เมื่อเร็ว ๆ นี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลก โดยเฉพาะเมื่อศูนย์ข้อมูลหรือโครงข่ายของผู้ให้บริการ Public Cloud รายใหญ่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น สงคราม ภัยพิบัติ ปัญหาพลังงาน หรือระบบโครงข่ายขัดข้อง ตามที่ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบข่าวเป็นอย่างดีนั้น เหตุการณ์ลักษณะนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ Cloud Platform ระดับโลกจะมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความพร้อมใช้งานสูง แต่หาก Region ใด Region หนึ่งเกิดปัญหาจากความเสี่ยงที่อยู่เหนือการควบคุม ก็อาจส่งผลต่อการเข้าถึงข้อมูลและความต่อเนื่องของระบบธุรกิจได้ทันที
ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ให้บริการ Cloud เท่านั้น แต่ยังส่งต่อมายังองค์กรผู้ใช้บริการและ End User โดยตรง องค์กรอาจเผชิญกับประเด็นระบบสำคัญหยุดชะงัก ข้อมูลเข้าถึงไม่ได้ หรือกระบวนการทำงานล่าช้า ขณะที่ผู้ใช้งานปลายทางอาจพบปัญหาเว็บไซต์ล่ม แอปพลิเคชั่นใช้งานไม่ได้ หรือระบบชำระเงินขัดข้อง เป็นต้น

ในประเด็นสำคัญนี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก GWS CLOUD ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์, การสำรองข้อมูล (Backup) และบริการกู้คืนจากภัยพิบัติ (Disaster Recovery) รายใหญ่จากไต้หวัน ได้ให้คำแนะนำว่า ประเด็นสำคัญสำหรับองค์กรยุคใหม่ไม่ใช่เพียงการ “ใช้ Cloud” หรือการย้ายระบบขึ้น Cloud เท่านั้น แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรม Cloud ให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพราะในยุคที่ความไม่แน่นอนระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ภัยพิบัติ ปัญหาพลังงาน หรือเหตุขัดข้องของโครงข่าย สามารถส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้ตลอดเวลา องค์กรจึงไม่ควรมอง Backup และ Disaster Recovery เป็นเพียงระบบเสริมทางเทคนิค แต่ควรยกระดับให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Business Continuity ที่ช่วยให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อได้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
ดังนั้น เมื่อองค์กรวางแผนกลไกการปกป้องข้อมูล โดยทั่วไปสามารถเริ่มได้จาก 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การสำรองข้อมูล (Backup) และ Disaster Recovery แบบข้ามพื้นที่/ภูมิภาค
- ด้าน Backup มุ่งเน้นการรับมือกับความเสี่ยงที่มักเกิดขึ้นในการดำเนินงานประจำวัน เช่น การลบข้อมูลผิดพลาด ความเสียหายของฮาร์ดแวร์ หรือระบบขัดข้องในระดับย่อย GWS CLOUD สามารถช่วยให้องค์กรสำรองข้อมูลจากระบบ On-Premise ไปยังสภาพแวดล้อม Cloud พร้อมกำหนดรอบการสำรองข้อมูลและรูปแบบการจัดเก็บตามความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดปัญหา และลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
- ด้าน Disaster Recovery เหมาะสำหรับการรับมือกับเหตุการณ์ที่มีผลกระทบรุนแรงกว่า เช่น ภัยพิบัติขนาดใหญ่ ระบบขัดข้องในระดับภูมิภาค หรือกรณีที่ Region ใด Region หนึ่งไม่สามารถให้บริการได้ GWS CLOUD สามารถผสานการใช้งานเครื่องมือ Backup ชั้นนำอย่าง Veeam ร่วมกับเทคโนโลยี VMware Virtualization เพื่อช่วยให้องค์กรสร้างกลไก DR แบบข้ามพื้นที่บนโครงสร้างระบบเดิม นอกจากนี้ยังสามารถขยายไปยัง Cloud Region ในต่างประเทศ เช่น ไต้หวันและเวียดนาม เพื่อเสริมความพร้อมใช้งานของระบบ ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ และยกระดับความยืดหยุ่นในการดำเนินงานข้ามภูมิภาคขององค์กร
สำหรับองค์กรที่ยังใช้ระบบ On-Premise เป็นสภาพแวดล้อมเซิร์ฟเวอร์หลัก GWS CLOUD ยังสามารถให้คำปรึกษาด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ และการวางแผน Disaster Recovery / DR Site ได้ โดยองค์กรสามารถใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier IV ของ GWS CLOUD เป็นสภาพแวดล้อมสำรอง เพื่อช่วยเพิ่มเสถียรภาพของระบบ ความสามารถในการกู้คืนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบเดิมทั้งหมด
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความสำคัญของการวางแผน Disaster Recovery ในภาคธุรกิจ Healthcare คือกรณีของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการตรวจรักษาแบบครบวงจร และให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ แม้โรงพยาบาลดังกล่าวจะมีระบบเซิร์ฟเวอร์หลักพร้อมใช้งานอยู่แล้ว แต่ภายหลังเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีม IT ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความต่อเนื่องในการให้บริการมากยิ่งขึ้น จึงเข้ามาขอคำปรึกษาจาก GWS CLOUD เพื่อหาแนวทางลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด
จากการรับฟังปัญหาและข้อกังวลของลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทีมผู้เชี่ยวชาญของ GWS CLOUD ได้ออกแบบและนำเสนอโซลูชั่น DR Site โดยแยกระบบสำรองออกจากระบบหลัก และนำไปวางไว้บนโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ระดับ Tier 4 ของ GWS CLOUD ซึ่งตั้งอยู่ภายในประเทศไทย เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถมีสภาพแวดล้อมสำรองที่พร้อมรองรับในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ภัยธรรมชาติ เหตุขัดข้องของระบบหลัก หรือสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงพยาบาล
แนวทางดังกล่าวช่วยให้โรงพยาบาลสามารถลดความกังวลด้านความต่อเนื่องของระบบงานสำคัญ และเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินงานระยะยาว โดยหากเกิดภาวะวิกฤตที่ส่งผลต่อระบบหลัก ลูกค้าสามารถติดต่อ Call Center ของ GWS CLOUD ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานในการเปิดใช้งานระบบสำรองที่ DR Site ได้อย่างทันท่วงที กรณีนี้จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการนำเทคโนโลยี Cloud และ Disaster Recovery มาประยุกต์ใช้จริงในอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทย เพื่อช่วยเสริมความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความพร้อมขององค์กรในการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต
GWS CLOUD ได้สั่งสมประสบการณ์และกรณีตัวอย่างความสำเร็จในประเทศไทยจากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิตแบบดั้งเดิม การแพทย์ และซอฟต์แวร์ อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เช่น BSI ISO 27001, 27011, 27017, 27018, CSA STAR Level 2 และ dSURE Cloud Certification จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมรองรับการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยผ่านกลไกการเข้ารหัส เช่น IPSec VPN และ L2VPN เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลระหว่างการรับส่ง และสร้างสภาพแวดล้อม Cloud ที่มั่นคง ปลอดภัย และเชื่อถือได้สำหรับองค์กรต่าง ๆ
ต้องการขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือสนใจบริการ GWS CLOUD โปรดติดต่อ
โทร/Phone: +66 2 016 6586
LINE: @gwscloud
Email: support@gwscloud.com
Facebook: https://www.facebook.com/GWSCLOUD
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย











