ทักษะที่ Network Manager ควรมีในยุค AI

หลายบริษัทมีแผนที่ต้องการนำ AI เข้ามาใช้งานในเวลาอันใกล้นี้ ดังนั้น NetworkComputing จึงได้นำเสนอถึงความรู้ของ Network Manager ที่ควรมีในยุค AI เพื่อการมองเห็นภาพได้อย่างครอบคลุม

IT Engineer Holding Notebook and Walking Through Data Center Full of Working Rack Servers.

ความรู้ที่ Network Manager ต้องศึกษามีดังนี้

  • Data Mining – เนื่องจากอุปกรณ์ IoT จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก่อให้เกิดปริมาณข้อมูลมหาศาลซึ่ง AI สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ได้ ดังนั้นทักษะด้านนี้จึงก่อประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างมาก
  • Algorithm Development – Machine Learning จะเก่งได้ต่อเมื่อมีอัลกอริทึมที่ดีด้วยซึ่งหากมีความรู้ดังกล่าวก็สามารถที่จะปรับแต่งการทำงานของเครื่องมือให้เหมาะสมได้
  • Security Engineering – ทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยนั้นถือเป็นความรู้ที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ฝั่ง Network เองต้องมีด้วยเพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในปัจจุบัน
  • Adaptability – อย่าหยุดพัฒนาตัวเองและมีกระหายอยากเรียนรู้เสมอ วงการนี้เราจะหยุดรู้ไม่ได้เลยเพราะเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นทุกวัน นี่คือทักษะที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้

ที่มา : https://www.networkcomputing.com/networking/skills-network-managers-need-age-ai/1151504750

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

วิกฤต AI แย่งงานมนุษย์ยังไม่เกิด เหตุตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้อานิสงส์ AI Boom จนสร้างงานใหม่สุทธิทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง

กระแสความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจนเกิดวิกฤตแรงงานตกงานจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเมื่อมีข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาชี้ชัดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยี AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่าจำนวนการเลิกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือคิดเป็นตัวเลขกว่า 1 ล้านตำแหน่ง