NASA เตรียมขยาย Supercomputer ด้วย Supermicro ทำความเร็ว 1.56 Petaflops

NASA Center for Climate Simulation (NCCS) หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการให้บริการ Supercomputer สำหรับโครงการหรืองานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศและระบบจักรวาลใน NASA ได้ทำการเลือก Supermicro ให้เป็น Platform ใหม่สำหรับส่วนต่อขยาย Supercomputer เดิม ทำความเร็วได้ถึง 1.56 Petaflops

Credit: NASA

ระบบ Supercomputer ของ NCCS มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Discover” ซึ่งประกอบไปด้วย Scalable Unit (SCU) หลายๆตัวรวมกัน และจะมีการเพิ่มขยายขนาด Cluster ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆตามเทคโนโลยีใหม่ที่เปิดตัวออกมาในท้องตลาด ล่าสุด NCCS ได้ทำการเลือก Supermicro ให้เป็น Platform ใหม่ สำหรับโครงการต่อขยาย Supercomputer เดิม (SCU-14) โดยผ่านการประเมินจากผลการทดสอบ Bechmark Software ทั้งหมด 6 ตัว เทียบเท่ากับการใช้งานจริง จากผู้เข้าแข่งขันหลายราย

สำหรับ SCU-14 นั้นประกอบไปด้วย Node 3 แบบ ได้แก่ Compute Nodes, Service Nodes และ I/O Nodes โดย Compute Node จะใช้ในการประมวลผลแบบ Parallel Jobs ที่มีการสื่อสารภายใน Compute Node ทั้งหมดด้วยกันเอง และ Service Node ใช้ในการรับคำสั่งจากผู้ใช้งาน พร้อมทั้งเป็นตัวกระจายงาน ส่วน I/O Nodes จะคอยช่วยในการเชื่อมต่อดึงข้อมูลระหว่าง Fibre Channel SAN และ Compute Node ด้วยความเร็วสูง โดย Scalable Unit 14 (SCU-14) มีจุดเด่นดังนี้

  • ความเร็ว 1,560 Tflop/s
  • ใช้ Supermicro FatTwin 520 nodes
  • หน่วยประมวลผลรวม 20,800 Cores
  • 2 x 20-core Intel Xeon Gold 6148 “Skylake” processors (2.4 GHz) ต่อ Node
  • 192 GB Memory ต่อ Node
  • Interconnect: Intel OmniPath

Node ทั้งหมดนั้นทำงานอยู่บน Supermicro FatTwin ซึ่งเป็น Server Chassis ขนาด 4U ภายในมี Server ทั้งหมด 8 Node แต่ละ Node รองรับหน่วยประมวลผล Intel Xeon Scalable จำนวน 2 Sockets ซึ่งใหม่กว่า SCU-13 ที่ใช้หน่วยประมวลผล Haswell ถึง 2 Generation และรองรับชุดคำสั่งแบบ AVX-512 ซึ่งหากมีการปรับ Code ที่ใช้ทำงาน จะช่วยเพิ่มความเร็วให้มากกว่าชุดคำสั่ง AVX2 ได้ถึง 2 เท่า โดยในฝั่ง Network นั้น เลือกใช้ Intel Omni-Path (OPA) ที่มีความเร็ว 100Gbps ในการส่งข้อมูลแทนที่ InfiniBand แบบเดิม นอกจากนี้ยังเลือกใช้ Rack ชนิดพิเศษในการระบายความร้อน เพื่อให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

SCU-14 Test and Development System
Credit: NCCS

ปัจจุบัน NASA ได้เริ่มติดตั้งระบบ Test and Development System ของ SCU-14 แล้ว โดยระบบทั้งหมดคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2018 ซึ่งจะช่วยให้ Discover มี Compute Node รวม 3,800 Nodes และมีหน่วยประมวลผลมากกว่า 110,000 Cores ทำความเร็วรวม 5 Petaflops

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

ที่มา: https://www.supermicro.com.tw/newsroom/pressreleases/2017/press171106_NASA.cfm


About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

Firefox ออกแพตช์ช่องโหว่ใน Password Manager

สำหรับผู้ใช้งาน Firefox ทาง Mozilla ได้ทำการแพตช์อุดช่องโหว่ให้ Password Manager ซึ่งสามารถใช้ลัดผ่านการป้องกันของ Master Password ได้

Azure ประกาศเปิดทดลอง Geo Zone Redundant Storage

Azure ได้ประกาศเปิดทดลองใช้งาน Geo Zone Redundant Storage เพื่อตอบโจทย์อีกระดับของการปกป้องข้อมูลและ Availability