฐานที่ติดตั้งอยู่ในองค์กร (on-premise) เพื่อนำพาเราสู่การใช้งานไฮบริดคลาวด์ เราประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับเร้ดแฮทในการนำเสนอโซลูชั่นไฮบริดคลาวด์แบบครบวงจรด้วยการใช้เทคโนโลยี เช่น Red Hat OpenShift Container Platform, Red Hat CloudForms และ Red Hat OpenStack Platform ไฮบริดคลาวด์รูปแบบใหม่ที่ครบวงจรช่วยสร้างความคล่องตัวให้กับเรา ทั้งยังลดค่าใช้จ่ายและพื้นที่โครงสร้างพื้นฐาน ช่วยปรับปรุงการวางแผนความสามารถและมาตรฐานในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

ยูจีน ยีว ผู้บริหารกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง มายด์รีพับบลิคกรุ๊ป จำกัด

“การที่เราขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เราพบว่ามีความท้าทายเพิ่มขึ้นหากเราเลือกที่จะสร้างนวัตกรรมและสร้างการเติบโตโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมที่เรามีอยู่ เรามีทางเลือกระหว่างโซลูชั่นที่มีลิขสิทธิ์และไพรเวทคลาวด์ที่เป็นแบบโอเพนซอร์ส รวมถึงผู้จำหน่ายที่นำเสนอโซลูชั่นโอเพนซอร์สที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ เราเลือกโซลูชั่น Red Hat OpenStack ที่มีพื้นฐานจาก Red Hat Enterprise Linux และใช้ซอร์ฟแวร์การจัดการอย่าง Red Hat CloudForms และ Red Hat Ceph Storage จากนี้เราจึงสามารถปรับขยายและเพิ่มทรัพยากรเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาการโปรโมทในระยะสั้นๆ ระหว่างจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”

เดวิด โรบินสัน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ เอสทีทีคอนเน็คท์

“เพื่อเป็นการนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์แบบเปิดระดับองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยมาตรฐานการให้บริการที่ล้ำสมัย เราเลือกที่จะเป็นพันธมิตรกับเร้ดแฮท และนำ Red Hat OpenStack Platform, Red Hat Ceph Storage และ Red Hat Ansible Tower มาใช้งาน

ในฐานะที่เร้ดแฮทเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ที่ได้รับการรับรอง ทั้งลูกค้าและพันธมิตรของเราจึงมั่นใจว่าแพลตฟอร์มที่กำลังใช้งานขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบบครบวงจรที่ทันสมัยและมาพร้อมข้อเสนอที่ยืดหยุ่น ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างคลาวด์ที่น่าเชื่อถือในราคาที่จับต้องได้”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อกับเร้ดแฮท

  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเร้ดแฮท Red Hat
  • ข่าวสารของเร้ดแฮท Red Hat newsroom
  • บล็อกของเร้ดแฮท Red Hat blog
  • ติดตามเร้ดแฮททางทวิตเตอร์ Red Hat on Twitter
  • ติดตามเร้ดแฮททางเฟซบุ๊ค Red Hat on Facebook
  • ชมวิดีโอของเร้ดแฮททาง YouTube Red Hat videos on YouTube
  • ติดตามเร้ดแฮททาง Google+ Red Hat on Google+
  • ติดตามเร้ดแฮททาง LinkedIn

###

เกี่ยวกับเรดแฮท อิงค์

เรดแฮทคือผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โซลูชั่นโอเพ่นซอร์สชั้นนำของโลก ที่ใช้วิธีการขับเคลื่อนจากชุมชน เพื่อ

นำเสนอเทคโนโลยีคลาวด์ ลินุกซ์ มิดเดิลแวร์ สตอเรจ และเวอร์ชวลไลเซชั่นที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสูง และให้บริการการสนับสนุน การฝึกอบรม และให้คำปรึกษาที่ได้รับการยอมรับ เรดแฮทเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ

ของเครือข่ายทั่วโลกให้กับผู้ประกอบการ พันธมิตร และชุมชนโอเพ่นซอร์ส เรดแฮทจึงสามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการ และเป็นระบบเปิดใช้งานได้อย่างอิสระเพื่อสร้างการเติบโตและเป็นการเตรียมลูกค้า ให้พร้อมตอบรับกับไอทีในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.redhat.com


About TechTalkThai PR 2

Check Also

Stars Microelectronics พลิกกลับมากำไรด้วยกลยุทธ์การบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด กับการใช้ SAP จาก NTT DATA Business Solutions Thailand เพื่อวางรากฐานด้านการเงินอย่างมั่นคง

โจทย์สำคัญของธุรกิจโรงงานและการผลิตในไทยและทั่วโลกนั้นโดยมากมักจะหนีไม่พ้นเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุน ที่หากทำได้อย่างประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะสามารถพลิกสถานะของธุรกิจและสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นได้อย่างทันที ซึ่ง Stars Microelectronics นั้นก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจโรงงานอุปกรณ์และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่สามารถพลิกธุรกิจให้กลับมามีกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุน

[Press Release] ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าร่วมกับ ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ เพื่อขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล

ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) จะผลิตพลังงานของตนเอง และจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจยุคดิจิทัล และนำพลังงานหมุนเวียนมาสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย