[PR] หน่วยงานราชการทั่วโลกกำลังเผชิญกับภัยไซเบอร์

เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีผู้ไม่ประสงค์ดีได้ใช้ภัยคุกคามถาวรขั้นสูงหรือที่เรียกว่า Advanced Persistent Threats ( APT ) ในการต่อต้านรัฐบาลยูเครน ซึ่งนับว่าเป็นเหตการณ์การบุกรุกทางไซเบอร์แรกที่สามารถปิดการทำงานของระบบพลังงานของรัฐบาลลงได้สำเร็จ จากนั้นมา หน่วยงานรัฐบาลทั่วโลกตกอยู่ในความกังวลต่อการโจมตีที่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ๆ ตลอดมา ในครั้งนั้น แฮกเกอร์ได้ใช้มัลแวร์ BlackEnergy เข้ามาเปลี่ยนอุปกรณ์เบรคเกอร์จากระยะไกล ปิดแหล่งพลังงานของผู้ใช้งาน 225,000 คน และศูนย์บริการลูกค้าจึงทำให้ลูกค้าที่แท้จริงโทรศัพท์เข้ามาติดต่อไม่ได้ [1]

fortinet-governments-now-in-crosshairs-of-cyber-attackers

ในปีที่ผ่านมานี้ ยังมีเหตการณ์ภัยบุกรุกที่มีหน่วยงานราชการเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ๆ มากมาย

ในปีคศ. 2015 รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา ไอริส และเตอร์กีเผชิญกับภัยคุกคาม DDoS ที่มีเป้าหมายในการก่อความเสียหายและรบกวนการปฏิบัติงาน และในประเทศไทยเอง เราได้เห็นภัยแปลกปลอมที่สร้างความเสียหายให้กับเว็ปไซต์ของรัฐบาลมากกว่า 300 แห่ง ในเดือนเดียวกัน มีแฮกเกอร์ทำงานร่วมมือกับกลุ่มแอโนนีมัส ( กลุ่มนิรนาม ) สร้างภัยคุกคามที่คล้าย ๆ กันที่หน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งของประเทศซาอุดิอาราเบียและไนจีเรีย

ภัยไซเบอร์คุกคามบนเว็ปแอปพลิเคชั่นและ DDoS ที่อาศัยใช้ช่องโหว่ต่าง ๆ ของภาครัฐเกิดบ่อยขึ้นและอันตรายมากขึ้น ทั้งนี้ จากรายงานประจำปี Riskmap Report 2016[2] ผลิตโดย Control Risks ซึ่งเป็นสถาบันที่ปรึกษาด้านภัยคุกคามทั่วโลก ได้ระบุว่าภัยจำนวน 36% ที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้นมีเป้าหมายไปที่หน่วยงานรัฐบาล

การคุกคามแบบ DDoS ( Distributed denial-of-service attack ) ที่เป็นรูปแบบการโจมตีออนไลน์เพื่อให้ระบบหยุดการทำงาน ไม่สามารถใช้งานได้ หรือทำให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้นั้น ได้กลายเป็นเครื่องมือการทำลายที่สำคัญโดยเหล่าผู้ต้องการแบล็คเมล์และผู้ก่อการร้ายดิจิตอล DDoS มีหลายรูปแบบ อาทิ เข้ามาทำความเสียหายให้กับระบบโดยตรง หรือเข้ามาในระบบเพือร้องขอทรัพยากรบางอย่าง เช่น แบนด์วิธ จำนวนเวลาการทำงานที่นานขึ้น จำนวนดิกส์สเปสที่มากขึ้น เป็นต้น และพบว่ามีภัยที่เกิดขึ้นบนชั้นแอปพลิเคชั้น Application layer 7 มากขึ้นมากและมีวิธีการซับซ้อนขึ้นมากกว่าเดิมทั้งนี้เพื่อต้องการปิดเครือข่ายและหยุดบริการต่าง ๆ ของภาครัฐ ภัยคุกคาม DDoS นี้มิได้เพียงใช้ทราฟฟิคและเซชั่นแปลกปลอมจำนวนมากเข้ามากวนการทำงานของเครือข่ายเท่านั้น แต่ยังพยายามหลีกเลี่ยงกลไกการตรวจสอบของเครือข่ายแบบดั้งเดิมและมุ่งโจมตีที่แอปพลิเคชั่นและบริการเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรบางประเภทในระดับชั้นแอปพลิเคชั่นช้าลง

ฟอร์ติเน็ตพบว่ามีจำนวนภัยคุกคามเกิดมากขึ้นตลอดมา จากช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ได้เห็นภัยที่ 50 Gbps เกิดขึ้นครั้งหรือสองครั้งต่อปีเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ เกิดภัยประเภทนี้ขึ้นแทบทุกสัปดาห์ ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว องค์กร BBC พบภัยคุกคาม 602 Gbps DDoS ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยมีมา[3] จึงทำให้ทีมนักวิเคราะห์จาก Quadrant Knowledge Solutions คาดว่า ระบบการกำจัดภัย DDoS ที่เรียกว่า Global DDoS mitigation ทั่วโลกนี้ จะมีมูลค่าโตขึ้นถึง 27.6% CAGR และเป็น US$2 billion ภายในปี 2020[4] เลยทีเดียว

ภัย APTs สามารถจู่โจมด้วยรูปแบบของมัลแวร์ ที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การจู่โจมที่ระบบควบคุมพลังงานพาวเวอร์กริดที่ประเทศยูเครน และอาจเข้ามาในรูปแบบพวกฟิชชิ่งที่หลอกโดยการสร้างอีเมล์หรือเว็ปปลอม เมื่อเหยื่อหลงกลคลิ้กอ่านเมล์หรือเข้าเว็ปนั้น จะเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ของเหยื่อทันที จึงทำให้ภัยสามารถเข้ามาอยู่ภายในองค์กรได้ และจะขโมยข้อมูลสำคัญ ๆ อาทิ รหัสผ่าน ไฟล์ ดาต้าเบส บัญชีอีเมล์ออกมาจากระบบอย่างรวดเร็ว และ ถึงแม้ว่าจะได้ขโมยข้อมูลไปแล้ว อาญชกรยังอยู่ในระบบของเหยื่ออยู่และสามารถสอดส่องหาข้อมูลที่มีค่าต่อไปได้อีก

ในแถบเอเชีย พบว่าเกิดภัย APTs ขี้นมากมายจากความขัดแย้งระหว่างประเทศจีน อินเดียและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปีที่ผ่าน ๆ มา ได้พบกลุ่มภัยที่เรียกว่า APT 30 ที่ใช้มัลแวร์แอบเข้ามาขโมยข้อมูลสำคัญ ๆ ของเหยื่อต่าง ๆ รวมทั้งในเครือข่ายของรัฐบาล

โดยภัยบางประเภทใช้อีเมล์ที่เขียนเป็นภาษาท้องถิ่นและมีเอกสารแนบ ซึ่งดูแล้วน่าจะถูกต้องไม่มีภัย แต่แท้จริงแล้วมีมัลแวร์ซ่อนอยู่ แฮกเกอร์จะสร้างอัลกอรึทึมที่ดูเหมือนเป็นหนอน แต่จะฝั่งตัวเองลงไปที่ฮาร์ดแวร์ เช่น ที่ดราฟยูเอสบี และฮาร์ดดิกส์ และเมื่ออุปกรณ์นี้สัมผัสกับระบบอื่น ภัยจะแพร่กระจายต่อไปทันที[5]

จะป้องกัน DDoS และ APT ได้อย่างไร

ฟอร์ติเน็ตแนะนำว่าควรใช้กลยุทธ์ที่เป็นมัลติเลเยอร์ที่ครบถ้วนจะเป็นวิธีในการป้องกันภัยที่ดีที่สุด

  • เกราะป้องกันภัยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดมักสร้างอยู่บนเฟรมเวิร์คด้านการป้องกันภัยที่รัดกุมและครอบคลุมครบถ้วน เฟรมเวิร์คด้านการป้องกันภัยนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการผสมผสานรวมศักยภาพด้านความปลอดภัยในปัจจุบันทั้งหมด เทคโนโลยีใหม่ ๆ และกระบวนการเรียนรู้ที่มาจากการพบภัยใหม่ ๆ ให้พัฒนาเกิดเป็นความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
  • ยังมีมาตรการอื่น ๆ ที่จำเป็นอาทิ การสำรวจสถานภาพของเครือข่ายตลอดเวลา และการปรับแผนโต้ตอบเมื่อเกิดภัยขึ้นจริงอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังควรรักษาจุดรวมเครือข่ายที่สำคัญให้ปลอดภัยอยู่เสมอ ๆ หมั่นตรวจตราเครือข่าย มั่นใจว่าสามารถเห็นภัยคุกคามใหญ่ ๆ และมีแผนแก้ไขสถานการณ์ภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน
  • และ แทนที่องค์กรจะมุ่งลบล้างทราฟฟิคที่มี DDoS ออกให้หมด องค์กรควรมีกลยุทธ์ที่ช่วยให้บริการต่าง ๆ มีไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการที่จำเป็น ๆ ขององค์กรให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ดังนั้น แผนงานที่สมบูรณ์ควรรวมถึงกระบวนการทำสำรองและการนำกลับมาใช้ การตรวจตรา และเริ่มต้นบริการใหม่อีกครั้งที่เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • กลยุทธ์ที่เป็นมัลติเลเยอร์ที่ครบถ้วนจะเกี่ยวข้องกับโซลูชั่นที่ละเอียดอ่อน ที่ได้รับการออกแบบมาให้ป้องกันและกำจัดภัยออกจากทุกมุมในเครือข่ายได้
  • ในการกำจัดภัย APT ออกจากเครือข่าย ภาครัฐควรต้องพัฒนากระบวนการด้านความปลอดภัยที่สามารถหยุดแอปพลิเคชั่นและมัลแวร์อันตรายได้ และยังต้องมีศักยภาพป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญออกจากเครือข่ายไปได้ ทางหนึ่งที่เป็นทางออกที่ดี คือ การแบ่งเครือข่ายให้เป็นส่วน ( Network segregation ) ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายภัย APT ภายในเครือข่าย
  • และผู้บริหารไอทีควรจำด้วยว่า ไม่จำเป็นที่พนักงานทุกคนจะสามารถเข้าถึงส่วนที่มีข้อมูลสำคัญขององค์กรได้ ทั้งนี้ ศักยภาพในการจำกัดการเข้าถึงในเวลาที่ต้องการ จะยิ่งช่วยให้องค์กรสามารถกำจัดภัยออกจากเครือข่ายได้ นอกจากนี้ การใช้ Two-factor authentication สำหรับผู้ใช้งานจากข้างนอกหรือกับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องเข้าไปยังข้อมูลที่สำคัญจะช่วยให้ขโมยข้อมูลเป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น
  • นอกจากนี้ การเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยยังเป็นเรื่องที่จำเป็นเช่นกัน พันธมิตรดังกล่าวจะช่วยให้ข้อมูลใหม่ล่าสุดและความรู้ด้านภัยคุกคามแก่พนักงานไอที และช่วยแนะนำวิธีการปฏิบัติเมื่อเกิดภัยคุกคามขึ้น ทั้งนี้ หน่วยงานราชการควรให้ความร่วมมือกับพันธมิตรด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างใกล้ชิดและกับผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยเพื่อแบ่งปันข้อมูลใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อช่วยให้สามารถติดตามภัยที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้ทันและสามารถแก้ไขรับมือกับภัยได้ดีขึ้น
  • และนอกจากจะมีแผนและการประเมินด้านความปลอดภัยที่รัดกุมแล้ว ควรจะต้องให้ความรู้แก่พนักงานของภาครัฐเกี่ยวกับภัยไซเบอร์ ควรต้องจัดการอบรมพิเศษให้กับพนักงานที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลสำคัญให้เข้าใจว่าควรจะจัดการกับข้อมูลดังกล่าวให้เหมาะสมได้อย่างไรบ้าง อาทิ การจำกัดการใช้ USB drive เมื่อพิจารณาแล้วว่าจำเป็นเท่านั้น เป็นหนทางหนึ่งในการป้องกันเครือข่าย

ไม่ว่าจะเป็น APTs การแพร่กระจายของหนอน worm outbreaks หรือ DDoS และ botnets หรือภัยที่เกิดจากภายในสู่ภายนอก หรือภายนอกสู่ภายใน ภัยคุกคามปัจจุบันมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและก้าวร้าวขึ้นมาก องค์กรต่าง ๆ รวมถึงภาครัฐควรต้องพิจารณาระบบความปลอดภัยอย่างรอบคอบ และใช้กลยุทธ์แบบมัลติเลเยอร์เพื่อสู้กับภัยที่กำลังเผชิญอยู่ในทุก ๆ วันนี้

 

บทความโดย

โดยมร. เดอริค แมนคี Global Security Strategist, Fortinet

fortinet-derek-manky

 

[1] http://www.nytimes.com/2016/03/01/us/politics/utilities-cautioned-about-potential-for-a-cyberattack-after-ukraines.html?_r=0

[2] http://www.cityam.com/230831/cybersecurity-targeted-cyber-attacks-doubled-in-the-year-to-october-2015-with-government-and-the-finance-sector-bearing-the-brunt-of-cybercrime

[3] http://www.slideshare.net/mastel_indonesia/outlook-briefing-2016-cyber-security

[4] http://expressions-media.com/ddos-mitigation-market-driven-growing-ddos-attacks-says-quadrant-knowledge-solutions/

[5] http://techspective.net/2015/04/14/fireeye-warns-of-apt-30-cyber-espionage-operation/

About TechTalkThai_PR

Check Also

Nvidia เสริมทัพ Nemotron ด้วยโมเดลประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบเอเจนต์

Nvidia ประกาศเปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Nemotron 3.5 Super VL ที่สามารถปรับแต่งได้ สำหรับเอเจนต์ AI ที่ทำงานตลอดเวลา และรุ่น 3.5 Bolt ที่เน้นการประมวลผลบนอุปกรณ์ปลายทางสำหรับระบบโลคัล

Bank of America ทุ่มงบหลักร้อยล้านเหรียญ จ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอก 1,000 ราย อุดช่องโหว่ซอฟต์แวร์หลัง Mythos เผยจุดเสี่ยง

Bank of America ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกมากถึง 1,000 ราย เพื่อเข้ามาช่วยทีมงานภายในเร่งอุดช่องโหว่ของระบบ หลังจากโมเดล AI อย่าง Mythos จาก Anthropic เผยให้เห็นจุดเสี่ยงที่อาจถูกโจมตีได้ โดย …