[รีวิว] Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano เครื่องคอมขนาดกะทัดรัด ตอบโจทย์โต๊ะทำงานที่ต้องการความโล่ง

สำหรับธุรกิจใดที่กำลังมองหาเครื่อง Business PC ขนาดเล็กเพื่อนำไปใช้งานในองค์กรให้เกิดความเรียบร้อยสวยงาม หรือต้องการใช้งานในโรงงานที่มีสภาพแวดล้อมที่เข้มข้นไม่ว่าจะเป็นในเชิงอุณหภูมิหรือความชื้น Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano ที่เป็น Rugged PC ขนาดเล็กมากๆ และมีความทนทานสูงนี้อาจเป็นคำตอบให้กับคุณ

ในบทความนี้เราจะทำการรีวิว Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano ให้ทุกท่านได้รู้จักเป็นอีกทางเลือกในการลงทุน PC สำหรับการใช้งานในเชิงธุรกิจกันครับ

Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano เครื่องคอมขนาดกะทัดรัด ตอบโจทย์โต๊ะทำงานที่ต้องการความโล่ง

สำหรับธุรกิจใดที่กำลังมองหาเครื่อง Business PC ขนาดเล็กเพื่อนำไปใช้งานในองค์กรให้เกิดความเรียบร้อยสวยงาม หรือต้องการใช้งานในโรงงานที่มีสภาพแวดล้อมที่เข้มข้นไม่ว่าจะเป็นในเชิงอุณหภูมิหรือความชื้น Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano ที่เป็น Rugged PC ขนาดเล็กมากๆ และมีความทนทานสูงนี้อาจเป็นคำตอบให้กับคุณ

ในบทความนี้เราจะทำการรีวิว Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano ให้ทุกท่านได้รู้จักเป็นอีกทางเลือกในการลงทุน PC สำหรับการใช้งานในเชิงธุรกิจกันครับ

Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano เครื่อง Micro Desktop สำหรับทำงานขนาดเล็กที่สุดในตระกูล Lenovo ThinkCentre

หากพูดถึงเครื่อง Business PC จาก Lenovo สำหรับใช้ในการทำงานทั่วๆ ไปแล้ว สิ่งแรกที่ต้องรู้จักกันก่อนเลยก็คือการแบ่งรุ่นของ Lenovo ThinkCentre M Series ที่มีด้วยกัน 6 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

  • Lenovo Think Centre M Series Tower เครื่อง Tower ขนาดใหญ่
  • Lenovo Think Centre M Series SFF เครื่อง Small Form Factor ขนาดเล็ก
  • Lenovo Think Centre M Series All-in-One เครื่องที่ผสานรวมอยู่ในจอ
  • Lenovo Think Centre M Series Tiny เครื่อง Micro Desktop ขนาดเล็กยิ่งกว่า Small Form Factor
  • Lenovo Think Centre M Series Thin Client เครื่อง Thin Client สำหรับ Remote เชื่อมต่อไปยัง Server หรือ VDI
  • Lenovo Think Centre M Nano Series เครื่อง Rugged ที่มีขนาดเล็กที่สุดยิ่งกว่า Tiny รองรับทั้งการใช้งานทั่วไปและงาน IoT

Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano นี้จัดอยู่ใน M Nano Series ที่เป็นรุ่นแบบ Rugged Device โดยจุดเด่นของเครื่องคือนอกจากขนาดที่จะเล็กที่สุดในบรรดา ThinkCentre ทุกตระกูลด้วยปริมาตรเพียง 0.35 ลิตรในขนาด 179 x 88 x 22 mm แล้ว ตัวเครื่องยังมีความทนทานในระดับ MIL-STD-810-H สำหรับใช้งานได้ในทางการทหาร และยังสามารถทำงานได้ในหลายสภาวะแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิสูงหรือต่ำ, มีความชื้น, มีฝุ่นทราย, มีการกระแทกหรือการสั่นสะเทือน และอื่นๆ อีกมากมาย

เทียบขนาดกันแล้วจะเห็นได้ชัดว่า Lenovo ThinkCentre M Nano Series นี้ขนาดเล็กกว่า Lenovo ThinkCentre Series Tiny ที่เป็นเครื่องขนาดเล็กแล้วอยู่มากทีเดียว Credit: Lenovo

สำหรับ Hardware ภายในเครื่องเองนี้ก็ถือว่าออกแบบมาให้รองรับความทนทานได้หลายระดับ โดยถึงแม้เครื่องจะมีขนาดเล็กแต่ก็ยังรองรับการทำ RAID 0/1 ได้ด้วยการใช้ M.2 SSD 2 ชุดมาทำ RAID ร่วมกัน

ในการเชื่อมต่อจอ Monitor เครื่องนี้ก็ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะสามารถต่อได้ 2 จอพร้อมกันผ่าน DisplayPort 1 จอและ USB-C อีก 1 จอ โดยสามารถสั่ง Dongle แปลงพอร์ตไปรองรับ HDMI, VGA เพิ่มเติมได้

พอร์ตอื่นๆ ที่ให้มาในเครื่องก็ถือว่าเหลือเฟือมากๆ โดยด้านหน้าเครื่องจะมี USB 3.2 Gen 2 ให้ใช้ 2 ช่อง, USB-C 3.2 Gen 2 อีก 1 ช่อง และ 1x Headphone/Microphone Combo แบบ 3.5mm ให้อีก 1 ช่อง ส่วนด้านหลังเครื่องนั้นก็จะมี USB 3.2 Gen 2 ให้ 2 ช่อง, USB-C 3.2 Gen 2 อีก 1 ช่อง (สำหรับจอ), DisplayPort 1 ช่อง (สำหรับจอ) และ RJ-45 สำหรับ Ethernet อีก 1 ช่อง พร้อมหัวต่อสาย Antenna เพื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi

Credit: Lenovo

ในแง่ของ Security เครื่องนี้ใส่ความสามารถมาให้สำหรับรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจองค์กร ไม่ว่าจะเป็น TPM 2.0, Chassis Intrusion Switch และ BIOS Security รวมถึงยังมี Kensington Security Port สำหรับล็อคตัวเครื่องไว้ไม่ให้ถูกยกออกไปได้ด้วย ส่วนการบริหารจัดการเครื่องก็สามารถทำได้ผ่าน Intel vPro Technology และ DASH

ตัวเครื่องรุ่นนี้เป็นรุ่นสำหรับใช้งานทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งจริงๆ แล้ว Lenovo ยังมีรุ่นใกล้เคียงกันที่เป็นรุ่น IoT ให้สั่งไปใช้งานได้ด้วย โดยรุ่น IoT จะรองรับพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับ Sensor หรือเครื่องจักรมากขึ้น, ระบายความร้อนได้ดีขึ้น และยังรองรับ 4G LTE ในตัว สำหรับนำไปใช้ทำเป็น IoT Gateway โดยเฉพาะ

แน่นอนว่าในฐานะของเครื่อง Business PC เครื่อง Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano นี้ก็มาพร้อมกับประกันจาก Lenovo หลากหลายรูปแบบ อาทิ แบบพื้นฐาน เริ่มต้นที่  1 ปี แบบ on-site service ทั่วประเทศไทยด้วยเช่นกัน

Credit: Lenovo

ราคาเริ่มต้นของ Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano นี้อยู่ที่ 13,900 บาท โดยราคาอาจแตกต่างกันตามสเป็คที่เลือกและบริการเสริมต่างๆ ดังนั้นถ้าสนใจก็สามารถติดต่อทีมงาน Lenovo ในประเทศไทยหรือพันธมิตรของ Lenovo ทั่วไทยได้ทันทีครับ

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.lenovo.com/us/en/desktops-and-all-in-ones/thinkcentre/m-nano-series/ThinkCentre-M90n-1/p/11TC1MNM93N

แกะกล่อง ลองใช้งานของจริง

ในการเริ่มเปิดกล่องของ Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano นี้ตอนแรกก็ถือว่าแปลกใจพอสมควรครับ เพราะตัวกล่องที่ให้มามีขนาดใหญ่มากกว่ากล่องของเครื่อง PC ทำงานไซส์เล็กๆ แบบนี้อยู่พอสมควร แต่พอเปิดมาก็พอจะเข้าใจได้ เพราะในตัวกล่องนั้นพื้นที่ส่วนใหญ่คือใช้เก็บพวก Keyboard, Mouse, Adapter และโฟมกันกระแทกเป็นส่วนใหญ่ ตัวเครื่องจริงๆ กินที่แค่ราวๆ 10% ของกล่องเท่านั้น

ตอนหยิบเครื่อง Lenovo ThinkCentre M90n-1 Nano ออกมาครั้งแรกก็ถือว่าค่อนข้างตกใจครับ เพราะเครื่องนี้ขนาดเล็กกว่าเครื่องที่เป็น Small Form Factor ทั่วๆ ไปอยู่พอสมควรเลย และน้ำหนักก็ถือว่าหนักกว่าที่คาดอยู่เล็กน้อย คงเป็นเพราะข้างในอัด Hardware มาให้แน่นๆ เพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในขนาดที่เล็กได้นั่นเองครับ

ตัวเครื่องถือว่าสวยดีและไม่เรียบเกินไปจนน่าเบื่อสำหรับเครื่องทำงาน โดยตัวด้านบนและด้านข้างของเครื่องจะเป็นสีดำ ในขณะที่ด้านล่างของเครื่องนั้นจะเป็นสีแดงแบบ Lenovo ทำให้มีสีสันอยู่บ้างเหมือนกันเมื่อเทียบกับเครื่องทำงานทั่วไปที่มักใช้สีเข้มโทนเดียวทั้งเครื่องอย่างสีดำล้วนๆ ไปเลย

ด้านหน้าของเครื่องมีพอร์ตต่างๆ สำหรับให้ถอดใส่หรือรองรับพอร์ตที่สายสั้นๆ อย่างหูฟังและไมโครโฟนแบบ Combo ส่วนด้านหลังเองก็มีพอร์ตจออย่าง DisplayPort และ USB-C กับ USB Type A สำหรับต่อ Mouse และ Keyboard ให้ใช้ครับ และยังมีช่องสำหรับเสียบ Wi-Fi Antenna อีกหนึ่งช่องเพื่อรับสัญญาณ Wi-Fi ได้ถึง 802.11ac ในตัว

สำหรับเครื่องนี้ สเป็คที่ได้รับมาทดสอบเป็นดังนี้ครับ

  • CPU: Intel Core i5-8265U @ 1.6GHz (4 Cores/8 Threads)
  • RAM: 8GB
  • Disk: 240GB SSD
  • GPU: Intel UHD Graphics 620
  • OS: Windows 10 Pro

ก็ถือว่าเป็นสเป็คกลางๆ ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ น่าจะเพียงพอต่อการใช้ทำงานได้ถ้าหากไม่ได้นำไปใช้งานกราฟฟิกหรือเล่นเกม แต่แน่นอนว่าด้วย CPU รุ่น 8th Gen Intel Core นี้ก็ย่อมไม่แรงเท่ารุ่นใหม่ๆ อย่าง 10th Gen หรือ 11th Gen อย่างแน่นอน

คราวนี้ได้เวลาเปิดเครื่องมาทดลองใช้งานจริงกัน ประสบการณ์ใช้งานดังนี้ครับ

  • บูทเครื่องค่อนข้างเร็ว เป็นเพราะ SSD ที่ใช้งาน
  • ทำงานได้ปกติลื่นไหลดี ใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหา โดยทั่วไปเครื่องจะทำงานค่อนข้างเงียบ
  • เปิดคลิปความละเอียดระดับ 4K บน Microsoft Edge ได้ ใช้ GPU ไปประมาณ 50-60% แต่เครื่องก็ยังทำงานเงียบอยู่

  • ทดลองอัปเดต Windows ดู ก็ไม่ได้ติดปัญหาอะไร แต่ช่วงที่ CPU วิ่งเต็ม 100% พัดลมในตัวเครื่องก็จะทำงานเสียงดังขึ้นมาพอสมควร
  • มีพอร์ต Combo ของหูฟังกับไมโครโฟนให้ใช้หน้าเครื่อง สะดวกต่อการประชุม
  • เครื่องมีลำโพงในตัว เปิดฟังเพลงดูคลิปต่างๆ ได้เลย
  • สามารถต่อเสา Wi-Fi ด้านหลังเครื่องได้ 1 เสา และยังมีช่อง RJ-45 ให้ต่อสาย LAN ได้ด้วย
  • พอร์ต USB ถือว่าพอให้ใช้งานได้สบายๆ แนะนำว่า Keyboard กับ Mouse ควรเสียบหลังเครื่อง เพื่อให้พอร์ตที่หน้าเครื่องยังเหลือเอาไว้ใช้งานอย่างอื่นได้ง่ายๆ ครับ
  • มี Lenovo Vantage ติดตั้งมาให้ สามารถตรวจสอบสถานะของเครื่อง และอัปเดต Driver, BIOS, Firmware ได้สบายๆ รวมถึงตรวจระยะเวลาประกันของเครื่องได้ง่ายดีด้วยครับ

เท่าที่ลองใช้งานดูก็ถือว่าดีทีเดียวสำหรับเครื่องที่มีขนาดเล็กมาก เสียงอาจจะดังกว่าเครื่องแบบ Fanless บ้างในบางจังหวะแต่ก็ถือว่าไม่ได้มีประเด็นอะไรมากมาย การมีพอร์ต USB ทั้งแบบเดิมและ USB-C ให้ใช้งานได้ทั้งหน้าเครื่องและหลังเครื่องก็ถือว่าเป็นจุดที่สะดวกดีครับ การรองรับพอร์ตเชื่อมต่อจอได้แค่ DisplayPort และ USB-C ก็อาจทำให้ใช้งานยากสำหรับบางท่านบ้าง แต่จอสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะมาพร้อม DisplayPort อยู่แล้ว ถ้าซื้อพร้อมกันไปเลยก็ไม่น่ามีปัญหาครับ

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  • ขนาดเล็กมาก น้ำหนักเบา แต่เครื่องยังทนทานระดับใช้งานได้ในทางการทหาร นับเป็น Rugged Device ได้
  • มีพอร์ตให้ใช้ครบถ้วน และมี USB-C ให้ใช้ด้วย รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ได้เยอะ
  • ช่องหูฟังกับไมโครโฟนเป็นพอร์ตแบบคอมโบ ทำให้ใช้กับหูฟังสมัยใหม่ได้ค่อนข้างดี ง่ายต่อการใช้ประชุมงาน
  • ชิป Onboard GPU ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป ดูคลิป 4K ได้ไม่กระตุก
  • มีพัดลมให้ ไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อนหรือประสิทธิภาพของเครื่องอย่างเครื่อง Fanless อื่นๆ

ข้อเสีย

  • หน่วยประมวลผลยังเป็น 8th Gen Intel Core อยู่ แต่ตอนใช้งานทั่วๆ ไปก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก
  • พอร์ตเชื่อมต่อจอมีเฉพาะพอร์ต DisplayPort และ USB-C ทำให้อาจจะใช้กับจอที่เป็น HDMI หรือ VGA ไม่สะดวกนัก ต้องสั่ง Dongle แปลงพอร์ตเพิ่ม
  • ถึงแม้เครื่องจะมีขนาดเล็ก แต่ Adapter ไฟใหญ่มากเมื่อเทียบกับเครื่อง ดังนั้นตอนใช้จริงต้องเก็บดีๆ เพื่อความสวยงาม
  • บางจังหวะที่ CPU ทำงานหนักๆ เช่น Update Windows พัดลมจะเสียงดังพอสมควร แต่โดยทั่วไปที่ใช้งานก็ไม่มีปัญหาอะไร

Check Also

F5 ยกระดับ AI Gateway ผนวกเข้า AI Security Platform คุมต้นทุน token และการกำกับดูแล AI จากจุดเดียว

F5 ประกาศปรับปรุง F5 AI Gateway ครั้งใหญ่ พร้อมผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ F5 AI Security Platform เพื่อให้องค์กรมีจุดควบคุมเดียวสำหรับบังคับใช้นโยบายกับทุกคำขอที่วิ่งไปยังโมเดล AI, AI Agent …

Adobe เสริมแกร่ง Firefly ด้วยขีดความสามารถด้านดนตรี เสียงพูด และเอฟเฟกต์

Adobe ได้ประกาศเปิดตัวความสามารถด้านเสียงใน Firefly ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือ AI เชิงสร้างสรรค์แบบครบวงจรของบริษัทให้ใช้งานได้ทั่วไปแล้ว โดยอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างดนตรี เสียงพูด และเอฟเฟกต์เสียงสำหรับโปรเจกต์ต่าง ๆ ของตนเองได้