NSA ออกเอกสารแนะนำการใช้เครือข่ายไร้สายสาธารณะอย่างมั่นคงปลอดภัย

NSA ได้ออกเอกสารหวังช่วยลดความเสี่ยงให้แก่หน่วยงานของภาครัฐสหรัฐฯ เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในวิธีการใช้งานเครือข่ายไร้สายในสาธารณะ เช่น Wi-Fi, Bluetooth และ NFC

Credit: ShutterStock.com

อันที่จริงแล้วใช้งาน Wi-Fi แบบสาธารณะนั้นเป็นเรื่องที่ NSA ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็เชื่อว่าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ไม่ทั้งหมด จึงแนะนำวิธีการพื้นฐานที่สุดคือเปิดใช้ VPN เพื่อเข้ารหัสข้อมูล รวมถึงจำกัดการใช้งานให้น้อยที่สุดที่จำเป็น

Bluetooth เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ในที่สาธารณะ แม้จะมีระยะไม่ไกลนัก แต่ในโลกแห่งความจริงมีเทคนิคต่างๆที่คนร้ายสามารถใช้โจมตีเพื่อลอบส่ง เก็บ และแทรกแซงข้อมูลได้

NFC มีประโยชน์สำหรับการจ่ายเงินแบบไร้การการสัมผัส หรือเปิดเพื่อถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่อง เช่นกันแม้ระยะจะน้อยมากก็ตาม แต่ทาง NSA ก็แนะนำให้ปิดหากไม่จำเป็นต้องใช้ โดยภาพรวมแล้ว NSA แนะวิธีการป้องกันตัวหลายข้อในภาพรวมดังนี้

  • อัปเดตซอฟต์แวร์และ OS ให้ล่าสุดอยู่เสมอ
  • ใช้งานแอปพลิเคชันที่มั่นคงปลอดภัย
  • ใช้งาน Multi-factor Authentication
  • รีบูตอุปกรณ์หลังเลิกใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ 
  • เปิดใช้งาน Firewall ในเครื่องคอมพิวเตอร์
  • ตั้งค่า Web-Proxy Autodiscovery Protocol (WPAD) สำหรับ Proxy องค์กร
  • ปิดการใช้ Local Multicast Name Resolution (LLMNR) และ Netbios Name Service (NBT-NS) หากสามารถทำได้
  • หากเลี่ยงไม่ได้ ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi Hotspot สาธารณะจริงๆ เลือกที่ปลอดภัยเท่านั้นอย่างน้อยต้องเข้ารหัส WPA-2 และหลังจากใช้เสร็จแล้วลบเครือข่ายออกไป
  • ในมุมของ Bluetooth คอยติดตามการเชื่อมต่ออยู่เสมอ ปิดเมื่อไม่ใช้ อนุญาตเฉพาะแอปที่จำเป็นเท่านั้น
  • ปิดหรือจำกัดฟีเจอร์พิกัดของอุปกรณ์ ใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่ง เลือกใช้อุปกรณ์เสริมที่เชื่อถือได้ เหล่านี้คือพื้นฐานที่ผู้ต้องปฏิบัติอยู่แล้ว

ในเอกสารแนะนำฉบับนี้ยังมีเรื่อง Best Practice และชี้ให้เห็นถึงเทคนิคการโจมตีการเชื่อมต่อในรูปแบบต่างๆและวิธีการป้องกัน ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://media.defense.gov/2021/Jul/29/2002815141/-1/-1/0/CSI_SECURING_WIRELESS_DEVICES_IN_PUBLIC.PDF

ไม่นานมานี้มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีการรบกวนหรือขัดขวางการฝังตัวของแฮ็กเกอร์ในมือถือว่า ให้พยายามปิดเปิดมือถือบ่อยๆ เช่น อาทิตย์ละครั้ง หรือวันละครั้ง เนื่องจากว่าปัจจุบันการป้องกันของ Google และ Apple ยกระดับมากขึ้นใน OS ซึ่งปกติแฮ็กเกอร์จะหาวิธีติดตั้งฝังตัวเองในระดับ Root แต่เมื่อยากขึ้นแฮ็กเกอร์จึงอาจใช้การทำ in-memory payload ที่ตรวจสอบได้ยากด้วย แต่ก็ไม่สามารถอยู่รอดจากการรีบูตเครื่อง

อย่างไรก็ดีจะบอกว่าเป็นเพียงการก่อกวนก็ได้ เพราะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็กล่าวว่า วิธีการนี้อาจไม่มีประโยชน์เพราะอันที่จริงแฮ็กเกอร์อาจไม่ต้องการอยู่นาน ขอแค่ลอบขโมยข้อมูลทั้งหมดออกไปได้ในครั้งเดียวเหยื่อก็เกมอยู่ดี แต่ก็คงดีกว่าหากป้องกันตัวเองบ้างถ้าไม่หนักหนาจนเกินไป

ที่มา : https://www.securityweek.com/nsa-shares-guidance-government-employees-securing-wireless-devices-public และ https://www.securitymagazine.com/articles/95777-nsa-issues-guidance-on-securing-wireless-devices-in-public-settings และ https://www.securityweek.com/turn-turn-simple-step-can-thwart-top-phone-hackers

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

OpenCode Console ถูกเจาะระบบ อาจทำให้ API Key ของ OpenAI, Anthropic และ Google รั่วไหล

OpenCode เปิดเผยว่าผู้บุกรุกสามารถเข้าถึงระบบ legacy ของบริษัทได้ในคืนวันที่ 16 ตุลาคม ส่งผลให้ API Key ของผู้ให้บริการ AI ภายนอกที่ผู้ใช้งานบันทึกไว้ใน OpenCode Console อาจรั่วไหล …

Menlo Security Webinar: “Beyond Detection Part 2 ก้าวข้ามการตรวจจับ สู่การป้องกันไฟล์ด้วย CDR รับมือภัยคุกคามยุค AI” [12 พ.ย. | 14:00 น.]

Menlo Security ร่วมกับ 3T Sky ขอเชิญผู้บริหารไอที, CISO และผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “Beyond Detection Part 2: When …