Black Hat Asia 2021

Intel ร่วมกับ Qualcomm พร้อมให้บริการ “WiGig” มาตรฐาน Wi-Fi ความเร็วสูงแล้ว 

intel_logo   qualcomm_logo

Intel และ Qualcomm 2 บริษัทผู้ผลิตชิพชื่อดัง ได้ออกมาประกาศผลการทดสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ทั้ง 2 บริษัทประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ Intel WiGig เข้ากับ Qualcomm-powered Base Station ตามมาตรฐาน 802.11ad เป็นที่เรียบร้อย สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วสุดถึง 4.6 Gbps สูงกว่ามาตรฐาน 802.11ac ในปัจจุบันเกือบ 3 เท่า

จากการทดสอบนี้ น่าจะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าทาง Intel และ Qualcomm คงเตรียมผลักดันให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เตรียมเพิ่มโมดูล WiGig ลงในอุปกรณ์โมบายล์ โน๊ตบุ๊ค เราท์เตอร์ และอื่นๆ อย่างแน่นอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารแบบไร้สายให้ดียิ่งขึ้น

“การทดสอบนี้ครอบคลุมการใช้งานและสภาพแวดล้อมหลายแบบ รวมถึงการเชื่อมต่อแบบ Peer-to-peer ระหว่าง Intel และ Qualcom Atheros 802.11ad WiGig-based Client และ Qualcomm Atheros-802.11ad WiGig-pwered Access Point” — Intel และ Qualcomm ระบุในแถลงการณ์ทดสอบ

Основные RGB
Credit: Vmaster/ShutterStock

ถึงแม้ว่า มาตรฐาน 802.11ad จะให้ความเร็วที่สูงขึ้นกว่า 802.11ac ในปัจจุบัน แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องระยะทางที่สั้นกว่ามาก เนื่องจากใช้ย่านสัญญาณ 60 GHz ซึ่งทาง Intel และ Qualcomm มองว่า มาตรฐาน WiGig นี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการใช้ Wi-Fi บนคลื่นความถี่ 2.4 และ 5 GHz ให้กลายเป็น Wi-Fi 3 คลื่นความถี่แทน กล่าวคือ ในระยะสั้นๆ อุปกรณ์จะเชื่อมต่อกันโดยใช้มาตรฐาน 802.11ad แต่เมื่อระยะไกลออกไปก็เปลี่ยนกลับมาใช้มาตรฐาน 802.11ac แทน

ที่มา: http://www.theregister.co.uk/2016/02/02/intel_and_qualcomm_wigig_connected/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

เชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ SAS Global Forum 2021

SAS Software (Thailand) ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “SAS Global Forum 2021” พร้อมอัปเดตแนวโน้มและนวัตกรรมทางด้าน Analytics ล่าสุด นำทีมโดย Jim …

[Guest Post] ไอบีเอ็มเผยโฉมชิป 2 นาโนเมตรตัวแรกของโลก ก้าวสำคัญวงการไอที-เซมิคอนดักเตอร์

ห้าหมื่นล้านทรานซิสเตอร์บนชิปขนาดเท่าเล็บมือ พร้อมประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง และการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น