ถอดประเด็นสำคัญจากงาน Honeywell Partner Insight 2025 เผยแผนกลยุทธ์ ปรับยุทธศาสตร์องค์กร เพื่อความคล่องตัวทางเทคโนโลยี

งานสัมมนา Honeywell Partner Insight 2025 ภายใต้ธีม “Warrior Spirits Power to Win” ไม่ได้เป็นเพียงการรวมพลของพันธมิตรทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการปรับตัวทางยุทธศาสตร์ขององค์กรครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับพลวัตของตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม

การเดินทางของ Honeywell กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความคล่องตัว (Agility) สูงสุด ที่เน้นความยืดหยุ่น การปรับตัวอย่างรวดเร็วในทุกการเปลี่ยนแปลง และการทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ค โดยเปิดเผยแผนกลยุทธ์ที่เรียกว่า “Smaller Business Trend” ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรให้เล็กลงผ่านการแยกกิจการ (Spin-offs) เพื่อเพิ่มความสามารถในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม (R&D) อย่างรวดเร็ว

การแยกกิจการ (Spin-offs) และการเพิ่มความคล่องตัว (Agility)

ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดเล็กลง (Smaller Business Trend) ผ่านกระบวนการ Spin-offs เป็นกลไกสำคัญที่ Honeywell นำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการพัฒนานวัตกรรม

  • แนวคิดทางยุทธศาสตร์: การแยกหน่วยธุรกิจ หรือ Spin-offs ช่วยให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นทรัพยากรไปที่ส่วนงานหลักที่มีอัตราการเติบโตสูง (High-Growth Segments) ได้อย่างเต็มที่ การลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กร (Organizational Complexity) จะนำไปสู่การตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • ผลกระทบต่อ R&D: การแยกส่วนงานยังกระตุ้นให้หน่วยธุรกิจที่ถูกแยกออกไปมีความเป็นอิสระในการแสวงหาเงินทุนและพัฒนานวัตกรรม (R&D) ของตนเองได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกมองว่าเป็น “ข้อดี” ที่จะเร่งให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในทุกกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ดร.คมกริช ไพฑูรย์ Country Director, Honeywell Thailand กล่าวในช่วงเปิดงานว่า “การปรับทัพครั้งนี้ถูกมองเป็น “ข้อดี” ที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่ต้องการความฉับไว”

Honeywell ได้เปิดตัวอาวุธชุดใหม่ที่เน้นนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขันในตลาดค้าปลีกและโลจิสติกส์ (Retail & T&L) การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนมาตรฐานอุตสาหกรรม (Industry Standards) สำหรับอุปกรณ์ Mobile Computer และ Scanner:

1. ScanPal EDA51: อนาคตที่รองรับ AI

Mobile Computer รุ่นใหม่นี้ถูกนำมาเพื่อทดแทนรุ่น 45XX และ 45-X0 โดยมีจุดขายที่โดดเด่นที่สุดคือการมองไปสู่อนาคต:

  • AI Ready: ติดตั้งชิปเซ็ต SI (Silicon Intelligence) ที่รองรับแอปพลิเคชัน AI ให้ลูกค้ามั่นใจว่าอุปกรณ์พร้อมสำหรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
  • อายุยาวนาน: รับประกันการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android 13/14 ไปจนถึงปี 2030 (รองรับถึง OS 15) ซึ่งตอบโจทย์ด้านความเสถียรและความปลอดภัยระยะยาว
  • การใช้งานที่ยืดหยุ่น: หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว และมีตัวเลือกแบตเตอรี่ที่รองรับ Wireless Charging

2. CK67: ขุมพลังสำหรับสมรภูมิที่ท้าทาย

แม้ว่า CK65 จะยังจำหน่ายอยู่ แต่ Honeywell แนะนำให้เริ่มผลักดัน CK67 สำหรับโปรเจกต์ใหม่ ๆ เนื่องจากมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่น CK67 ATEX สำหรับสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงอันตรายในกลุ่มปิโตรเคมีและเคมี (ATEX) และยังมีตัวเลือกแบตเตอรี่ที่หลากหลายถึง 5 ชนิด เพื่อให้สอดรับกับความต้องการในการใช้งานทุกรูปแบบ

3. PC41: รุกตลาดสุขภาพและค้าปลีกเฉพาะทาง

เครื่องพิมพ์ตั้งโต๊ะ (Desktop Printer) รุ่น PC41 ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะตลาด Hospital/Healthcare และกลุ่ม Anti-retail โดยเฉพาะรุ่น PC41E ได้นำฟีเจอร์ระดับสูง เช่น Option Cutter, Peel-off, และ Wireless มาใส่ในรุ่นเริ่มต้น ทำให้มีราคาที่แข่งขันได้ดีและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าโรงพยาบาลและคลินิก

4. นวัตกรรม Green Laser Scan Engine

เทคโนโลยีเลเซอร์สีเขียวถูกนำมาใช้ในเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน: จุดเด่นคือจุดเล็งที่ใหญ่และมองเห็นชัดเจนกว่าสีแดง, สบายตา และมีระยะยิงที่ดีกว่า รวมถึงความสามารถในการสแกนได้ในมุมที่กว้างเกือบ 90 องศา

หัวใจสำคัญของงานสัมมนาปีนี้คือการประกาศอย่างชัดเจนว่า พาร์ทเนอร์ต้องเปลี่ยนจากการขายแค่ “กล่อง” (Hardware) ไปสู่การขาย “โซลูชันที่ครบวงจร”

การผนึกกำลังกับ SOTI ไม่ใช่แค่การเป็นพันธมิตรด้าน EMM (Enterprise Mobility Management) แต่เป็นการขยายขอบเขตการให้บริการไปสู่ Intelligent Operations Management อย่างสมบูรณ์:

  • SOTI Connect (IoT/IT Management): แพลตฟอร์มนี้ตอบโจทย์ความท้าทายของ IoT Heterogeneity โดยอนุญาตให้องค์กรสามารถจัดการ, มอนิเตอร์, และรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT/IT ที่หลากหลายยี่ห้อ (Multi-vendor Environment) ได้จากศูนย์กลางเดียว (Centralized Console) โดยเฉพาะ Printer Management ที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะวัสดุสิ้นเปลืองได้แบบเรียลไทม์ (Real-time Consumables Monitoring) ซึ่งนำไปสู่การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
  • SOTI XSight (Predictive Analytics): การใช้ Data Analytics มาวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของอุปกรณ์ (Device Health Data) เพื่อ คาดการณ์ปัญหา (Predictive Maintenance) ก่อนที่จะเกิดความล้มเหลว (Failure) เป็นการเปลี่ยนจากปฏิกิริยา (Reactive) มาเป็นการจัดการเชิงรุก (Proactive Management) ซึ่งช่วยลด Downtime และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฝ่าย IT
  • SOTI Snap (Low-Code/No-Code Development): โซลูชันนี้ช่วยเร่งกระบวนการ Digital Transformation โดยเฉพาะในองค์กรที่ยังคงใช้ Workflow แบบ Paper-based การที่ AI สามารถแปลงฟอร์มกระดาษให้เป็น Mobile Application ได้อย่างรวดเร็ว (Rapid Application Development) ช่วยลดความต้องการทักษะการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน (Reducing Coding Barrier) และลด Time-to-Market สำหรับแอปพลิเคชันทางธุรกิจ

โอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน: การสร้าง Recurring Revenue

การเน้นย้ำเรื่อง License Renewal และ Service Contract เป็นการเปลี่ยนรูปแบบรายได้ของพาร์ทเนอร์จาก Transactional (การขายครั้งเดียว) ไปสู่ Recurring Revenue Model (รูปแบบรายได้ประจำ):

  • อัตรา Renewal Rate 98% ของ SOTI: ตัวเลขนี้บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นและคุณค่าที่ลูกค้าได้รับจากซอฟต์แวร์ (Customer Stickiness) ซึ่งหมายถึงโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ (Predictable Revenue Stream) สำหรับพาร์ทเนอร์
  • Bundle Service: การเสนอขายโซลูชัน SOTI ควบคู่ไปกับ Hardware ของ Honeywell ในรูปแบบ “Bundle Service” เป็นการเพิ่มมูลค่าการขาย (Increased Average Deal Value) และตอกย้ำภาพลักษณ์ของพาร์ทเนอร์ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร (End-to-End Solution Provider)

ตลาด AIDC ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี Barcode, Mobile Computing, RFID, และ Image Scanning เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยีดิจิทัลและวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption)

ภาพรวมการเติบโตของตลาด AIDC ทั่วโลก

ตลาด AIDC ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ในช่วงประมาณ 7.2% ถึง 11.8% ในช่วงปี 2025 – 2034 สะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

แนวโน้มทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลาด (Technological Shifts)

ตลาด Barcode/AIDC กำลังก้าวข้ามจากฮาร์ดแวร์พื้นฐานไปสู่ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Automation)

การหลอมรวม AI, IoT, และ Mobile Computing

  • AI-Driven Imaging และ Computer Vision: อุปกรณ์ Barcode Scanner และ Mobile Computer รุ่นใหม่ (เช่น Honeywell EDA51 ที่มีชิปเซ็ต SI) กำลังรวมความสามารถของ AI เข้าไปในตัวเครื่อง (Edge Computing) เพื่อการอ่านโค้ดที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น แม้กระทั่งโค้ดที่เสียหาย, มัว, หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
  • IoT และ Real-time Tracking: การบูรณาการ AIDC เข้ากับแพลตฟอร์ม IoT (เช่น SOTI Connect) ช่วยให้สามารถติดตามสถานะของสินทรัพย์ (Asset Tracking) และอุปกรณ์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่ง

การเปลี่ยนผ่านจาก Laser เป็น Image Scanning

  • Image Scanning Dominance: เครื่องสแกนแบบ Image (Imager) ได้เข้ามาแทนที่เครื่องสแกนแบบ Laser ในการจัดส่งอุปกรณ์ใหม่ส่วนใหญ่ เนื่องจากมี ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) ในการอ่านโค้ด 1D/2D, QR Code, และโค้ดบนหน้าจอโทรศัพท์ได้หลากหลายมุมมองและสภาพแสง (รวมถึงการใช้ Green Laser เพื่อเพิ่ม Ergonomics)

การขยายตัวของโซลูชันซอฟต์แวร์ (Solution-Centric Approach)

  • EMM/MDM และ Analytics: การขายซอฟต์แวร์ควบคู่ไปกับฮาร์ดแวร์ (Solution Selling) ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญ การจัดการอุปกรณ์พกพา (EMM/MDM) และแพลตฟอร์มวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) เช่น SOTI XSight และ SOTI Connect กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าสามารถลด Downtime และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานอุปกรณ์ในระยะยาว

ตลาด Mobile Computer กำลังได้รับแรงขับเคลื่อนอย่างมากจากโอกาสในภาคอุตสาหกรรมหลัก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Retail & E-commerce ที่ต้องการเครื่องมือเพื่อรองรับการเติบโตของ Omnichannel และการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) ในขณะเดียวกัน ภาค Healthcare ก็เปิดโอกาสในการใช้เทคโนโลยี Barcode/RFID เพื่อปรับปรุงการติดตามยาและการระบุตัวตนผู้ป่วยให้แม่นยำขึ้น นอกจากนี้ ภาค Logistics & Manufacturing ยังมีความต้องการระบบติดตามย้อนกลับ (Traceability) และการควบคุมคุณภาพในสายการผลิตอย่างเร่งด่วน โอกาสเหล่านี้ยังส่งผลดีต่อกลยุทธ์ของพาร์ทเนอร์ ในการสร้าง Recurring Revenue หรือรายได้ประจำที่มั่นคงจากการขายสัญญาบริการและการต่ออายุ License ซอฟต์แวร์

อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ยังเผชิญกับความท้าทายสำคัญหลายประการ Cost of Integration หรือต้นทุนการติดตั้งและบูรณาการระบบที่สูงยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับกลุ่ม SMEs ส่วนในภาค Healthcare นั้น ต้องเผชิญกับ Security & Compliance ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐบาลในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียนยังประสบปัญหา Infrastructure Gaps ด้านการเชื่อมต่อและการขาดแคลนแรงงานทักษะสูง ท้ายที่สุด ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพาร์ทเนอร์คือ Commoditization of Hardware หรือการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดฮาร์ดแวร์ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปเน้นการขาย “มูลค่า” ของโซลูชันและบริการที่ครบวงจรแทน

โดยสรุปแล้ว Honeywell กำลังผลักดันให้พาร์ทเนอร์ของตนก้าวขึ้นมาเป็น Strategic Technology Consultants ที่สามารถนำเสนอโซลูชันที่ชาญฉลาด (Intelligent Solutions) ซึ่งผสมผสานฮาร์ดแวร์ที่ล้ำสมัยเข้ากับซอฟต์แวร์วิเคราะห์และการจัดการที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

หากท่านใดสนใจโซลูชันและผลิตภัณฑ์ของ “ฮันนี่เวลล์” สามารถติดต่อได้ทันทีที่ “วีเอสที อีซีเอส”

อีเมล : honeywell@vstecs.co.th | noppon@vstecs.co.th

โทร. : 0 2032 9999

 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

VST ECS (Thailand) เสริมพอร์ตโซลูชันจัดการข้อมูลรับยุค AI จับมือ LT ZERO เป็นผู้จัดจำหน่ายรายเดียวในไทย [PR]

27 เมษายน 2569 – บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ VST ECS (Thailand) ในเครือวีเอสที อีซีเอส …

เปิดกรณีศึกษาจาก MFEC ที่ยกระดับองค์กรต่าง ๆ ด้วย AI และแนวคิด Solution-Ready กับการเพิ่มขีดจำกัดการแข่งขันได้จริง

องค์กรส่วนใหญ่ในไทยกำลังเผชิญกับภาพลวงตาของเทคโนโลยี AI สถิติชี้ชัดว่าหลายแห่งลงทุนไปแล้วแต่ไม่เห็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม สาเหตุหลักมาจากการนำ AI ไปจำกัดกรอบอยู่แค่การเพิ่มความสะดวกสบายระดับบุคคล เช่น การสรุปการประชุม หรือการจัดเตรียมเอกสาร ซึ่งทุ่นแรงพนักงานได้จริง แต่ไม่สามารถแปลงเป็นผลกำไร หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับองค์กรได้