[Guest Post] ช่วง Work from Home อุปกรณ์ IoT อาจกลายเป็นช่องโหว่สำหรับแฮกเกอร์

หลายๆ บ้านเริ่มนำอุปกรณ์ IoT ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ เข้ามาใช้กันมากขึ้น ด้วยความที่อุปกรณ์เหล่านี้ สามารถสร้างความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี ลองคิดภาพตามดูว่าเราเพียงสั่งงานด้วยเสียงแล้วอุปกรณ์เหล่านั้นก็สามารถทำงานได้ตามที่บอกออกไป มันจะสบายขนาดไหนกัน

 

ปัจจุบันอุปกรณ์ที่ใช้ระบบคำสั่งเสียงให้เลือกมากมาย เช่น Amazon Alexa, Google Assistant, Siri หรือ Microsoft Cortana โดยจากการวิจัยพบว่า อุปกรณ์เหล่านี้มีการทำงานเองโดยไม่ได้มีการเรียกใช้งาน มีการทดลองซ้ำกว่า 12 ครั้ง ถึงแม้ผลลัพธ์จะไม่สม่ำเสมอแต่ก็มีการคาดการณ์ว่า อาจเกิดจากคลื่นความถี่ของคำที่คล้ายกัน

แล้วเหตุการณ์นี้ส่งผลอย่างไรกับความปลอดภัยของข้อมูล โดยปกติแล้วอุปกรณ์เหล่านี้จะมีการบันทึกเสียงการใช้งานเอาไว้ จนกว่าจะมีการบอกให้ลบข้อมูลออก ในส่วนนี้เองที่อาจเป็นภัยต่อข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทขณะ Work from Home เนื่องจากขณะที่ประชุมงาน อาจมีบางคำที่เป็นเหตุให้อุปกรณ์ IoT เหล่านี้ทำงาน และได้มีการบันทึกข้อมูลเหล่านั้นเอาไว้ บางทีแฮกเกอร์อาจใช้จุดอ่อนตรงนี้ เพื่อขโมยเอาข้อมูลไป

ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำให้ปิดอุปกรณ์ Voice Assistant รวมถึงอุปกรณ์ที่มี Microphone และกล้องทั้งหลายอีกด้วย หมั่นตรวจสอบช่องโหว่อย่างสม่ำเสมอด้วย Connected Home Monitor ใน ESET Internet Security เพื่อป้องกันข้อมูลต่าง ๆ จากไวรัสและมัลแวร์

https://www.eset.com/th/home/internet-security/

 


About Maylada

Check Also

เสริมพลังประมวลผลให้ถึงขีดสุด ตอบโจทย์ทุกการทำ Digital Transformation ด้วย HPE Superdome Flex 280 Server

เมื่อธุรกิจต่างหันมาพึ่งพาโลกออนไลน์เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อเป็นช่องทางการขายหรือการให้บริการแก่ลูกค้า, การนำซอฟต์แวร์ ERP หรือ CRM มาใช้เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ หรือกรณีอื่นๆ แนวโน้มเหล่านี้ได้ส่งผลให้ธุรกิจองค์กรนั้นต้องมองหาแนวทางที่จะทำให้ระบบดิจิทัลเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงทนทานและมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดติดขัด

[Guest Post] 5 แนวโน้มธุรกิจไทย หลังประกาศใช้กม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ปีนี้นอกจากภาคธุรกิจต้องฟื้นฟูกิจการจากพิษโควิดแล้ว การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ใน 1 มิถุนายนนี้ กำลังเริ่มเป็นที่จับตาของภาคธุรกิจไทยเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจโลก เพราะทุกที่กำลังจับตาดูว่าไทยจะใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจังขนาดไหน เพื่อเชื่อมโยงกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเทศที่บังคับกันอย่างจริงจังแล้ว โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปซึ่งหากการบังคับใช้ไม่เกิดผลจริงจัง การกีดกันทางการค้าคงมีผลตามมา