Google เผยทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี Internet of Things

Credit: Anna Bardocz/ShutterStock
Credit: Anna Bardocz/ShutterStock

ในงาน Ubiquity IoT Developer Summit ที่จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Google ได้ออกมาเผยถึงแผนการในอนาคตเกี่ยวกับเทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT ที่ Google วางแผนเอาไว้ ซึ่งทางทีมงาน TechTalkThai ก็ขอสรุปข้อมูลจาก Network World เอาไว้ดังนี้ครับ

 

Machine Learning จะเป็นหัวใจสำคัญของ Internet of Things

Google มองว่าการทำให้ Internet of Things สามารถทำงานต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัตินั้น ก็คือการสร้างกฎแบบ If This Then That หรือ ITTT ขึ้นมาให้อุปกรณ์หรือระบบทำสิ่งต่างๆ เมื่อเงื่อนไขตรงตามที่กำหนด แต่การที่จะกำหนดกฎต่างๆ ให้ครอบคลุมต่อระบบ IoT ขาดใหญ่ได้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และ Machine Learning ก็จะเข้ามามีบทบาทตรงนี้เอง

โครงการ Tensorflow ซึ่งเป็นระบบ Open Source Machine Learning ที่ Google ใช้งานอยู่นั้นได้ถูกนำมาใช้ในส่วนนี้เพื่อให้การสร้างกฎต่างๆ เป็นไปได้โดยอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ได้รับจาก Sensor ภายในระบบนั่นเอง

 

BLE Beacons และ Cloud จะเป็นหัวใจหลักของระบบ Geolocation ภายในอาคาร

ที่ผ่านมาเราคงคุ้นเคยกับ Google Maps ที่ Google ใช้เวลาพัฒนามาเป็นสิบๆ ปีกับการใช้ข้อมูลจาก GPS, Wi-Fi และสัญญาณโทรศัพท์ในการบอกตำแหน่งภายนอกอาคาร แต่สำหรับการบอกตำแหน่งภายในอาคารนั้น Google มองว่า Bluetooth Low Energy (BLE) Beacons และ Cloud นั้นจะเป็นเทคโนโลยีหลักที่มีบทบาทสูงสุด

Eddystone คือชื่อของโครงการ Open Source BLE Beacons ของ Google ที่ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตกว่า 20 รายทั่วโลก เพื่อให้ BLE Beacons เหล่านี้ถูกผลิตขึ้นมาและนำไปใช้งานภายในอาคารต่างๆ ให้ได้มากที่สุด โดย Google จะมีระบบ Cloud รองรับเอาไว้เพื่อเก็บข้อมูลว่า BLE Beacons แต่ละตัวถูกติดตั้งอยู่ที่ส่วนไหนของอาคารใด และเปิดให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่รับข้อมูลจาก Beacons เหล่านั้นมาเปรียบเทียบข้อมูลบน Cloud เพื่อทราบตำแหน่งของตัวเองภายในอาคารได้ทันที ทำให้นักพัฒนา Application สามารถพัฒนา Indoor Location-based Application ได้จากบริการเหล่านี้อย่างง่ายดาย รวมถึง Google Maps เองก็จะบอกตำแหน่งภายในอาคารได้จากเทคโนโลยีนี้เช่นกัน

 

Brillo และ Weave จะกลายเป็นหัวใจของอุปกรณ์ Internet of Things

Brillo นั้นคือโครงการ Android สำหรับการทำ IoT โดยเฉพาะที่มีจุดเด่นเรื่องการรองรับ Hardware ที่หลากหลาย, มีนักพัฒนา Android พร้อมต่อยอดได้ และมีการเสริมระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับ IoT เข้าไปเป็นพิเศษ ให้อุปกรณ์มีความปลอดภัยและอัพเดต Patch ตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ

ส่วน Weave นั้นคือสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายที่ถูกออกแบบมาให้ใช้พลังงานต่ำโดยแลกมากับการที่จะส่งข้อมูลได้น้อยลง เพื่อใช้กับ IoT โดยเฉพาะ ซึ่งต่อยอดมาจากมาตรฐาน IEEE 802.15.4 และถูกปรับปรุงให้สามารถรองรับอุปกรณ์ IoT นับพันล้านชิ้นได้ด้วย IPv6 ตามแนวคิด 6LoWPAN

 

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว คือประเด็นที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของ Internet of Things

ถึงแม้ Internet of Things จะช่วยสร้างผลิตภัณฑ์, บริการ และกระบวนการการทำงานรูปแบบใหม่ๆ ให้กับทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ แต่ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่จะถูกนำมาสร้างคุณประโยชน์เหล่านี้เองก็เปรียบเสมือนดาบสองคม เพราะถ้าหากระบบเหล่านี้มีความปลอดภัยไม่เพียงพอ และไม่สามารถปกป้องข้อมูลต่างๆ ที่เป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานแต่ละคนได้ ผู้ร้ายก็อาจนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในทางที่ผิดได้เช่นกัน

 

ที่มา: http://www.networkworld.com/article/3021820/internet-of-things/google-ubiquity-summit-iot.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

IBM จับมือ OpenAI รุกตลาด Enterprise AI ผสานโมเดลล่าสุดเข้ากับบริการให้คำปรึกษา

IBM ร่วมมือกับ OpenAI นำโมเดลและเครื่องมือเกี่ยวกับ AI เพิ่มประสิทธิภาพ IBM Consulting เพื่อให้บริการให้คำปรึกษากับลูกค้าองค์กรได้ดีขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้เปิดช่องทางให้ OpenAI สามารถเจาะตลาดบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้มากขึ้น ภายใต้ดีลนี้ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันทำตลาดและพัฒนาโซลูชัน AI เฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร …

Alibaba Cloud ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 [4 ก.ย. 2026 – 13.00น.]

Alibaba Cloud ขอเรียนเชิญ CAIO, CTO, CIO, CDO, AI Leader, IT Manager, AI Engineer, Data Engineer และทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 เพื่อร่วมเรียนรู้ถึงแนวโน้มล่าสุดในการประยุกต์ใช้งาน AI สำหรับภาคธุรกิจองค์กร พร้อมแนะนำเครื่องมือ AI ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง Agentic AI, Video AI, Agentic Coding AI และ AI Production Platform พร้อมกรณีศึกษาการใช้งานจริง ให้ธุรกิจนำไปพร้อมใช้งานต่อยอดได้ทันที งานสัมมนานี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 เวลา 13.00น. - 18.00น. ณ โรงแรม Centara Grand, Central World โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ดังนี้