สคส. ปักธง “องค์กรต้นแบบสิทธิมนุษยชน” ยกระดับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล–รับมือภัยไซเบอร์ [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ “วาระสิทธิมนุษยชนดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน “แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน สคส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ที่มุ่งวางรากฐานให้องค์กรก้าวสู่ “องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน” ของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากเทคโนโลยี AI อาชญากรรมไซเบอร์ การละเมิดข้อมูล และความเสี่ยงด้านสิทธิในยุคดิจิทัล

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ปัจจุบัน “ข้อมูลส่วนบุคคล” ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินทางดิจิทัล แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเข้มข้น

สคส. เชื่อว่าการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพราะเมื่อข้อมูลรั่วไหล ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือถูกใช้เพื่อเลือกปฏิบัติ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ

แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนของ สคส. ปี 2569 ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รวมถึงแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) และหลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล

ทั้งนี้ สคส. จะขับเคลื่อนแผนดังกล่าวผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ “มิติยกระดับองค์กร” ที่มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรเคารพสิทธิมนุษยชน ผ่านการอบรมบุคลากรและกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภายในองค์กร

“มิติคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง” ที่มุ่งพัฒนาสื่อความรู้และช่องทางร้องเรียนที่ทุกคนเข้าถึงได้ตามหลัก Universal Design เช่น สื่อ Easy Read ภาษามือ และระบบอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้อย่างเท่าเทียม

และ “มิติเฝ้าระวังเชิงรุก” ที่เน้นการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงผลกระทบจากการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลที่อาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ การเฝ้าระวังประชาชน หรือการละเมิดสิทธิเสรีภาพ

พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวอีกว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญของปี 2569 คือ การจัดทำ “แนวปฏิบัติด้าน AI และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อป้องกันการใช้ AI ในลักษณะที่ละเมิดสิทธิประชาชน หรือสร้างอคติในการประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data)

“AI จะต้องเติบโตควบคู่กับธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน เทคโนโลยีไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกปฏิบัติ ละเมิดความเป็นส่วนตัว หรือสร้างผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง สคส. จึงต้องวางกรอบกำกับดูแลที่สมดุลระหว่างนวัตกรรมกับสิทธิของประชาชน” เลขาฯ สคส. กล่าว

นอกจากนี้ สคส. ยังเตรียมผลักดัน “PDPA Center” หรือศูนย์บริการประชาชนด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเพิ่มช่องทางรับเรื่องร้องเรียน ให้คำปรึกษา และอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่เข้าถึงกระบวนการทางกฎหมายได้ยาก ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิในยุคดิจิทัล

สำหรับตัวชี้วัดสำคัญของแผนปี 2569 สคส. ตั้งเป้าหมายให้บุคลากรขององค์กรเข้ารับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 พัฒนาสื่อความรู้สำหรับกลุ่มเปราะบางไม่น้อยกว่า 4 รูปแบบ และจัดให้มีช่องทางร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาที่เข้าถึงได้สำหรับกลุ่มเปราะบางไม่น้อยกว่า 5 ช่องทาง

พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงเรื่อง “Compliance” หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่คือ “ความเชื่อมั่น” ของประชาชนต่อรัฐและระบบดิจิทัลของประเทศ หากประเทศไทยต้องการเดินหน้าสู่รัฐบาลดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล และ AI Economy อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องมั่นใจว่า ข้อมูลของตนจะได้รับการคุ้มครองอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ

 

About Suphasin Sueklab

Check Also

ถึงเวลาเปลี่ยน Data Archive ให้กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับ AI และ Analytics ด้วย Active Data Archiving Platform [Guest Post]

Future of Enterprise Data Platform อนาคตแพลตฟอร์มด้านข้อมูลในยุค AI EP.4

เชิญร่วมงานสัมมนา Securing Production Line: Fortinet AI-Powered OT Security for Thai Manufacturing | 20 ส.ค. @ Anantara Siam Bangkok Hotel

Netmarks (Thailand) ร่วมกับ Fortinet และ SIS ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT/OT และ Cybersecurity เข้าร่วมงานสัมมนา “Securing Production Line: Fortinet …