ตามรอย Facebook เมื่อ Google ประกาศแบนโฆษณา Cryptocurrency

หลังจากที่ Facebook ออกนโยบายใหม่ สั่งแบนโฆษณาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency และ ICO ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุด Google ได้ตัดสินใจดำเนินการตาม Facebook แล้ว โดยจะประกาศใช้นโยบายอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2018 นี้

การแบนครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเครือข่ายโฆษณาของ Google ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาที่ปรากฏเมื่อค้นหาข้อมูลผ่าน Google, บนเว็บไซต์ของ 3rd Party และบน YouTube

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะถูกแบนทั้งหมด ผู้ลงโฆษณายังคงสามารถโฆษณาเกี่ยวกับ Cryptocurrency และ ICO ได้แต่ต้องมีใบรับรองจาก Google แต่ใบรับรองดังกล่าวสามารถยื่นเรื่องขอได้เฉพาะบางประเทศเท่านั้น ที่สำคัญคือผู้ลงโฆษณาต้อง “ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง” และต้อง “ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับเก็งกำไรที่ซับซ้อน”

จากการประกาศนโยบายใหม่นี้เอง ทำให้ค่าเงินของ Cryptocurrency เกือบทั้งหมดร่วงลงมาในทันที

Google ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมถึงแบนโฆษณาเกี่ยวกับ Cryptocurrency แต่คาดว่าคงมีสาเหตุเดียวกับ Facebook คือ เกิดจากการที่แฮ็กเกอร์ใช้โฆษณาบน Google ในการหลอกผู้ใช้ให้เข้าไปสู่เว็บไซต์หลอกลวงหรือ Phishing โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคมเปญมัลแวร์และ Phishing ที่เกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ รายงานจาก Ernst & Young หนึ่งในสี่บริษัทด้านบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระบุว่า 10% ของเงินลงทุน ICO สูญเสียให้แก่แฮ็กเกอร์และนักต้มตุ๋น ในขณะที่เว็บไซต์ Phishing ทางด้าน Cryptocurrency สร้างรายได้ให้แก่แฮ็กเกอร์มากถึง $1,500,000 ต่อเดือน

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/cryptocurrency/google-bans-cryptocurrency-related-ads/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Amazon เผย ย้ายระบบฐานข้อมูลจาก Traditional database ไปยัง AWS ทั้งหมดแล้ว

Amazon ได้ออกมาประกาศความสำเร็จในการย้ายฐานข้อมูลของกลุ่มธุรกิจ Consumer ที่มีขนาดมากกว่า 75 Petabytes บนฐานข้อมูล Oracle Database ไปยังบริการของ Amazon Web Services (AWS) ทั้งหมดแล้ว

ผลสำรวจเผยสาเหตุหลักที่ออก SSL/TLS Certificate ผิดพลาดเพราะบั๊กบนซอฟต์แวร์

Indiana University Bloomington ได้งานวิจัยวิเคราะห์สาเหตุการออก SSL/TLS Certificate ผิดพลาด ซึ่งพบว่าหลักๆ เกิดขึ้นเพราะบั๊กบนซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน