ปูทางสู่ Quantum Computing! IBM เข้าซื้อกิจการ HRL Laboratories จาก GM และ Boeing เสริมแกร่งเทคโนโลยี Spin Qubit

IBM เข้าซื้อกิจการ HRL Laboratories ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงจาก General Motors และ Boeing โดยไม่เปิดเผยมูลค่าการลงทุน ซึ่งคาดว่ากระบวนการควบรวมจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสนี้ ดีลดังกล่าวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์เชิงรุกของ IBM ในการรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยี และการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของ Quantum Computing ในยุคถัดไป

HRL Laboratories ก่อตั้งมานานกว่า 80 ปี และมีฐานปฏิบัติการอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ศูนย์วิจัยแห่งนี้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในหลายแวดวง ทั้ง AI, Optics และเทคโนโลยีขับเคลื่อนดาวเทียม แต่สิ่งที่ทำให้ IBM ตัดสินใจทุ่มเม็ดเงินเข้าซื้อกิจการ คือความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมชิปควอนตัมคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต

ปัจจุบัน IBM ถือเป็นผู้เล่นหลักในตลาดฮาร์ดแวร์ควอนตัม โดยในปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวชิป Nighthawk ขนาด 120-qubit และวาง Roadmap ระยะยาวที่จะเปิดตัวระบบ Blue Jay ในปี 2033 ซึ่งคาดว่าจะมีขีดความสามารถเหนือกว่าฮาร์ดแวร์ปัจจุบันถึง 200,000 เท่า อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีหลักที่ IBM ใช้งานอยู่คือ Superconducting Qubit ในขณะที่ HRL มุ่งเน้นการพัฒนาสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไปอย่าง Spin Qubit

แม้ทั้งสองเทคโนโลยีจะผลิตจากซิลิคอนและต้องการระบบหล่อเย็นแบบ Cryogenic Cooling แต่มีหลักการประมวลผลข้อมูลที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญดังนี้

  • Superconducting Qubits: สถาปัตยกรรมของ IBM ที่ประมวลผลผ่านวงจรเฉพาะทางอย่าง Josephson Junctions ซึ่งเกิดจากการนำตัวนำยิ่งยวดสองชิ้นมาคั่นด้วยฉนวน
  • Spin Qubits: สถาปัตยกรรมของ HRL ที่ทำการเข้ารหัสข้อมูลลงในอิเล็กตรอนที่ถูกกักเก็บไว้ใน Quantum Dots ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตหน้าจอแสดงผลระดับไฮเอนด์

จุดเปลี่ยนสำคัญคือขนาด เพราะในทางทฤษฎี Spin Qubit สามารถถูกย่อขนาดวงจรได้เล็กกว่า Superconducting Circuit อย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับกฎเกณฑ์การผลิตชิปดั้งเดิมที่ว่ายิ่งวงจรเล็ก ประสิทธิภาพยิ่งทวีคูณ การควบรวมเทคโนโลยีของ HRL เข้ามา จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ IBM สามารถขยายสเกลการประมวลผลและสร้างมาตรฐานใหม่ ๆ ได้หลังจากสิ้นสุดยุคของ Blue Jay ในปี 2033

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา HRL เพิ่งสร้างแรงกระเพื่อมในวงการด้วยการเปิดตัวชิปควอนตัมขนาด 18-spin-qubit ที่มาพร้อมนวัตกรรมโมดูลการจัดการแบบใหม่ โดยเปลี่ยนจากการใช้สายไฟขนาดใหญ่ที่ทำให้การออกแบบระบบซับซ้อน มาเป็นการใช้ Superconducting Interconnect ที่มีประสิทธิภาพและลดคอขวดในการจัดการ Qubit ได้จำนวนมาก

นอกจากศักยภาพด้านควอนตัมคอมพิวเตอร์แล้ว การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังทำให้ IBM ขยายฐานธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมอื่นไปพร้อมกัน ได้แก่ Quantum Sensors หรืออุปกรณ์เซ็นเซอร์ระดับควอนตัมที่มีความแม่นยำสูง และ Gallium Nitride (GaN) Fab โรงงานผลิตชิปแกลเลียมไนไตรด์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อระบบจัดการพลังงานประสิทธิภาพสูง

การประกาศเข้าซื้อ HRL เกิดขึ้นในสองเดือนงจากที่ IBM ประกาศแผนก่อสร้าง Quantum Wafer Fab โดยในช่วงแรกจะมุ่งเน้นที่เทคโนโลยี Superconducting Qubit ก่อนขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ต่อไป การตัดสินใจผนวกรวม HRL ในครั้งนี้จึงถือเป็นการวางหมากเชิงกลยุทธ์ที่เฉียบคม เพื่อรับประกันว่า IBM จะยังคงเป็นผู้นำของ Enterprise IT และ Quantum Computing อย่างเบ็ดเสร็จ

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/07/23/ibm-acquires-quantum-computing-research-lab-hrl/

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

Stripe จับมือ Advent ทุ่ม 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์ดึง PayPal ออกนอกตลาด

มีรายงานว่า Stripe และบริษัทลงทุนนอกตลาดอย่าง Advent International ได้ยื่นข้อเสนอมากกว่า 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อซื้อกิจการ PayPal ในข้อตกลงที่จะเปลี่ยนสถานะของ PayPal ให้กลายเป็นบริษัทเอกชน และนำหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านการชำระเงินออนไลน์เข้าสู่การควบคุมของคู่แข่งที่มีอายุน้อยกว่าและมีการเติบโตที่รวดเร็วกว่า

ETDA ส่งท้าย AIGW 2026 เปิดเวที “AI Red Teaming” ครั้งแรกของไทย ดึงภาคธนาคาร–เทคโนโลยี–ไซเบอร์ ทดสอบหาจุดเสี่ยง ของ AI เสริมความเชื่อมั่นภาคการเงิน [PR]

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Governance Center (AIGC) จับมือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)  ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (TB-CERT) …