CEO แห่ง NVIDIA ชี้อนาคต ทุกอย่างต้องเร่งให้เร็วขึ้นและต้องลดการใช้พลังงาน 90% 

จากการไปร่วมงาน COMPUTEX 2024 ที่กรุงไทเป ไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานได้มีโอกาสเข้าร่วมเซสชันและได้รับโอกาสถาม 1 คำถามกับทาง CEO แห่ง NVIDIA คุณ Jensen Huang ที่ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าโลกแห่งการประมวลผลในอนาคตน่าจะวิวัฒนาการไปเร็วกว่าที่ผ่านมาอีก ในขณะที่ปัญหาสภาพภูมิอากาศอาจจะดีขึ้นถ้าหากลดการใช้พลังงานได้ 90% จริง ๆ

โดยภายในเซสชัน Q&A กับ NVIDIA กว่า 2 ชั่วโมง คุณ Jensen Huang ได้ตอบคำถามให้กับทางสื่อมวลชนทั่วโลกมากมายทั้งเรื่องเทคโนโลยี มุมมอง กลยุทธ์ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งทีมงานได้รับโอกาสถามคุณ Jensen Huang เป็นจำนวน 1 คำถาม

นี่คือคำถามที่ถามคุณ Jensen Huang โดยทีมงาน TechTalkThai & ADPT.news

“NVIDIA มีแผนที่จะจัดการกับความกังวลในเรื่องผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่กำลังส่งผลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ รวมไปถึงการใช้พลังงานในการ Train และ Inference โมเดล AI อย่างไร ขอบคุณมากครับ” 

และคำตอบของ CEO แห่ง NVIDIA จากคำถามดังกล่าว เป็นดังนี้

“สิ่งแรกที่เราต้องทำ และจำเป็นจะต้องทำในทุก ๆ Data Center และทุก ๆ บริษัท นั่นคือคุณจะต้องเร่งความเร็วในทุก ๆ แอปพลิเคชัน ลดการใช้พลังงานให้ได้ 90%” คุณ Jensen Huang กล่าว “[ต้องเร่ง] การประมวลผลข้อมูล 90% การ Inference 90% การทำ Speech Recognition 90% การทำ Image Recognition 90% ทุกสิ่งอย่างต้องทำให้เร็วขึ้น ซึ่งมันจึงไม่สมเหตุสมผลว่าทำไมยังคงใช้ General Purpose Computing อยู่ในทุกวันนี้”

สิ่งที่คุณ Jensen Huang ชี้คือการใช้หน่วยประมวลผลที่เป็นลักษณะดั้งเดิม ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อประมวลผล AI หรืองานเฉพาะทางโดยเฉพาะนั้น คือสิ่งที่ทำให้การใช้พลังงานสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ซึ่งคุณ Jensen ยังเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ในโรงรถ ว่าไม่ได้มีแค่เครื่องเดียวแล้วทำได้ทุกอย่าง หรือในไอทีก็ไม่ได้มีแค่เครื่องมือเดียวที่จะทำทุกสิ่ง ดังนั้น CPU ก็เช่นเดียวกัน

“โลกเปลี่ยนไปแล้ว การขยาย [ขีดความสามารถ] ของ CPU ก็หยุดไปนานแล้ว ดังนั้น ถ้าหากบางสิ่งหยุดไปกว่า 10 ปี แล้วการประมวลผลข้อมูลยังคงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อะไรจะเกิดขึ้น ?”  คุณ Jensen Huang กล่าวเสริม “ค่าใช้จ่ายจะแพงขึ้นมาก (Cost Inflation) และที่สำคัญที่สุดคือ พลังงานจะใช้เยอะขึ้นมาก (Power Inflation) ด้วย”

จากคำตอบของคุณ Jensen Huang จึงทำให้เห็นว่า NVIDIA กำลังทำอะไรอยู่ และอนาคตโลกของการประมวลผลกำลังจะยิ่งร้อนแรงขึ้น ในขณะที่เรื่องของสภาพภูมิอากาศอาจจะมีโอกาสดีขึ้นได้ ถ้าหากว่าสามารถลดการใช้พลังงานลงไปได้อย่างมหาศาล ซึ่งยังไม่ได้นับรวมพลังงานสะอาดที่อาจจะมีการใช้งานในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ซึ่งสรุปแล้วมี 2 ประเด็นหลัก ๆ ที่อาจเป็นข้อคิดสำหรับคนทำงานได้ไม่มากก็น้อย ได้แก่

1. ต้องเร่งความเร็วในทุก ๆ สิ่ง (Accelerate Everything)

ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชันที่จะต้องเร่งความเร็วในการประมวลผลให้มากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น แต่เรื่องของข้อมูล เน็ตเวิร์ก การประมวลผลที่ต้องมีการเร่งความเร็วให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในมุมของความเร็วในการประมวลผล ก็ยังมีเรื่องการใช้พลังงานที่ต้องลดน้อยลงไปอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย ซึ่งตรงจุดนี้อาจคิดต่อยอดที่คนทำงานจะต้องเร่งเพิ่มพูนองค์ความรู้ เสริมความสามารถให้เร็วยิ่งขึ้นด้วย

“บอกทุกคน ว่าสิ่งนี้ ‘จำเป็น’ จริง ๆ 100% และมันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างสมบูรณ์ เพียงแค่ทำเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อยจากงานจำนวนมหาศาลที่เราทำไปเสร็จแล้ว ดังนั้นแต่ต้องทำมันเท่านั้นเอง” คุณ Jensen กล่าว 

2. หยุดการใช้ General Purpose Computing

สิ่งนี้คือหนึ่งในกุญแจที่จะทำให้โลกของการประมวลผลนั้นเร็วขึ้นได้ เพราะถ้าหากเลือกใช้หน่วยประมวลผลที่ไม่เหมาะสมกับงานที่ต้องการทำ ก็อาจจะทำให้เกิดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ รวมทั้งยังทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาช้ากว่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย

“ใช้มันเฉพาะที่ต้องใช้เท่านั้น” คุณ Jensen กล่าว “ทุก ๆ แอปพลิเคชันจะต้องถูกทำให้เร็วขึ้น ทุก ๆ Data Center จะต้องถูกเร่งให้เร็วขึ้นหมด”

เรียกได้ว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งของทีมงาน TechTalkThai & ADPT.news ที่ได้เข้าร่วมเซสชัน Q&A ของ NVIDIA และได้มีโอกาสถามคุณ Jensen Huang โดยตรง ซึ่งจากคำตอบที่ได้รับ น่าจะทำให้เห็นวิสัยทัศน์ของ CEO แห่ง NVIDIA และสิ่งที่ NVIDIA กำลังจะทำต่อไปในอนาคต และอาจจะนำไปเป็นแนวคิดในการสร้างสรรค์แอปพลิเคชันหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับงานที่กำลังทำอยู่ได้ ไม่มากก็น้อย

สุดท้ายนี้ ถ้าหากคุณมีโอกาสถาม CEO แห่ง NVIDIA คุณ Jensen Huang สักหนึ่งคำถาม คุณคิดว่าคุณจะถามอะไร ?

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ