สร้างมิติใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจาก Dell EMC PowerStore

Dell EMC PowerStore ถูกพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานเทคโนโลยีล่าสุด มีการดึงข้อดี และใช้ประโยชน์จากจุดเด่นและจุดแข็งของผลิตภัณฑ์การจัดเก็บข้อมูลจากหลากหลายรุ่นที่เดลล์มีอยู่รวมเข้าไว้ด้วยกัน

ความสามารถในด้าน Data-centric, Intelligent and Adaptable ของ Dell EMC PowerStore นี้ ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมส์ที่สมบูรณ์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างสรรค์ แข่งขัน และปรับเปลี่ยน บนโลกที่กำลังเปลี่ยนไปในแบบคาดเดาได้ยากและรวดเร็ว

ผนวกกับประสิทธิภาพของเทคโนโลยี NVMe, ความสามารถในการขยายทั้งในส่วนของ performance และ capacity (scale-up/scale-out), การลดข้อมูลแบบอัจฉริยะ (intelligence data reduction) และเสริมด้วยความคุ้มค่าในการลงทุนด้วยโปรแกรม Anytime Upgrade รวมถึงการเพิ่มความสามารถใหม่ซึ่งไม่เหมือนใคร ที่เรียกว่า AppsON  ทำให้ Dell EMC PowerStore เป็นสตอเรจอาร์เรย์เพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมที่มีไฮเปอร์ไวเซอร์ VMware (vSphere) ในตัว สามารถรัน application VMs ได้โดยตรงบนสตอเรจอาร์เรย์ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน นับเป็นการเปิดโลกเทคโนโลยียุคใหม่ในวงการไอที

Dell EMC PowerStore เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เข้ามาปฏิวัติวงการ ทั้งความสามารถเชิงอัตโนมัติ และการทำงานที่สอดรับกับ next generation application ต่างๆ  ดังจะเห็นได้จากบทวิจารณ์เชิงบวกผ่านทางบล็อกชั้นนำอย่าง เช่น Storage Review , TechTarget

Dell EMC PowerStore ได้รับรางวัลที่เป็นเครื่องการันตีถึงสองรางวัลคือ Product of the Year จากทาง CRN ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ด้านเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับทั้งจากคู่ค้าและลูกค้าทั่วโลก การมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณจากหลากหลายอุตสาหกรรม ในรูปแบบของโซลูชั่นต่างๆ และกระจายอยู่ในมากกว่า 60 ประเทศ นั่นแสดงให้เห็นถึงความเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับเป็นที่แพร่หลาย

ในวันนี้เราจะกล่าวถึง PowerStore2.0 OS และ PowerStore500T ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะในด้านการจัดข้อมูลที่ล้ำหน้า และความคุ้มทุน ซึ่งเรากำลังจะพูดถึงกันต่อไป

ระบบปฏิบัติการของ PowerStore หรือ PowerStoreOS สำหรับลูกค้าที่ใช้อยู่แล้วสามารถอัพเกรดเป็น ระบบปฏิบัติการใหม่ได้แบบออนไลน์ ไม่มี down time และไม่รบกวนการทำงาน สำหรับลูกค้าใหม่ระบบปฏิบัติการใหม่จะถูกติดตั้งมาพร้อมการเริ่มต้นใช้งาน

PowerStore 500 เป็นโมเดลใหม่ ถือเป็นรุ่นเล็กสุดหรือ entry level ในตระกูล PowerStore  แต่ในเรื่อง features/functions นั้นครบถ้วน ให้บริการในราคาที่ต่ำกว่ามาก ขจัดปัญหาการลงทุนสูงในด้านอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ทำให้ Del EMC PowerStore น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดกลางและโซลูชันเอดจ์ที่หลากหลายต่างๆ

ต่อไปเราจะมาลงรายละเอียดทั้ง PowerStoreOS 2.0 และ PowerStore 500T ในเรื่องความสามารถในระดับเอ็นเตอร์ไพร์ส

อันนี้ถือเป็นความคุ้มค่าอย่างมากสำหรับลูกค้าที่มี PowerStore อยู่แล้วหรือกำลังพิจารณาซื้อ เพราะ PowerStoreOS 2.0 ทำให้ประสิทธิภาพงานอ่านเขียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับทุกรุ่นในตระกูลนี้

บนระบบปฏิบัติการใหม่นั้น IOPS ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 25% ในงานแบบ mixed read/write (อ่าน70% เขียน30%) โดยเฉพาะงานแบบเขียน ถูกปรับปรุงให้ดีมากยิ่งขึ้น ถึง 65% เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนหน้า

เพียงแค่การอัพเกรด SW ง่ายๆ ที่ไม่รบกวนการทำงานของระบบ ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้าเดิม และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าใหม่ เพราะPowerStoreOS2.0 เป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จัดส่งจากโรงงานอยู่แล้ว

การเพิ่มประสิทธิภาพครั้งนี้เป็นผลมาจากการปรับปรุงทางเทคนิคให้เหมาะสมในเรื่องของ data path และโครงสร้างโดยรวม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเดลล์ในการเพิ่มขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม PowerStore สำหรับลูกค้า

Dell EMC PowerStore เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ NVMe ทำให้ประสิทธิภาพดีกว่า Unity XT รุ่นก่อนถึง 7 เท่า จากตอนเริ่มต้น NVMe ถูกนำไปใช้เพียงแค่การส่งผ่านข้อมูลภายในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (appliance) แต่ตอนนี้สามารถผ่านเน็ตเวิร์ค หรือ NVMe-over-Fibre Channel (NVMeoF) ได้แล้ว และกำลังจะเข้ามาแทนที่โปรโตคอลมาตรฐานอย่าง SCSI

PowerStoreOS 2.0 ได้ขยายความสามารถการรองรับ NVMeoF ทำให้การส่งผ่านข้อมูลรวดเร็ว และให้ความรู้สึกในการเข้าถึงข้อมูลเหมือนอยู่บนโฮสต์โดยตรง

แล้วต้องมีอะไรบ้าง ถ้าต้องการใช้ NVMeoF บน PowerStore

แน่นอนว่าซอฟแวร์ต้องเป็น PowerStoreOS 2.0 ขึ้นไป ต้องมี 32 Gb Fibre Channel IO module บน PowerStore รวมถึง 32GB SAN Switches และ 32GB HBA FC

สำหรับลูกค้าเดิมที่มี 32GB FC SAN Switches, HBA, PowerStore และ SCSI โฮสต์อยู่แล้ว ถือเป็นโอกาสดีที่จะสามารถใช้งาน ได้ทั้งโฮสต์ NVMe สื่อสารกับ PowerStore คู่ขนานไปด้วยกันได้โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้ง PowerStore และเครือข่ายซึ่งสามารถจัดการทั้งสองโปรโตคอลได้นั่นเอง

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีแผนสำหรับ NVMeoF ทันทีหรือไม่ก็ตาม ความสามารถนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการปกป้องการลงทุนที่ PowerStore มีให้ ถือเป็นเรื่องดีสำหรับลูกค้าเอง

หากเดิมไม่มี FC32 IO module ติดตั้งอยู่ก็สามารถเพิ่มโมดูลลงใน IO slot ที่ว่างบน appliance ที่ทำคลัสเตอร์ไว้แล้ว

  • Additional NVMe network protocols will be supported in future
  • Quick setup via PowerStore Manager, CLI, or Rest API
  • Volumes with NVMe host still support all PowerStore services, such as intelligent clusters, etc.
  • NVMe-FC is supported on 32G/16G FC switches running Brocade FOS 8.1.0 or later and Cisco NX-OS 8.1(1) or later

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า Dell EMC PowerStore เป็นรายแรกและรายเดียวที่เปิดตัวสตอเรจอาร์เรย์ที่มีไฮเปอร์ไวเซอร์ VMware vSphere และรัน Application VM ได้ในตัว หรือ AppsON ที่มีพร้อมกับ PowerStore X แล้วมันดีอย่างไร (ตามนี้ครับ)

  • Low latency performance
  • Dramatic footprint consolidation and
  • Unprecedented mobility with the rest of your VMware environment

ครั้งแรกที่เปิดตัว ความสามารถนี้ถูกจำกัดไว้ที่ Appliance เดียวไม่สามารถ scale-out หรือทำคลัสเตอร์ได้ แต่ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุด ทำให้ตอนนี้ PowerStore X สามารถทำได้แล้วเช่นเดียวกับ PowerStore T

  • หมดปัญหาการต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง cluster และ AppsON
  • ทำให้ตอนนี้สามารถย้าย workload AppsON ของคุณได้อย่างอิสระภายใน Intelligence Cluster

ด้วยจำนวนโหนดที่มากขึ้นย่อมเท่ากับความจุที่มากขึ้น นอกจากนั้นแล้ว มันยังให้พลังการประมวลผลโดยรวมที่มากกว่า บวกกับความสามารถในการกระจายงานบน PowerStore X ผ่านการ scale-out โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการในลักษณะ Single stretched vVol container ที่สามารถกระจายไปยังทุกๆ สตอเรจappliance ในแบบ single storage pool สำหรับทุกโหนด ภายในคลัสเตอร์ ซึ่งทำได้เหมือนกับการทำงานในสภาพแวดล้อมของ VMware อื่นๆ ตามปกติเลย

ในเวอร์ชั่นนี้ ทำให้ AppsON สามารถใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับโซลูที่ที่หลากหลาย อย่างเช่น

  • แอปพลิเคชั่นประเภทที่เน้นการจัดเก็บข้อมูลที่ Edge อย่าง IoT เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ (healthcare analytics) มีการใช้ MongoDB และแอปพลิเคชันอื่นๆ ร่วมด้วย
  • หรือประเภท Big Data Analytics ที่ PowerStore มี integration ที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอย่าง Kubernetes ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หรือจะทำงานร่วมกันกับ VxRail HCI ทำให้การปฏิบัติงานไหลลื่น ทนต่อการปรับเปลี่ยนต่างๆในขณะปฏิบัติงานบนสภาพแวดล้อมของ VMware อันสัมพันธ์กันและสอดรับกันในแบบ end-to-end

ประโยชน์เพิ่มเติมที่สำคัญของ AppsON ก็คือการสนับสนุนการทำงานของ VMFS แม้ว่า AppsON จะร่วมทำงานกับ vVol ได้อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยผ่าน PowerStore UI ในเริ่มต้น ใน PowerStore X ที่มาพร้อมกับ PowerStoreOS 2.0ยังรองรับ VMFS Datastores สำหรับการจัดเก็บ Virtual Machines ภายใน AppsON โดยอนุญาตให้ ESXi ภายในคลัสเตอร์ของ PowerStore สามารถแมป block volumes ผ่าน REST API และ/หรือ CLI ของ PowerStore

และนี่เป็นอีกหนึ่งในหลายวิธี ที่เดลล์ได้พัฒนา Dell EMC PowerStore แพลตฟอร์มที่เก่งกาจ ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Intelligent Data Reduction

เริ่มต้น การลดข้อมูลของ PowerStore นั้นเป็น แบบแฮนด์ฟรีและอัตโนมัติ หรือที่เราเรียกกันว่า  “always on” โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของบนฮาร์ดแวร์และประสิทธิภาพโดยรวมของซอฟแวร์แพลตฟอร์ม ช่วยให้สามารถรับประกัน Data Reduction Ratio (DRR) เฉลี่ยได้ที่ 4:1 ซึ่งต่างจากคู่แข่งรายอื่น ที่ต้องทำ pre-assessment ก่อนการรับประกัน

ด้วยการอัปเดตของ PowerStoreOS 2.0 ทำให้ PowerStore มีขีดความสามารถสูงขึ้นทั้งในด้านการ Optimizes capacity และ performance ที่ท่วมท้นในเวลาเดียวกัน

ขณะที่รองรับ IO ปริมาณมาก และทำ inline dedupe ไปพร้อมๆ กัน PowerStore มีเทคนิคในการปรับลดภาระการใช้ CPU และมีการจัดลำดับความสำคัญของปริมาณงาน IO แบบไดนามิก

“Turbo mode” ช่วยให้ระบบมี IOPS เพิ่มขึ้นถึง 20% ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ในสภาวะที่เลวร้ายที่สุด

ระบบจะมีการเทรค “skipped blocks” ทำให้มีการคืนพื้นที่เหล่านั้นตลอดเวลา หลังกระบวนการ Data Reduction เป็นการประหยัดพื้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

เหนือสิ่งอื่นใด คือระบบทำงานเป็นอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่ต้องมีการจัดการอะไรเพิ่มเติม

มีการเพิ่มขนาดของแคช dedupe ในแบบไดนามิก ขึ้นกับความจุพื้นที่ มีหน่วยความจำมากขึ้น จึงสามารถเก็บ fingerprints ได้มากขึ้น ทำให้อัตราส่วนของ DRR อาจเพิ่มมากขึ้นกว่าค่าการรับประกัน อย่างไรก็ไรก็ตามอัตราส่วนนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณงานด้วยเช่นกัน (แต่เดลล์ยังคงรับประกันในอัตราส่วน 4:1เหมือนเดิม)

อีกเทคโนโลยีหนึ่ง Dynamic Resiliency Engine (DRE) เพิ่มตัวเลือกในการปกป้องข้อมูลกรณีหลายไดร์ฟเสีย(dual parity) เพื่อให้ลูกค้าได้รับการคุ้มครองข้อมูลที่สำคัญภายในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมากยิ่งขึ้น

DRE เป็นความสามารถของซอฟต์แวร์ 100% ทั้งในด้าน redundancy และ sparing เทคนิค เพื่อปกป้องข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นอัตโนมัติ – ตอนนี้ลูกค้ามีทางเลือกแบบ dual-parity บน PowerStore แล้ว

  • ช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยลดการจัดการารจัดถึง 98% เมื่อเทียบกับ RAID แบบเดิม
  • ทำให้กระบวนการที่ซับซ้อนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดค่าไดรฟ์ ความซ้ำซ้อน และการสำรองเป็นไปโดยอัตโนมัติ
  • คุณสามารถเพิ่มไดรฟ์ทีละตัวและผสมขนาดไดรฟ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านต้นทุน
  • ทุกอย่างจัดการโดยซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ไปจนถึงการเติมเต็มความจุสำรองหากไดรฟ์เสีย คุณจึงไม่ผิดพลาดในทุกๆ ระดับสำหรับการป้องกัน

และ PowerStore ให้ความยืดหยุ่นที่เหนือกว่าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า

ข้อได้เปรียบของ Intel® Optane

ไดรฟ์โซลิดสเทต Intel® Optane™ เติมเต็มช่องว่างลำดับชั้นการจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญ เพื่อมอบคุณลักษณะเฉพาะที่ดีที่สุดของทั้งหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ด้วยการจัดหาระดับการจัดเก็บข้อมูลใหม่ พวกเขาทำลายคอขวดของการจัดเก็บ NAND แบบเดิมเพื่อเร่งความเร็วแอปพลิเคชันและเปิดใช้งานการทำงานต่อเซิร์ฟเวอร์ได้มากขึ้น  ด้วยการผสมผสานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมที่มีปริมาณงานสูง เวลาแฝงต่ำ QoS สูง และความทนทานสูง Intel® Optane™ SSD เร่งการเข้าถึงข้อมูลขนาดใหญ่และซับซ้อนซึ่งจำเป็นสำหรับการประมวลผลธุรกรรม รับข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ และสร้างความแตกต่างของบริการ และแตกต่างจาก NAND ตรงที่ Intel® Optane™ SSD สามารถอ่านและเขียนพร้อมๆ กันได้ ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว: ประสิทธิภาพเหมือน DRAM ที่มีความคงอยู่เหมือน NAND ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพแวดล้อมการจัดเก็บข้อมูลที่มีความต้องการสูง ใช้สำหรับแคชที่รวดเร็วและพื้นที่จัดเก็บที่รวดเร็ว Intel® Optane™ SSD เพิ่มขนาดต่อเซิร์ฟเวอร์และเร่งความเร็วเวิร์คโหลดที่ไวต่อความหน่วง ดังนั้นตอนนี้ศูนย์ข้อมูลจึงสามารถปรับขนาดได้อย่างมั่นใจ ในขณะที่ปรับใช้ชุดข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นและมีราคาจับต้องได้

เดลล์มีการนำ Storage Class Memory (SCM) ขนาดใหม่ 1.5TB มาใช้

ต่างกับโซลูชันของคู่แข่งส่วนใหญ่ PowerStore ใช้ SCM เป็นไดร์ฟสำหรับเก็บข้อมูลแบบถาวร ไม่ใช่แค่สำหรับการเป็นแคชเท่านั้น ซึ่งมีเพียงสองขนาด คือ 375GB, 750GB และตอนนี้ มีขนาดที่ใหญ่กว่าคือ 1.5TB ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ไม่หยุดเพียงแค่นั้นตอนนี้ PowerStore มีความสามารถในการแยกความแตกต่างระหว่างไดรฟ์ SCM และ Standard NVMe ในแชสซีเดียวกัน และใช้ประโยชน์จาก SCM ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อเพิ่มความเร็วในการเข้าถึง Meta Data ในขณะที่ข้อมูลผู้ใช้ยังคงถูกเก็บในไดรฟ์ NVMe

Meta Data มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม เมื่อข้อมูลออกจากแคชหลักแล้ว การอ่าน Meta Data ที่เร็วขึ้นก็จะทำให้การเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้เร็วขึ้น และพบว่า workload latency ดีขึ้นถึง 15%

ความสามารถนี้ทำให้การโอนถ่ายชุดข้อมูลออกจากแคชทำได้อย่างรวดเร็ว สำหรับลูกค้าจำนวนมาก

การเห็นข้อมูลเชิงลึกของ infrastructure ผ่าน CloudIQ ช่วยลดความเสี่ยง สามารถวางแผนล่วงหน้า และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

CloudIQ ผสมผสานความฉลาดของระบบเข้ากับความสามารถของมนุษย์ มีอัลกอริธึมที่สามารถอัปเดตได้อย่างต่อเนื่องเพื่อเฝ้าดูการทำงานผลิตภัณฑ์ Dell EMC ในแต่ละด้าน ร่วมกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (best practices) เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบ ทำให้ผู้รับผิดชอบระบบไอทีได้รับข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการอย่างรวดเร็วและจัดการงาน infrastructure ของ Dell EMC ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้วยการตรวจสอบเชิงรุกและการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ของ CloudIQ ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกในเวลาที่รวดเร็ว

CloudIQ ช่วยในการหลีกเลี่ยงปัญหาแบบเชิงรุก ลดความเสี่ยงต่อสตอเร็จของลูกค้าที่อาจนำไปสู่ความไม่พร้อมใช้งานของข้อมูลในท้ายที่สุด ช่วยประหยัดเงินของลูกค้าจากการหยุดทำงานหรือการสูญหายของข้อมูลหากเกิดขึ้นในท้ายที่สุด

อย่างที่ได้กล่าวไว้แต่แรก PowerStore 500T ทำให้ลูกค้าจำนวนมากสามารถสัมผัสกับข้อดีต่างๆ เหนือคู่แข่ง บนแพลตฟอร์ PowerStore ด้วยราคาที่สุดคุ้ม

PowerStore 500 คงไว้ซึ่งเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดที่มีในรุ่นดั้งเดิมก่อนหน้า ทั้งความสามารถในการจัดการคลัสเตอร์อัจฉริยะ การรองรับ NVMe และ SCM สามารถเลือกชนิด IO เป็นสถาปัตยกรรมแบบคอนเทนเนอร์ และความเป็น ecosystem — รวมไปถึงข้อได้เปรียบจากโปรแกรมสนับสนุนการขาย เช่น การรับประกันการลดข้อมูล 4:1 และโปรแกรม Anytime Upgrade

PowerStore 500T ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Cascade Lake ที่ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม (รายละเอียดในส่วนถัดไป) และสามารถรองรับความจุได้เยอะมากถึง 1.2PBe ในขนาด 2U แต่ยังคงไม่รองรับ การขยายพื้นที่ด้วย Expansion shelf ในตอนนี้

PowerStore ทุกรุ่น สามารถเติมไดรฟ์ได้ตั้งแต่ครั้งละหนึ่งไดรฟ์ ด้วยการกำหนดค่า parity และการป้องกันข้อมูลทั้งหมดที่จัดการโดยกระบวนการอัตโนมัติโดยเทคโนโลยี DRE

PowerStore 500T รองรับการ scale-out โดยสามารถทำเป็นคลัสเตอร์ ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างกัน เป็นการกระจายการทำงานไปยังทุกๆโหนด ทำให้ได้ความจุสูงสุดเกือบ 10PB นอกจากนี้ยังสามารถผสมกับ PowerStore T รุ่นอื่นๆ ได้ภายในคลัสเตอร์เดียวกัน ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและช่วยลดช่องว่างในเรื่องการเพิ่ม capacity นอกจากนี้ยังรวมถึงประสิทธิภาพของรุ่นที่สูงขึ้นตามความต้องการของ workloads เมื่อเวลาผ่านไป

PowerStore 500 สามารถทำงานร่วมกับ Metro Node เพิ่มรองรับการทำ active-active DR ตอบความต้องการในด้าน High Availability solution ด้วยราคาที่เหมาะสม

นี้เป็นตัวอย่าง การทดสอบการทำงานในของ VDI และ SQL จริง PowerStore 500 สามารถให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในราคาเกินคุ้มจากผลการทดสอบ

PowerStore 500 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานแบบ Standalone หรือ Edge ในแทบทุกอุตสาหกรรมดังภาพด้านบน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโซลูชันใดๆ ที่ต้องการการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างต้นทุนต่ำ ประสิทธิภาพสูง การออกแบบที่กะทัดรัด พร้อมด้วยระบบอัตโนมัติ  PowerStore ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณมีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และคล่องตัวมากขึ้น  ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PowerStore  สามารถค้นหาได้ที่ https://www.delltechnologies.com/en-us/storage/powerstore-storage-appliance.htm#scroll=off&tab0=0  หรือติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ที่อีเมล์ DellTechnologies@kkudos.com หรือโทร 090-949-0823 (วศิน)


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี! The New Digital Age: Reshaping The Future Of Your Digital Workforce [16 มิ.ย.22]

มาร่วมค้นหา New Operating Model ในการนำ Intelligent Automation (IA) เข้ามาช่วยผลักดันให้เป็นผู้นำในธุรกิจแม้สถานการณ์โลกต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำการลงทุนใน IA ให้คุ้มค่าจากประสบการณ์ของ Blue Prism CTO …

ปกป้องข้อมูลและกู้สถานการณ์จาก Ransomware โดยอัตโนมัติ ด้วย IBM FlashSystem Cyber Vault

ทุกวันนี้ การรับมือกับ Ransomware ได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าที่พื้นฐานของเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ภายในองค์กรไปแล้ว และแน่นอนว่าเหล่าผู้พัฒนาโซลูชันระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะ Enterprise Storage เองต่างก็ได้มีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ในการรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว