Google วางเคเบิ้ลใต้น้ำข้ามแอตแลนติก

Google ได้ออกประกาศว่ากำลังดำเนินการวางเคเบิ้ลได้น้ำข้ามมหาสมุทรอิตแลนติกจากชายหาดเวอร์จิเนียไปชายฝั่งของฝรั่งเศส โดยโครงการนี้จัดทำร่วมกับ TE SubCom ซึ่งเป็นบริษัทเฉพาะทางด้านเคเบิ้ลใต้น้ำช่วยออกแบบและสร้างการเดินสายครั้งนี้ คาดว่าจะสำเร็จใช้งานได้จริงภายในปี 2020

credit : Google.com

เคเบิ้ลใต้น้ำครั้งนี้ทาง Google ได้ตั้งชื่อว่า Dunant โดยเป็นโครงการครั้งที่ 12 แล้วเกี่ยวกับการลงทุนด้านเคเบิ้ลใต้น้ำของ Google อีกทั้งยังเป็นการลงทุนครั้งที่ 2 ที่ออกทุนของตนเองเต็มตัว เพราะก่อนหน้านี้ต้นปีบริษัทก็ได้ลงทุนส่วนตัวไปครั้งหนึ่งแล้วภายใต้ชื่อ Curie เพื่อเชื่อมระหว่างชิลีและลอสแองเจลิสซึ่งคาดว่าจะได้ใช้จริงในปีหน้า อย่างไรก็ตามยังมีการร่วมทุนระหว่างบริษัทอื่นเพื่อลงทุนด้านเคเบิ้ล เช่น Havfrue เพื่อเชื่อมต่อจากสหรัฐฯ ไปยังเดนมาร์กและไอร์แลนด์ และ HongKong-Guam Cable System นอกจากนี้ก็เคยมีการร่วมทุนกับ Facebook และจ้าง TE SubComm กับ Pacific Light Data วางเคเบิ้ลข้ามแปซิฟิคมาแล้ว

ที่มาของชื่อ Dunant ได้ตั้งตาม Henri Dunant เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและ Curie มาจาก Marie Curie นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง มีความเห็นจากฝั่ง Google โดย Jayne Stowell ฝ่ายกลยุทธ์และการเจรจาของโครงสร้างพื้นฐานได้เขียนผ่านบล็อกว่าเหตุผลคือความต้องการด้านประสิทธิภาพและ Capacity ที่เพิ่มขึ้น “เคเบิ้ลมักถูกวางในเส้นทางอย่างเฉพาะเจาะจง แต่ถ้าเราลงทุนของเราเองเราจะสามารถเลือกเส้นทางเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าส่วนใหญ่ที่สุดของเราได้” ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องการขยาย Bandwidth เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทาง Google ยังคงประกาศเปิด Region ใหม่ในลอสแองเจลิสอีก 1 แห่งด้วย ซึ่งเมื่อต้นปีก็มีการเปิดตัว Region ในเนเธอแลนด์ มอนทรีออล และฟินแลนด์ไปแล้วเช่นกัน เรียกได้ว่าก็ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องอยู่เรื่อยๆ สำหรับ Google

ที่มา : https://www.networkcomputing.com/networking/google-building-trans-atlantic-subsea-cable/1736432087

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

ค่าใช้จ่าย AI ต่อพนักงานในกลุ่มบริษัทชั้นนำลดลงเกือบ 10% แม้การใช้งานยังโตต่อเนื่อง

ข้อมูลการใช้จ่ายจาก Ramp ผู้ให้บริการด้าน Payment ในระดับองค์กร ครอบคลุมลูกค้ากว่า 70,000 แห่ง ชี้ให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในภาคธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในเดือนสิงหาคม โดยมีลูกค้า Ramp เพียง 56% …