HPE ชนะคดี Oracle ได้เงินค่าเสียหาย 105,000 ล้านบาท ฐาน Oracle เลิกสนับสนุน Intel Itanium

ศาลได้ตัดสินให้ HPE ชนะคดี Oracle ที่ยืดเยื้อกันมาตั้งแต่ปี 2011 เนื่องจาก Oracle เลิกสนับสนุนซอฟต์แวร์ต่างๆ บน CPU Intel Itanium จนทำให้ธุรกิจของ HPE เสียหาย และ Oracle ต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวน 3,000 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 105,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

Credit: www.BillionPhotos.com/ShutterStock
Credit: www.BillionPhotos.com/ShutterStock

คดีนี้เริ่มต้นกันตั้งแต่ HPE ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ HP อยู่ โดย HP นั้นมีสายการผลิตของ Server ประสิทธิภาพสูงที่ใช้ CPU Intel Itanium อยู่ และอ้างว่า Oracle เองก็ติดสัญญาว่าจะต้องสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่ทำงานบน CPU รุ่นนี้ แต่ทาง Oracle ได้ปฏิเสธประเด็นนี้จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางศาลขึ้นมา

ในศาลชั้นต้นนั้นได้ตัดสินให้ HP (ก่อนแยก HPE ออกมา) ชนะคดีนี้ และ Oracle ต้องพัฒนาซอฟต์แวร์ที่รองรับ Intel Itanium ต่อไปจนกว่า HP จะเลิกใช้ CPU ตระกูลนี้ แต่คดีความยังไม่จบและมีการต่อสู้กันต่อในกระบวนการทางศาล

จนมาถึงเคสปัจจุบันนี้ที่ศาลก็ได้ตัดสินให้ HPE ชนะคดี และยังมีการประเมินค่าเสียหายเชิงธุรกิจที่เกิดขึ้นกับ HPE เป็นมูลค่าถึง 3,000 ล้านเหรียญ แปลงเป็นเงินไทยได้ 105,000 ล้านบาท

นับเป็นการแพ้คดีในชั้นศาลครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ของ Oracle แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้แพ้คดีให้กับ Google ในกรณีของการใช้ Java API มาก่อน

ที่มา: http://www.networkworld.com/article/3090415/hpe-has-won-3-billion-in-a-lawsuit-against-oracle.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

แทนเจอรีน ผนึกกำลัง Google Cloud เปิดตัว “Gemini Enterprise Experience Center” ศูนย์การเรียนรู้ AI เพื่อขับเคลื่อน Work Transformation ในประเทศไทย [Guest Post]

เดินหน้าเร่งองค์กรไทยสู่ยุค Agentic AI ผ่านกรณีศึกษาจริงและคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ

OpenAI เช่าดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 10 กิกะวัตต์ในรัฐ Ohio จาก SB Energy ของ SoftBank

OpenAI ประกาศเซ็นสัญญาเช่าคลัสเตอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในรัฐ Ohio เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยจะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 กิกะวัตต์รองรับการใช้งาน