Google Cloud อัปเดตฟีเจอร์ Search ด้วยภาพสำหรับลูกค้า Retail

Google Cloud ได้ปล่อย 2 ฟีเจอร์ใหม่สำหรับการค้นหาสำหรับลูกค้า Retail เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งาน

credit : Zdnet

ภายใต้ Product Discovery Solution for Retail มีการปล่อยฟีเจอร์การค้นหาสู่สถานะพร้อมใช้งานแล้ว 2 รายกา รประกอบด้วยการค้นหาด้วยภาพหรือ Vision Search ซึ่งก็คือการที่ลูกค้าสามารถโยนรูปลงไปและ AI จะไปดึงรูปที่มีหน้าตาเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันมาแสดงผล โดยราคาของ API คือคิดเป็นรายเดือน ที่ 1,000 ครั้งแรกฟรีแต่ 4,000 ครั้งถัดๆไปอยู่ที่ 4.5 เหรียญสหรัฐฯ ในส่วนของการเก็บรูป 1,000 รูปแรกก็ฟรีเช่นกันและ 4,000 รูปถัดๆไปอยู่ที่ 10 เซ็นต์

อีกฟีเจอร์หนึ่งคือแนะนำการค้นหาหรือ Recommendation หรือการที่ AI ดึงเอาประวัติการซื้อของผู้ใช้มาแนะนำสินค้าได้ โดยค่าใช้จ่ายรายเดือนของบริการอยู่ที่ 20 ล้านครั้งแรก ทุก 1,000 ครั้งการทำนายอยู่ที่ 27 เซ็นต์ สำหรับการเทรนข้อมูลอยู่ที่ 2.5 เหรียญสหรัฐฯต่อโหนดต่อชั่วโมงบน Google Cloud

นอกจากนี้ในส่วนของ Product Discovery Solution for Retail มีการปล่อยบริการ Cloud Search for Retail เข้าสู่สถานะทดสอบ โดยทาง Google คุยว่าจะมีการใช้บริบทการค้นหาของผู้ชมเพื่อสร้างฟังก์ชันการค้นหาคุณภาพสูงมาใส่ในเว็บไซต์หรือแอปมือถือของผู้ขายได้

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/google-cloud-offers-image-search-recommendations-service-for-retailers/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้