[Guest Post] ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

การมาถึงของเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลไม่ได้ก่อให้เกิดเพียงแค่เปลี่ยนวิธีการทำงานขององค์กร แต่ยังทำให้เกิดความคาดหวังของลูกค้าและพนักงานที่มากขึ้นในการได้รับผลลัพธ์อย่างฉับไวจากแอปพลิเคชันและบริการที่ใช้ อะไรก็ตามที่ได้รับน้อยลงสามารถนำไปสู่ประสบการณ์ที่ไม่ดี ซึ่งหมายถึงการที่ลูกค้าไม่มีความสุขหรือพนักงานที่ไม่พอใจและอาจส่งผลในทางลบต่อองค์กรได้อย่างรวดเร็ว

แอปพลิเคชันที่ทันสมัยให้ความเชื่อมั่นอย่างสูงต่อการไหลของข้อมูลที่รวดเร็ว และในขณะที่มีปัจจัยหลายอย่างที่ควบคุมการตอบสนองของแอปพลิเคชันที่ทันสมัยเหล่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งนั้นคือโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งาน

นั่นหมายถึงทางเลือกที่องค์กรจะทำการเก็บข้อมูลที่ไหนและอย่างไร ซึ่งจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อผลที่จะได้รับในท้ายที่สุด

มุ่งสู่ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช (All Flash Storage)

การผลักดันอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้ได้รับการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความสนใจในการซื้อโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่มีความเร็วสูงสุด ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชจะกำจัดการใช้พื้นที่เก็บข้อมูลแบบ Rotating Disk โดยใช้ Solid State Drive (SSD) แทน เพื่อส่งมอบการตอบสนองที่เร็วที่สุดและมีค่าเวลาแฝงที่ต่ำที่สุด และเนื่องจากระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยี SSD หรือ All Flash Array ไม่เกี่ยวข้องกับมอเตอร์และชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวจึงใช้พลังงานน้อยกว่ามากและไม่ต้องขึ้นอยู่กับอัตราความล้มเหลวทางกลที่ส่งผลต่อระบบแบบที่ใช้ Rotating Disk

ในขณะที่ All Flash Array ถูกใช้ในเป็นพื้นฐานหรับงานที่มีปริมาณงานสูง เช่น ความต้องการของลูกค้าที่เร่งด่วน หรือ Time to Market ระบบการเงิน ความซับซ้อนของแอพพลิเคชั่นที่ครอบคลุมมากขึ้น เช่น แพลตฟอร์มประสบการณ์ของลูกค้า และการวิเคราะห์โดยใช้ AI ซึ่งหมายถึงว่าเมื่อเวลาผ่านไปจะมีกรณีการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นในการค้นพบในรายงานปี 2019 โดยกลุ่มวิจัย MarketsandMarkets ซึ่งพบว่ามูลค่าของตลาด All Flash Array จะเพิ่มขึ้นจาก 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2018 โดยเพิ่มเป็น 17.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023

ไม่ใช่ว่าการใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชใด จะมีประสิทธิภาพที่เท่าเทียมกัน

ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชต่าง ได้รับการเสนอเข้าสู่ตลาด แต่เนื่องด้วยด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว  ตลอดจนการออกแบบโดยการเปรียบเทียบผลได้ผลเสียจากการปรับปรุงประสิทธิภาพที่ทำโดยผู้ขายบางราย สิ่งนี้จึงมีผลทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังอยู่ไกลจากการมีประสิทธิภาพที่เท่าเทียมกัน

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ควบคุมการทำงานของ All Flash Array คือ โปรโตคอลการสื่อสารที่เคลื่อนย้ายข้อมูลเข้าและออกจากไดรฟ์ เทคโนโลยีระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชที่ดีที่สุดใช้โปรโตคอล NVMe (Non-Volatile Memory Express) ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ Flash Media ที่มีความเร็วสูงและรองรับการสื่อสารโดยตรงระหว่าง CPU และ SSD เพื่อลดเส้นทางการจัดส่งและลดเวลาแฝงจากต้นทางถึงปลายทาง

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือ จำนวนของระบบควบคุมการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถรองรับได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับประสิทธิภาพของหน่วยจัดเก็บข้อมูลและการคงทนต่อความเสียหายโดยรวม

และในขณะที่เทคโนโลยีระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชให้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีก่อนหน้า ดังนั้นผู้ซื้อจึงต้องพิจารณามูลค่าการลงทุนระยะยาวและตรวจสอบต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) โดยรวมเป็นเวลาห้าปี

ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบที่มีทั้งประสิทธิภาพสูงและความน่าเชื่อถือ

หัวเว่ยตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อการมีประสิทธิภาพสูงของระบบ โดยเสนอระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชรุ่นใหม่ OceanStor Dorado ซึ่งประกอบด้วยชิปอัจฉริยะห้าตัวที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงาน เครื่องมือสร้างความแตกต่างนี้จะช่วยให้สามารถส่งมอบประโยชน์ของเทคโนโลยีระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชขั้นสูงพร้อมประสิทธิภาพที่โดดเด่นและและต้นทุนการเป็นเจ้าของที่น่าดึงดูดสำหรับระยะเวลา 5 ปี

OceanStor Dorado ของ Huawei ใช้โปรโตคอล NVMe ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อรองรับการสื่อสารโดยตรงระหว่าง CPU และ SSD ซึ่งหมายความว่ามีเวลาแฝงที่เร็วที่สุดที่ 0.081ms (ทดสอบโดย Enterprise Strategy Group, ESG) นอกจากนี้ยังสนับสนุน NOF ของ FC ที่เข้ากันได้กับเครือข่ายเดิมเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการลงทุน นอกจากนี้ OceanStor Dorado ยังรองรับเครือข่าย IP แบบ Full-based RDMA ทำให้สามารถใช้เครือข่ายเดียวต่อศูนย์ข้อมูลแทนเครือข่ายทั้งสามที่จำเป็นต้องใช้แบบดั้งเดิม ซึ่งทำให้การจัดการง่ายขึ้นอย่างมาก Huawei เป็นบริษัทแรกที่ใช้โปรโตคอล Full end to End NVMe

OceanStor Dorado รองรับระบบการขยายหน่วยควบคุมการจัดเก็บข้อมูลมากถึง 32 controllers ซึ่งมีความสามารถในการปรับขยายได้และมีประสิทธิภาพระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม 20 ล้าน IOPS ซึ่ง Smart Matrix เป็นฟีเจอร์ที่ทำให้สตอเรจมีความเสถียร โดยสามารถทำงานได้ต่อเนื่อง แม้จะหน่วยควบคุมจะเสียพร้อมกันถึง 7 controllers โดยไม่ทำให้การบริการหยุดชะงัก ในกรณีที่ระบบควบคุมการจัดเก็บข้อมูลทำงานล้มเหลว ระบบจะสามารถทำการ Load Balancing ได้ถึง 100% โดยไม่กระทบกับโฮสต์ นี่คือความสามารถที่ไม่เหมือนใครสำหรับข้อเสนอของ Huawei ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับความน่าเชื่อถือในการจัดเก็บข้อมูล

สถาปัตยกรรม AI แบบ 3-layer ช่วยให้องค์กรจัดการข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ ด้วยการจัดการและการทำนายข้อมูลอัจฉริยะที่ใช้ในการให้คำแนะนำการจัดการที่เหมาะสม ชิป AI ในตัวใช้สำหรับการจัดการแบบที่ถูกทำให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นและมีความสะดวกสบายเพื่อเปิดใช้งาน O&M อัตโนมัติสำหรับเครื่องมือจัดการข้อมูล DME ที่อยู่ภายในศูนย์ข้อมูลแบบครบวงจร และเพื่อวิธีการเรียนรู้แบบอัตโนมัติด้วยการเลียนแบบการทำงานของโครงข่ายประสาทของมนุษย์ การฝึกอบรมเพิ่มเติม และการวิเคราะห์ฐานข้อมูลอัจฉริยะของข้อมูลปริมาณมหาศาลบนคลาวด์

การผสานการเชื่อมต่อ 3-layer ระหว่าง อุปกรณ์ ศูนย์ข้อมูล และคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอัจฉริยะสำหรับอุปกรณ์ โดยการสนับสนุนการเรียนรู้ประสบการณ์การจัดการระหว่างอุปกรณ์ภายในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้ดีขึ้น

ต้นทุนการเป็นเจ้า (TCO) ที่ลดลงโดยการรวมกลุ่มของเทคโนโลยีที่เพิ่มเติมขึ้น รวมถึงการลดพื้นที่การเก็บข้อมูลและการบีบอัดข้อมูลอัจฉริยะสามารถช่วยการลดรูปข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ  สิ่งนี้จะช่วยลดพื้นที่การจัดเก็บโดยรวม ตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการทำความเย็นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จากการทบทวนทางเทคนิคของ ESG นั้น OceanStor Dorado สามารถลดต้นทุนการเป็นเจ้าของสำหรับระยะเวลา 5 ปี ลงได้ 78% เมื่อเทียบกับระบบจัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริดทางเลือก

FLASH EVER เป็นโปรแกรมที่ช่วยปกป้องการลงทุนของลูกค้า ซึ่ง OceanStor Dorado นั้น สามารถอัปเกรดระบบควบคุมการจัดเก็บข้อมูล (Controller) เป็นเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด และรองรับการดำเนินงานและการแบบ Intelligent O&M

การบริการอัปเกรด FLASH EVER รองรับการไม่ต้องย้ายข้อมูลเป็นเวลา 3 Storage Generation ใน 10 ปี โดยมีการแทนที่ระบบควบคุมการจัดเก็บข้อมูลรุ่นต่อไปอย่างราบรื่น รับประกันการหยุดให้บริการเป็นศูนย์ การแทนที่ระบบควบคุมการจัดเก็บข้อมูลออนไลน์โดยใช้ GUI และเป็นระบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ FLASH EVER ยังรวมบริการรับประกันความจุที่มีประสิทธิภาพของ Huawei ซึ่งรับประกันการให้บริการจำนวนที่ระบบจะต้องจัดเก็บข้อมูลได้จริงเพื่อลดต้นทุนการซื้อและระดับจำกัดของการใช้งาน โดยการให้บริการเหล่านี้ทั้งหมดรับประกันโดยมีการใช้กำลังการผลิตที่เหมาะสมและมีความต่อเนื่องในการบริการสำหรับลูกค้า

การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและบริการที่นำเสนอนี้ทำให้บริษัทวิจัย ESG รายงานว่า OceanStor Dorado มอบประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่องในเวลาการตอบสนองที่ต่ำมาก และเหมาะสมอย่างยิ่งในการรองรับแอพพลิเคชันทางธุรกิจในโลกแห่งความจริงที่ทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง

การขับเคลื่อนไปสู่ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้นซึ่งไม่ได้แสดงสัญญาณของการชะลอตัว สิ่งนี้ได้ทำให้การเปลี่ยนไปสู่ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับหลาย องค์กร ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชรุ่นใหม่ OceanStor Dorado ของ Huawei ให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของประสิทธิภาพที่สูง มีความน่าเชื่อถือ และก่อให้เกิดความประหยัดในระยะยาว

ภาคผนวกลิงค์อ้างอิง:

ESG Technical Review: Huawei OceanStor Dorado V6 All-flash Storage
Huawei’s new-generation OceanStor Dorado all-flash storage system and ‘Flash Only+’ promotion program



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Dell Technologies Forum 2020 วันนี้รับสิทธิลุ้นโน๊คบุ้ค Dell Latitude 7400 2-in-1 ทันที !!

คุณอาจเป็นหนึ่งในห้าผู้โชคดีที่ได้เป็นเจ้าของ Dell Latitude 7400 2-in-1 โน๊ตบุคระดับพรีเมี่ยมสำหรับธุรกิจที่สามารถปรับเป็นแทปเลตตามความต้องการใช้งานได้ หากคุณลงทะเบียนร่วมงานก่อนวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ลงทะเบียนด่วน และเข้าร่วมงาน Dell Technologies Forum เพื่อรับสิทธิ์ในการร่วมชิงเป็นหนึ่งในห้าผู้โชคดีที่จะได้เป็นเจ้าของรางวัล Early Bird ด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

วางระบบ AI-Ready Infrastructure ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาไปจนถึง Edge-to-Cloud ด้วย Dell Technologies

ในปี 2021 ที่กำลังจะมาถึงนี้ การลงทุนของธุรกิจองค์กรเพื่อพัฒนาระบบ AI สำหรับนำมาใช้งานในภาคธุรกิจนั้นก็ยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Dell Technologies เองก็มีโซลูชันที่พร้อมตอบโจทย์ได้ในทุกความต้องการทางด้าน AI Infrastructure ด้วย Hardware ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับแต่ละงานสำคัญ ดังนี้