Dell Webinar: The Future of Storage is Here: PowerStore. A New Approach to Infrastructure for the Data Era

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Dell Webinar ในหัวข้อเรื่อง “The Future of Storage is Here: PowerStore. A New Approach to Infrastructure for the Data Era” เพื่อทำความรู้จักกับ Dell EMC PowerStore สตอเรจอัจฉริยะแห่งอนาคต ขุมพลังทรงประสิทธิภาพ รองรับการขยายงานขององค์กรในอนาคต ตอบโจทย์ความต้องการในยุคโลกแห่งข้อมูล รองรับทั้ง Traditional และ Cloud Native Workload ในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2020 เวลา 9.30 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: The Future of Storage is Here: PowerStore. A New Approach to Infrastructure for the Data Era
ผู้บรรยาย: ทีมงาน Dell EMC
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2020 เวลา 9.30 – 11.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย

กำหนดการ

09.30 Introduction & Welcome
09.35 The Future of Storage is Here: PowerStore
10.50 Wrap Up / Q&A / Closing Remark

การเข้าร่วมฟัง Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน Dell EMC ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://dell.zoom.us/webinar/register/WN_MfQbhFoISz-VU7K4h57UEA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Google เผยมือมืดผู้พัฒนาเครื่องมือใช้ช่องโหว่ Windows

มีบริษัทมากมายบนโลกได้นำเสนอการพัฒนาชุดเจาะระบบเพื่อขายให้แก่รัฐบาลต่างๆ ซึ่ง Google’s Threat Analysis Group (TAG) ได้ระบุตัวถึงอีกหนึ่งบริษัทในสเปนที่พัฒนาชุดเครื่องมือใช้งานช่องโหว่ใน Chrome, Firefox และ Microsoft Defender ซึ่งได้รับการแพตช์ครบตั้งแต่ต้นปี 2022

ตอบโจทย์ Hyper-connected Infrastructure ด้วยเครือข่าย LAN ที่แรงเพียงพอ

การแพร่ระบาดผ่านไปแล้วแต่รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงยังคงอยู่ เราจะเห็นการทำงานผ่านCloud มากขึ้น การสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของแนวทางการทำ Digital Transformation ที่องค์กรต้องมี ด้วยเหตุนี้เองการเชื่อมต่อผ่านสาย LANแบบเดิมอาจไม่สามารถตอบโจทย์ต่อไปได้ ไฟเบอร์ออปติกจึงเป็นหลักสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้