รู้จักกับ HDS Virtual Storage Platform F Series: All Flash Storage ความเร็วระดับ 1 ล้าน IOPS

hds_ingram_micro_logo

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ All Flash Array ได้กลายมาเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจระดับองค์กรไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการที่ผู้ผลิตแต่ละรายทำการนำเสนอเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเสริมทั้งประสิทธิภาพ, ความทนทาน และการเพิ่มอายุการใช้งานให้กับ Flash Storage ส่งผลให้การนำ All Flash Array มาใช้งานในระดับ Production ขององค์กรนั้นกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Hitachi Data Systems (HDS) เองในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยี Storage และการบริหารจัดการข้อมูลสำหรับองค์กร ก็ได้ทำการเปิดตัว All Flash Array ซึ่งอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจากการค้นคว้าและวิจัยของ HDS เอง เพื่อให้ Virtual Storage Platform F Series (VSP F) นี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานในระดับองค์กรได้ดีที่สุด ด้วยราคาที่คุ้มค่าที่สุดในวงการนั่นเอง

 

ภาพรวมของ HDS VSP F

hds_vsp_f_series

ด้วยความที่ HDS นั้นมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการนำ Flash Storage มาใช้งานในระดับองค์กร อีกทั้ง HDS ยังเป็นผู้พัฒนาและถือครองสิทธิบัตรทางด้าน Flash Storage รวมกันมากกว่า 350 รายการ ทำให้ VSP F นี้มีความสามารถมากมายดังต่อไปนี้

  • ออกแบบ Flash Module Drive (FMD) DC2 เอง ทำให้เหนือกว่า SSD ทั่วไปทั้งในแง่ของความเร็ว, ความทนทาน และการประหยัดพื้นที่
  • ใช้ ASIC พิเศษที่มีประสิทธิภาพมากด้วยเทคโนโลยีระดับ Quad-core
  • รองรับการใช้งานจริงที่ I/O Block ขนาดใหญ่ สามารถ Read ได้เร็วกว่า SSD อื่นถึง 3 เท่า และ Write เร็วกว่าถึง 5 เท่า โดยมี Response Time ถึง 99.6% ที่มี Latency ต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที และมีความคุ้มค่ากว่า MLC SSD ถึง 70% ในขณะที่เทคโนโลยี SSD ทั่วๆ ไปนั้นจะมีประสิทธิภาพที่ไม่เสถียรเมื่อใช้ไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง
  • มีความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุดถึง 1,400,000 IOPS และ 24GB/s
  • มีพื้นที่การใช้งานตั้งแต่ 14.4TB – 256TB และจัดเก็บข้อมูลได้ตั้งแต่ 12.8TB – 448TB หลังการบีบอัด\รองรับ Interface สูงสุด 32x8Gbps FC หรือ 16x16Gbps FC หรือ 16x10Gbps iSCSI
  • มี Bandwidth สูงกว่า Flash Storage อื่นๆ ถึง 4 เท่า
  • สามารถให้บริการ NAS พร้อมความสามารถในการทำ Deduplication ได้
  • รองรับการทำ Data Protection และ Advanced Replication ได้
  • สามารถสร้าง Virtual Private Storage Systems และกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลสำหรับผู้ดูแลระบบแต่ละคนให้แตกต่างกันได้
  • มีระบบ Analytics ช่วยวิเคราะห์ประเด็นทางด้านประสิทธิภาพในการใช้งานได้
  • สามารถทำการเข้ารหัสข้อมูลที่จัดเก็บภายใน Storage ได้
  • มีเทคโนโลยี High Speed Formatting ที่ช่วยให้การ Format ข้อมูลสามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาเพียง 5 นาทีโดยไม่ขึ้นกับพื้นที่ที่ใช้งาน

hds_flash_storage_patents_2015

โดย HDS VSP F นี้ได้เปิดตัวมาด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่

  • VSP F400: ประสิทธิภาพการอ่านสูงสุด 375,000 IOPS และ 11GB/s พร้อมแคชขนาด 128GB
  • VSP F600: ประสิทธิภาพการอ่านสูงสุด 800,000 IOPS และ 12GB/s พร้อมแคชขนาด 256GB
  • VSP F800: ประสิทธิภาพการอ่านสูงสุด 1,400,000 IOPS และ 24GB/s พร้อมแคชขนาด 512GB

 

ทั้งนี้ภายใน VSP F แต่ละรุ่นนั้นจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Hitachi Storage Virtualization Operating System Software (SVOS) ที่มาพร้อมกับความสามารถในการสำรองข้อมูล, การบริหารจัดการ, การทำ Thin Provisioning, การจัดการ Partition และอื่นๆ อีกมากมายแล้วพร้อมให้ใช้งานได้ทันที

นอกจากนี้ VSP F ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้อีกด้วย

 

เพิ่มความทนทานให้ MLC Flash ด้วยเทคโนโลยีหลากหลายบน Controller ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ

hds_fmd_dc2

โดยปกติแล้ว MLC Flash นั้นจะมีอายุการใช้งานที่จำกัด โดยขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลที่ถูกเขียนเป็นหลัก แต่ด้วยการออกแบบ Flow การทำงานของ Controller ภายใน FMD DC2 ที่ใช้งานอยู่ภายใน VSP F ให้สามารถลดปริมาณข้อมูลที่ต้องเขียนลงไปยัง MLC Flash และลดปริมาณการเขียนข้อมูลที่ผิดพลาด รวมถึงทำการ Optmize ข้อมูลอยู่ตลอดเวลานั้นก็สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของ MLC Flash ได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ในแต่ละ FMD DC2 นั้นก็ยังมีการทำ Overprovisioning ด้วยการเผื่อพื้นที่ของ MLC Flash ที่อาจเสื่อมสภาพเอาไว้ได้แต่แรก, การตรวจสอบการเสื่อมสภาพของข้อมูลและ MLC Flash ได้ด้วยตัวเอง, การทำ RAID ภายในแต่ละ FMD DC2 ที่สามารถเลือกได้ระหว่าง RAID-1+0/RAID-5/RAID-6 อีกทั้งยังมีระยะเวลาประกันอุปกรณ์ถึง 5 ปี ทำให้มั่นใจได้ถึงความทนทานของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน FMD DC2 ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้เทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้สำหรับเสริมความทนทานให้กับ Flash อย่าง Write Cliff, Wear Leveling, RAS, Power Loss Protection, Adaptive Data Refresh และ Periodic Data Diaganosis/Recovery นั้น ก็ยังถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเสริมความทนทานให้แก่ FMD DC2 เช่นเดียวกัน

 

มี ASIC เฉพาะสำหรับทำ Inline Compression Offload ได้เร็วกว่าระบบอื่นๆ ถึง 10 เท่า และ Offload การทำ RAID ด้วย

hds_flash_controller

ด้วย ASIC พิเศษภายใน FMD DC2 นี้ทำให้สามารถช่วย Offload การทำ Compression ทำหรับทุกๆ ข้อมูลที่มีการเขียน และทำ Decompression สำหรับทุกๆ การอ่านได้รวดเร็วกว่าการใช้หน่วยประมวลผลจาก Intel ถึง 10 เท่า ก็ช่วยให้พื้นที่การใช้งานของ VSP F นั้นสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและยาวนานยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีเทคโนโลยี Block Write Avoidance ที่ช่วยลดการบันทีกข้อมูลที่มี 0 หรือ 1 ติดกันเป็นแถวยาวลงไปได้ และช่วยประหยัดพื้นที่ลงไปได้ถึง 94% เลยทีเดียว

สำหรับการทำ RAID นั้น ASIC เฉพาะนี้ก็จะช่วย Offload การประมวลผล Parity ที่จะช่วยให้ประสิทธิภาพของการเขียนแบบ Random นั้นดีขึ้นเป็นอย่างมาก และเมื่อทำงานร่วมกับการจัด Workload Priority Access และการทำ End-to-end Quality of Services ร่วมกับ VMware vSphere แล้ว ก็ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละ Application และ Virtual Machine อยู่ในระดับที่กำหนดเอาไว้ได้ทันที

 

ติดต่อ HDS Thailand และ Ingram

hds_ingram_micro_logo

ผู้ที่สนใจเทคโนโลยีต่างๆ ของ Hitachi Data Systems (HDS) และต้องการให้ทีมงานเข้าไปนำเสนอโซลูชั่นหรือทดสอบผลิตภัณฑ์ หรือ System Integrator ที่ต้องการเป็น Partner กับ HDS สามารถติดต่อทีมงาน Hitachi Data Systems ประเทศไทยได้ทันที โทร 02-126-8039, 02-126-8174 หรืออีเมลล์ Thailand.marketing@hds.com หรือสนใจติดต่อ Hitachi Distributor : Ingram Micro (Thailand) Co.,Ltd. T. 02-793-1888 ติดต่อฝ่ายขาย หรือคุณยุทธนา แพทย์พิลบุลย์ Product Sales Specialist 081-861-5056

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ