Microsoft อัปเดตโครงการ Bug Bounty เพิ่มรางวัลสูงสุดเป็น 8.75 ล้านบาทต่อช่องโหว่

Microsoft ได้ออกมาอัปเดตโครงการ Bug Bounty Program หรือเงินรางวัลสำหรับผู้ที่แจ้งช่องโหว่ภายในผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ให้ทาง Microsoft ได้ทราบ โดยเพิ่มเงินรางวัลสูงสุดเป็น 250,000 เหรียญหรือราวๆ 8.75 ล้านบาทเลยทีเดียว

Credit: Microsoft

 

รางวัลสูงสุดที่มีมูลค่าถึง 250,000 เหรียญหรือ 8.75 ล้านบาทนี้ อยู่ในหมวดของ Microsoft Hyper-V Bug Bounty ที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้

  • Hyper-V on Windows 10 (latest builds of Windows Insider Preview slow)
  • Hyper-V on Windows Server 2016 (latest available version)
  • Hyper-V on Windows Server 2012 R2
  • ปัญหาจาก Hardware และ Firmware ไม่นับรวม

นอกจากนี้โครงการนี้ก็ยังครอบคลุมการแจ้งช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Microsoft Windows Insider Preview, Microsoft Windows Defender Application Guard, Microsoft Edge on Windows Insider Preview, Microsoft .NET Core and ASP.NET Core/RC2 และ Microsoft Cloud และยังมีรางวัลสำหรับหมวด Mitigation Bypass Bounty สำหรับ Windows รุ่นล่าสุด และ Bounty for Defense สำหรับคำแนะนำการปกป้อง Windows ให้ปลอดภัยจาก Mitigation Bypass รูปแบบต่างๆ ด้วย

สำหรับรายละเอียดฉบับเต็มของ Microsoft Bug Bounty Program สามารถศึกษาได้ที่ https://technet.microsoft.com/en-us/security/dn425036 ครับ

 

ที่มา: http://thehackernews.com/2017/07/microsoft-bug-bounty-program.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Samsung ลั่น อุปสงค์ชิปหน่วยความจำจะดันกำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 19 เท่า

รายงานผลประกอบการเบื้องต้นที่เผยแพร่โดย Samsung ระบุว่า ยอดขายและราคาของชิปหน่วยความจำที่ทำสถิติสูงสุดจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สองของ Samsung เพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า

ยกระดับการทำงานและการเรียนรู้ ด้วย “ZTE Smart Conference” เทคโนโลยี AI อัจฉริยะ ที่ใครก็ใช้งานได้ง่ายๆ [Guest Post]

ในยุคที่การทำงานแบบ Hybrid และการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) กลายเป็นเรื่องปกติ “ห้องประชุม” และ “ห้องเรียน” ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับการรวมตัวกันอีกต่อไป แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงคนทั้งที่อยู่ในห้องและคนที่อยู่ห่างไกลให้รู้สึกเหมือนอยู่ด้วยกัน การมีระบบ Conference ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น