Microsoft เปิดตัว Azure IoT Hub รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ทั่วโลก

microsoft_logo

วันนี้ Microsoft เปิดตัว Azure IoT Hub สำหรับบริหารจัดการข้อมูลที่รวบรวมมาจากอุปกรณ์ IoT หลายล้านชิ้นทั่วโลก ซึ่งช่วยลดภาระของหลายบริษัทในการที่จะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของบริการจากอุปกรณ์ IoT โดยให้โฟกัสที่ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของตนแทน

Credit: hoperan/ShutterStock
Credit: hoperan/ShutterStock

Azure IoT Hub ให้บริการระบบ Backend สำหรับติดต่อกับอุปกรณ์ IoT ว่าต้องทำอะไร และนำข้อมูลที่ได้กลับมายังแอพพลิเคชันที่ติดต่อด้วย ซึ่งหนึ่งในข้อดีที่สุดที่ใช้บริการนี้แทนที่จะเริ่มสร้างจากศูนย์คือ Azure IoT Hub ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ Cloud Service ของ Microsoft ได้อย่างไร้รอยต่อ นั่นหมายความว่า Developer ที่ต้องการสร้าง Intelligent Software Backend สำหรับอุปกรณ์ของตน สามารถเสาะหาและรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาใช้งานต่อได้ง่าย เช่น รวบรวมข้อมูลมาให้ Azure Machine Learning วิเคราะห์และประมวลผล เป็นต้น

ผู้ใช้บริการ Azure IoT Hub จะถูกคิดค่าบริการจากจำนวน Message ไม่ว่าจะเป็น Message จากอุปกรณ์เรียกไปยัง Azure หรือจาก Azure กลับมายังอุปกรณ์ ซึ่ง Microsoft ให้บริการฟรีสำหรับการใช้งานระดับต้น คือ รองรับจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้บริการ Azure IoT Hub สูงสุด 500 เครื่อง และจำนวน Message 8,000 Messages ต่อวัน ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถจ่ายเงินเพื่อเพิ่มจำนวนอุปกรณ์และจำนวน Message ที่ส่งไปยัง Azure IoT Hub ได้

ที่มา: http://www.networkworld.com/article/3029781/microsoft-launches-iot-hub-to-ingest-data-from-the-physical-world.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better โดย Cloudflare APAC

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better” เพื่อรู้จักกับแนวคิดและการทำงานของ HTTP/3 …

Microsoft เผย 3 เทคนิค Phishing อันแนบเนียนที่ควรพึงระวัง

Microsoft ได้ออกรายงานแนวโน้มภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ระบุว่า Phishing เป็นหนึ่งใในไม่กี่รูปแบบการโจมตีที่ยังคงพบบ่อยมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ Ransomware, Crypto-mining และมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ เริ่มพบน้อยลง