NASA วางแผนใช้เลเซอร์ส่งอินเทอร์เน็ตความเร็ว 1 Gbps ไปบนอวกาศ

NASA วางแผนส่งข้อมูลระหว่างโลกและสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ด้วยความเร็ว 1 Gbps ให้ได้ภายในปี 2021 ด้วยการยิงลำแสงเลเซอร์ที่เกิดจากการ encode packet ข้อมูลไปบนอวกาศ

แนวคิดในการใช้เลเซอร์นี้มีต้นกำเนิดมาจาก mission Laser Communications Relay Demonstration (LCRD) ที่ใช้เลเซอร์เป็นตัวกลางในการส่งและรับข้อมูลได้เร็วกว่าระบบวิทยุที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน 10-100 เท่าตัว และมีอุปกรณ์ที่กะทัดรัดกว่า นาซ่าออกแถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาถึงความเป็นไปได้ในการใช้ LCRD เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนอวกาศ

เพื่อติดตั้งระบบนี้ นาซ่าจะส่งอุปกรณ์ LCRD ขึ้นไปบนวงโคจรค้างฟ้า (geosynchronous orbit) เพื่อทำหน้าที่ในการใช้แสงเลเซอร์ส่งข้อมูลไปยังและรับข้อมูลจาก optical terminal 2 ชิ้นในการสื่อสารระหว่างตัวอุปกรณ์กับระบบบนภาคพื้นของโลกตามตำแหน่งตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งในช่วงทดลองสถานีภาคพื้นจะตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียและฮาวาย

ปัจจุบันระบบ LCRD ดังกล่าวนั้นยังคงอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ตามกำหนดการณ์ของนาซ่า ฮาร์ดแวร์ prototype จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2019 และจะส่ง laser terminal ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติได้ในปี 2021

หากโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ NASA จะมีระบบการสื่อสารระหว่างภาคพื้นและอวกาศที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์มากต่อปฏิบัติการณ์ทางอวกาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสำรวจในพื้นที่ที่ห่างไกลจากโลกมาก เช่นดาวอังคาร เป็นต้น

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/03/23/nasa_laser_internet/

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ