ADPT

[Guest Post] N Health พัฒนาระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิตู้เก็บวัคซีน เช็กข้อมูลเรียลไทม์บนโมบายแอปฯ รับกระแสวัคซีนโควิด-19

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงพยาบาลหรือหน่วยงานต่างๆ เตรียมสั่งซื้อวัคซีนโควิด-19 มาเพื่อฉีดให้กับประชาชน ส่งผลให้ ‘ตู้แช่ยาและวัคซีน’ กลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อเก็บรักษายาและวัคซีน  โดยวัคซีนแต่ละชนิดล้วนมีการเก็บรักษาอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเกิดความคลาดเคลื่อนของอุณหภูมิตู้แช่ยาและวัคซีน อาจส่งผลให้ยาหรือวัคซีนมีประสิทธิภาพลดลง

 

นายเอกรักษ์ อำไพภักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการด้านบริการเทคโนโลยีการทดสอบ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) เปิดเผยว่า ทีมวิศวกรทางการแทพย์จาก N Health ผู้ให้บริการด้านการสนับสนุนบริการทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาล ได้พัฒนาระบบการแจ้งเตือนระดับอุณหภูมิภายในตู้แช่ยาหรือวัคซีน ผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบ IOS ระบบ Android ภายใต้ชื่อ Smart Application on Temperature Alert” สำหรับตู้เย็นเก็บยาและวัคซีน เพื่อความปลอดภัยและควบคุมอุณหภูมิที่ได้ตามมาตรฐาน  ทำให้หน่วยงานต่างๆ เกิดความมั่นใจในการเก็บรักษายาและวัคซีน ที่ผ่านการควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐานก่อนจะนำไปใช้กับผู้ป่วย โดยสามารถควบคุม ตรวจสอบและดูข้อมูลได้ตลอดเวลาผ่านทางระบบมือถือและอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ การพัฒนา Smart Application on Temperature  Alert เกิดขึ้นจากปัญหากระแสไฟฟ้าที่จ่ายเข้าสู่ตู้แช่ยาดับทั้งระบบ และไม่มีระบบสำรองไฟฟ้า ทำให้เมื่อไฟฟ้าดับหรือกระแสไฟฟ้าตก การทำงานของตู้แช่จะหยุดทันที และระบบต่างๆหยุดทำงานแด้วย จึงไม่มีการแจ้งเตือนของระบบไปยังผู้ดูแล ส่งผลให้เกิดความเสียหาย  ต่อประสิทธิภาพของยาและวัคซีน และมีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก

รูปแบบการทำงานของระบบ จะติดตั้งเซ็นเซอร์วัดระดับอุณหภูมิไว้ เมื่ออุณหภูมิตู้เแช่ยาหรือวัคซีน มีค่าผิดปกติไปจากค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ระหว่าง 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส ระบบจะทำการส่งข้อมูลการแจ้งเตือนไปยังเว็บเบราว์เซอร์และแอปพลิเคชันบนมือถือของผู้ดูแลระบบ ภายในเวลา 1 นาที โดยระบบสามารถแจ้งเตือนความผิดปกติของตู้แช่ยาหรือวัคซีนแยกตามพื้นที่ได้

สำหรับ Smart Application on Temperature  Alert จะช่วยให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่หลักในการเก็บรักษายาหรือวัคซีน คือ แผนกเภสัชกรรม และคลังยา สามารถควบคุมมาตรฐานความแม่นยำการรักษาอุณหภูมิของการจัดเก็บยาและวัคซีนให้คงประสิทธิภาพสูงสุดและเชื่อมั่นว่าหากเกิดปัญหาอย่าง ตู้แช่เสีย เกิดมีอุบัติเหตุไฟดับหรือไฟตกต่างๆ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เพราะหากอุณหภูมิภายในตู้แช่ยาและวัคซีนมีความคลาดเคลื่อน จะส่งผลให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง เปอร์เซ็นต์ในการที่ฉีดไปแล้วประสบความสำเร็จก็จะน้อยลง การเก็บรักษาวัคซีนให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด จะทำให้มีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่อนำไปฉีดให้ผู้ป่วยหรือประชาชน

หน่วยงานวิศวกรรมทางการแพทย์จาก N Health ให้บริการดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ทางการแพทย์และบริการบริหารจัดการอุปกรณ์อย่างเป็นระบบ ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมถึงห้องปฏิบัติการและสถานพยาบาลต่างๆ ช่วยให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-762-4099  หรือ Email : nhcsbiomedical@nhealth-asia.com

 

เกี่ยวกับ N Health

N Health ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2544 ปัจจุบัน N Health ประกอบด้วย บริษัท เนชั่นแนล เฮล์ทแคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด บริษัท ไบโอ โมเลกุลลาร์ แลบบอราทอรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็น เฮลท์ พยาธิวิทยา จำกัด

N Health เป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริการด้านการสนับสนุนบริการทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาลในด้านต่างๆ ดังนี้ บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ บริการด้านวิศวกรรมทางการแพทย์ บริการงานปราศจากเชื้อแบบครบวงจร บริการบริหารและบริการผ้าแบบครบวงจร บริการบริหารศูนย์ไตเทียม บริการบริหารจัดการการแพทย์ทางไกล ตัวแทนจัดจำหน่าย อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ บริการการจัดซื้อจัดหาที่ครบวงจร บริการบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ บริการโลจิสติกส์ในธุรกิจสุขภาพ

บริษัทฯ ครอบคลุมการให้บริการด้วยสาขากว่า 70 สาขาในประเทศไทย และต่างประเทศ เช่น กัมพูชา พม่า และสิงคโปร์ ด้วยเทคโนโลยีและระบบการทำงานแบบมาตรฐานสากล

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ N Health ได้ที่ http://www.nhealth-asia.com   


About Maylada

Check Also

[Guest Post] MFEC จับมือ Bitkub ร่วมเป็น Technical Partner เพื่อสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจบนเครือข่ายบล็อกเชน

บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ “MFEC” ประกาศจับมือบริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด หรือ …

[Guest Post] ดีป้า เร่งส่งเสริมเกษตรกรไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับมาตรฐานและคุณภาพทุเรียนไทยสู่เวทีโลก

ดีป้า เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนทุเรียนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวางแผนการผลิตให้ได้ตามข้อกำหนดมาตรฐาน GAP พร้อมเชื่อมโยงตลาดกับแหล่งผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพทุเรียนไทย สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค พร้อมสยายปีกสู่ตลาดโลกอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน